Services

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช เราเข้าใจดีว่าโครงหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่าง การศัลยกรรมเสริมคางจึงไม่ใช่แค่การเติมให้ยาวขึ้น แต่คือการ “ออกแบบ” เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าให้รับกับจมูกและหน้าผาก เพื่อผลลัพธ์ที่ดูดีและดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ

1) การเสริมคาง คืออะไร?

การเสริมคาง (Chin Augmentation) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อปรับแต่งรูปทรงของคาง โดยการใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ใส่เข้าไปบริเวณคาง เพื่อแก้ไขปัญหาโครงหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น และมีมิติมากขึ้น

การเสริมคางช่วยแก้ปัญหาหน้ากลม หน้าสั้น หรือคางถอย ทำให้สัดส่วนของใบหน้า (Golden Ratio) มีความสมดุล โดยแพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคสเพื่อให้เข้ากับฐานกระดูกเดิมของคนไข้มากที่สุด

2) เหมาะกับใคร?

การเสริมคางไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น: ทำให้ใบหน้าดูสั้น หรือดูกลมกว่าความเป็นจริง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางถอย: ปลายคางร่นไปด้านหลัง ทำให้คอและคางดูเชื่อมกัน ขาดมิติเมื่อมองด้านข้าง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางตัด หรือคางบุ๋ม: ต้องการปรับทรงคางให้มนสวย หรือต้องการทรง V-Shape
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: ต้องการให้ใบหน้าดูสมส่วนและเรียวขึ้นโดยไม่ต้องตัดกราม

3) จุดเด่นของการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก

ทำไมต้องเลือกเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช? เราให้ความสำคัญกับ:

  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: เน้นการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคส ไม่ดูเป็นก้อน หรือยาวแหลมจนเกินจริง
  • เทคนิคไร้รอยต่อ (Seamless): วางซิลิโคนแนบสนิทกับฐานกระดูก ลดโอกาสการเบี้ยวเอียง
  • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่งประเมินโครงหน้าอย่างละเอียดก่อนทำทุกเคส
  • เลือกตำแหน่งแผลได้: ทั้งเทคนิคแผลใน (ไร้รอยแผลเป็นภายนอก) และแผลนอก (ดูแลรักษาง่าย)

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

เพื่อให้คุณมั่นใจและคลายกังวล ขั้นตอนการเสริมคางมีดังนี้:

  1. ประเมินและออกแบบ: แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า เลือกทรงและขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและช่องปากอย่างละเอียด
  3. ระงับความรู้สึก: ฉีดยาชาเฉพาะที่ บริเวณคาง (คนไข้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเพียงช่วงฉีดยาชา)
  4. ดำเนินการผ่าตัด: แพทย์เปิดแผล (ในปากหรือใต้คางตามที่ตกลง) และวางซิลิโคนในตำแหน่งใต้เยื่อหุ้มกระดูก ล็อกให้แน่นเพื่อป้องกันการเคลื่อน
  5. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยความประณีต
  6. ตรวจสอบความเรียบร้อย: ปิดพลาสเตอร์ล็อกตำแหน่ง และแนะนำการดูแลตัวเองก่อนกลับบ้านได้ทันที
ขั้นตอนการทำ (Procedure)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • หลังทำทันที: จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปคาง แต่จะยังมีอาการบวมจากยาชาและการผ่าตัด
  • ระยะเวลายุบบวม: อาการบวมจะค่อยๆ ลดลงชัดเจนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน: ซิลิโคนจะรัดแกนและเข้าที่สวยงามเต็มที่  ในช่วง 1-3 เดือน
  • ความคงทน: เป็นการศัลยกรรมถาวร ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) การดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการอักเสบ:

  • การประคบ: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป
  • การนอน: ควรนอนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ความสะอาด: หากทำ แผลใน ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนหลังทานอาหารทุกมื้อ หากทำ แผลนอก ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรก
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ข้อควรระวัง: ห้ามเท้าคาง กระแทก หรือขยับซิลิโคนเล่นในช่วงที่ยังไม่เข้าที่

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

แม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการช้ำ บวม หรือการติดเชื้อได้หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อย)
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่แนะนำให้หยุดพักงาน 1-2 วันเพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อปากและคาง

9) ราคา (Pricing)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้:

  • เสริมคางแผลนอก ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  20,000 บาท
  • เสริมคางแผลใน ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  25,000 บาท
  • เสริมคางหล่อเฉพาะบุคคล ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  65,000 บาท
  • งานแก้คาง (Revision Case): เริ่มต้น 25,000 บาท

(กรุณาทักแชทหรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แน่นอนและโปรโมชั่นประจำเดือน)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาชา หลังจากนั้นระหว่างผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บครับ อาจมีความรู้สึกตึงๆ บ้างเล็กน้อย

A: แผลใน (ผ่าตัดในช่องปาก) ข้อดีคือไม่เห็นรอยแผลเป็นภายนอก แต่ต้องดูแลความสะอาดช่องปากเป็นพิเศษ แผลนอก (ใต้คาง) ดูแลแผลได้ง่ายกว่า ลดโอกาสติดเชื้อจากน้ำลาย แต่อาจมีรอยแผลเล็กๆ จางๆ ใต้คางครับ

A: สามารถทำได้ครับ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษา หรือทำในช่วงที่ฟันเริ่มเข้าที่แล้ว เพื่อความแม่นยำของรูปหน้า

A: ซิลิโคนที่ใช้เป็น Medical Grade สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องเปลี่ยน หากไม่มีปัญหาแทรกซ้อน

A: ในช่วง 1-3 วันแรก แนะนำให้ทานอาหารอ่อน รสไม่จัด และเคี้ยวง่าย เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อคางครับ

สนใจศัลยกรรมปรับรูปหน้า ปรึกษาเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช ปรึกษาออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation) Read More »

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) 

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) 

1. การเสริมหน้าอก คือ อะไร?

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) หรือที่นิยมเรียกกันว่า “การทำนม” หรือ “การเสริมนม” คือ การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดและ/หรือปรับรูปทรง หรือแก้ไขความหย่อนคล้อยของหน้าอกให้ดูเต่งตึง สวยงาม และสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยที่ ฮารุคลินิก โคราช เราใช้เทคนิคการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน (Silicone Implant) +ทางการแพทย์ เข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเหนือกล้ามเนื้อหรือใต้กล้ามเนื้อ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนที่สุด

การเสริมหน้าอกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความงาม แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงและสาวประเภทสอง (LGBTQ+)  และแก้ไขปมด้อยเรื่องสรีระได้

2. การเสริมหน้าอกเหมาะกับใคร?

การเสริมหน้าอกเหมาะกับใคร?

บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องสรีระหน้าอก หรือต้องการเพิ่มความมั่นใจ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าอกเล็กหรือแบนราบ: ต้องการเพิ่มขนาดให้ดูมีน้ำมีนวล ใส่เสื้อผ้าสวยขึ้น ดูมีเสน่ห์ ดูเซกซี่มากขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย: โดยเฉพาะคุณแม่หลังให้นมบุตร หรือผู้ที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่มีขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน: สองข้างมีขนาดต่างกันจนสังเกตได้ชัด
  • สาวประเภทสอง (Transgender): ที่ต้องการเสริมสร้างสรีระให้มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขหน้าอกเดิม: เคยทำมาแล้วเกิดปัญหา หรือต้องการเปลี่ยนขนาด/ทรงซิลิโคน

3. จุดเด่นของการเสริมหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช

จุดเด่นของการเสริมหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช

ทำไมต้องเลือกเสริมหน้าอกที่โคราชกับฮารุคลินิก? สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือ “การบริการและการดูแลที่จริงใจโดยแพทย์เฉพาะทางและทีมฮารุคลินิก”

  • ดำเนินการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified Plastic Surgeon): ศัลยแพทย์เฉพาะทางของเรามีหน้าที่ให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การเลือกชนิดและขนาดของซิลิโคนที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และการดูแลตลอดหลังการผ่าตัด
  • ซิลิโคนทางการแพทย์ มีใบรับประกัน: เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ที่ผ่าน อย. โดยสามารถตรวจสอบได้ทุกชิ้น
  • เทคนิคแผลเล็ก เจ็บน้อย: แพทย์ใช้เทคนิคพิเศษช่วยลดการบอบช้ำ ทำให้แผลหายไว และซ่อนรอยแผลได้ดีมากขึ้น
  • ทรดูสวยและดูเป็นธรรมชาติ: ฮารุคลินิกเน้นการออกแบบให้เข้ากับฐานหน้าอกเดิม ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เป็นบล็อก ไม่ดูปลอม 
  • ห้องผ่าตัด: ฮารุคลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมที่มีห้องผ่าตัด ที่ได้รับการขออนุญาตอย่างถูกต้อง

4. ขั้นตอนการทำ (Procedure)

เราใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อให้คนไข้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด

  1. ปรึกษาแพทย์และประเมินสรีระ: พูดคุยความต้องการ วัดขนาดฐานหน้าอก เพื่อเลือกขนาดและรูปทรงซิลิโคน (ทรงกลม หรือ ทรงหยดน้ำ) รวมถึงเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
  2. ตรวจสุขภาพเตรียมความพร้อม: ตรวจเลือดและร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด
  3. ขั้นตอนการผ่าตัด: ดำเนินการโดยศัลยแพทย์ตกแต่งและทีมวิสัญญีแพทย์ (ดมยาสลบ) เปิดแผลขนาดเล็ก (เช่น ใต้ราวนม หรือ รักแร้) และใส่ซิลิโคนตามเทคนิคที่วางแผนไว้
  4. พักฟื้นหลังผ่าตัด: พักดูอาการในห้องพักฟื้น จนกว่าคนไข้จะรู้สึกตัวดีและมีสัญญาณชีพปกติ
  5. รับยาและคำแนะนำ: รับยากลับบ้านพร้อมคำแนะนำการดูแลตัวเองอย่างละเอียด

5. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • เห็นผลทันที: ขนาดหน้าอกเปลี่ยนแปลงทันทีหลังผ่าตัด
  • รูปทรงเข้าที่: อาการบวมจะค่อยๆ ลดลง และหน้าอกจะเริ่มนิ่มลง เข้าที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดในช่วง 3-6 เดือน
  • ความคงทน: ซิลิโคนเกรดการแพทย์ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี หรือตลอดชีวิต หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6. การดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้หลังเสริมหน้าอก เพื่อให้ทรงสวยและแผลหายไว:

  • สวมซัพพอร์ตบรา (Support Bra): ตลอด 24 ชม. ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อพยุงทรงและลดบวม
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก: และงดออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอก ประมาณ 1 เดือน
  • ดูแลแผล: ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7) และทายาลดรอยแผลเป็นตามแพทย์สั่ง
  • การนวดหน้าอก: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของซิลิโคนผิวเรียบหรือผิวทราย)
  • งดอาหารแสลง/แอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดการอักเสบ

7. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดใหญ่ ควรทำกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง

  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: เช่น อาการบวมช้ำ การเกิดพังผืดรัดซิลิโคน (Capsular Contracture), การติดเชื้อ (ซึ่งพบได้น้อยมากในคลินิกที่ได้มาตรฐาน) และภาวะเลือดคั่ง
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร, ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูงรุนแรง, ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก

8. เวลาในการทำและการพักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาพักฟื้น: แนะนำให้หยุดพักงานประมาณ 3-5 วัน
  • การกลับไปใช้ชีวิต: สามารถขับรถและทำงานเบาๆ ได้หลัง 1 สัปดาห์ และออกกำลังกายหนักได้หลัง 1-2 เดือน

9. ราคาและโปรโมชั่น (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับแบรนด์ซิลิโคนและรุ่นที่เลือกใช้ (ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ):

  • เสริมหน้าอก ซิลิโคนทางการแพทย์: เริ่มต้น 55,000 บาท
  • โปรโมชั่น: ฟรี! ชุดตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด ซัพพอร์ตบรา และยากลับบ้าน

(หมายเหตุ: กรุณาสอบถามราคาอัปเดตและโปรโมชั่นประจำเดือนกับทางคลินิกโดยตรง)

10. รีวิวเสริมหน้าอก โคราช (Reviews)

“ประทับใจคุณหมอมากค่ะ ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่ขายฝัน ทำออกมาทรงสวย นิ่มมาก แผลสวยเนียนแทบมองไม่เห็น ใครหาที่ทำนมโคราช แนะนำฮารุคลินิกเลยค่ะ” – คุณ A (ลูกค้าจริง)

[Image Placeholder: ภาพ Before/After เปรียบเทียบหน้าอกก่อนทำและหลังทำ ทั้งมุมหน้าตรงและด้านข้าง]

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสรีระรายบุคคล)

11. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ระหว่างผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการดมยาสลบ หลังผ่าตัดจะมีอาการตึงและปวดระบมคล้ายออกกำลังกายหนัก สามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะการวางซิลิโคนจะอยู่ใต้ต่อมน้ำนม หรือใต้กล้ามเนื้อ ไม่ส่งผลกระทบต่อท่อน้ำนม

A: ซิลิโคนรุ่นใหม่มีมาตรฐานสูง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต หากไม่มีปัญหาพังผืดแข็ง หรือซิลิโคนรั่วซึม ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หลังแนะนำให้ตรวจเช็คด้วยMRI 3ปีครั้ง

A: ที่ฮารุคลินิก เราสามารถทำได้ทั้งแผลใต้ราวนม (ยอดนิยม ซ่อนแผลเนียน ดูแลง่าย) และแผลทางรักแร้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความต้องการของคนไข้

A: พราะหน้าอกเป็นอวัยวะที่มีเส้นประสาทและเส้นเลือดสำคัญ การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified Plastic Surgeon) จะช่วยลดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อนต่ำ และวิเคราะห์รูปทรงได้ดูเป็นธรรมชาติ

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation)  Read More »

ศัลยกรรมยกคิ้ว (Brow lift) 

เป็นการผ่าตัดเพื่อยกคิ้วให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม  เหมาะสำหรับเคสที่มีภาวะคิ้วตก ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่เริ่มมีรอยย่นบริเวณหน้าผากในตำแหน่งที่เหนือคิ้ว หรือรู้สึกว่าลืมตายากขึ้น หางตาดูเศร้าหรือดูมีอายุ ซึ่งการผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้วจะทำให้รอยย่นหน้าผากดูตื้นขึ้น คิ้วยกโก่งสวย และหางตาดูเปิดขึ้น อ่อนเยาว์

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมยกคิ้ว คือการผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งคิ้วให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้ชั้นตาดูเปิดและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

 • เทคนิคส่องกล้อง(Endoscopic forehead lift): เป็นการผ่าตัดยกหน้าผากโดยผ่านการส่องกล้อง จะมีแผลเล็กๆซ่อนอยู่ในไรผมทั้งหมด โดยจะส่องกล้องเข้าไปเพื่อเลื่อนตำแหน่งคิ้วและฟิกในคำแหน่งใหม่ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เหมาะกับเคสที่ไม่ต้องการมีแผลผ่าตัดที่มองเห็นบริเวณใบหน้า และต้องการแก้ไขกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว

 • เทคนิคแผลยาว(Classic forehead lift): เป็นการเปิดแผลตามแนวไรผม และเคลื่อนตำแหน่งคิ้วให้ขึ้นมาในตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนจะตัดหนังส่วนเกินออก เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดขนาดหน้าผากร่วมด้วย และมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากเยอะ

 • เทคนิคแผลสั้นบริเวณคิ้ว(Direct brow lift): เป็นการผ่าตัดยกคิ้ว โดยลงแผลบริเวณขอบคิ้วโดยตรง

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีรอยย่นบริเวณหน้าผากเยอะ
  • ผู้ที่รู้สึกว่าคิ้วตก ตาดูเศร้า
  • ผู้ที่มีรอยขมวดคิ้วลึก
  • ผู้ที่รู้สึกว่าหางตาตก ตาดูดุ ไม่สดใส

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบทรงคิ้วตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม
  • เทคนิคการส่องกล้อง จะช่วยซ่อนแผลไว้ในไรผมทั้งหมด ทำให้ไม่มีแผลที่มองเห็นบริเวณใบหน้า พักฟื้นสั้น หายไว ผลลัพธ์ยาวนาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา เพราะการแก้ไขที่แท้จริง อาจต้องทำหลายขั้นตอน
  2. Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าและไรผมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด หรือดมยาในเคสผ่าตัดส่องกล้อง
  4. The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก ในเทคนิคส่องกล้องจะสามารถแก้ไขกล้ามเนื้อขมวดคิ้วได้
  5. Fixation: ฟิกตำแหน่งคิ้วใหม่ โดยใช้เป็นอุปกรณ์พิเศษในเทคนิคส่องกล้อง
  6. Stitching: เย็บแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  7. Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 – 60 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณหน้าผากและดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  •  7วัน: ตัดไหมบริเวณคิ้ว
  •  14วัน: ตัดไหมบริเวณไรผม และศีรษะ
  •  1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% 
  •  3 เดือน: ทรงคิ้วเข้าที่ รอยแผลผ่าตัดเห็นชัดลดลงซ่อนไปกับแนวธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำ BROW LIFT”

“ข้อควรรู้หลังผ่าตัดยกคิ้ว”การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  • การประคบ: ประคบเย็นรอบๆหน้าผากและคิ้วใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  • ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงกีฬาที่โดนน้ำ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง งดย้อมสีผมหรือโดนสารเคมีในช่วง1เดือนหลังผ่าตัด

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: หลังทำจะมีอาการชาบริเวณหน้าผากได้เป็นภาวะปกติ ซึ่งอาการจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ 
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีในการฟิกตำแหน่งคิ้ว  และเลือกใช้ไหมที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 1-2 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน หลีกเลี่ยงการย้อมผมหรือใช้สารเคมีบริเวณศีรษะประมาณ 1 เดือน

9) ราคา (Pricing)

  • เทคนิคแผลสั้น (Direct brow lift): เริ่มต้น ฿20,000
  • เทคนิคแผลยาว (Classic forehead lift): เริ่มต้น ฿55,000
  • เทคนิคส่องกล้อง (Endoscopic forehead lift): เริ่มต้น ฿95,000
  • งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  • หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เป็นการผ่าตัดส่องกล้องประเภทหนึ่ง โดยใช้อุปกรณ์ฟิกชั้นคิ้ว สามารถทำได้ที่ฮารุคลีนิก

A: เป็นการผ่าตัดคิ้วที่ตก ริ้วรอยบนหน้าผาก หรือหางตาตก โดยเย็บซ่อนแผลไว้บนแนวคิ้ว

A: ผู้ที่มีคิ้วตก หน้าผากมีริ้วรอย หางตาตกเล็กน้อย ดูเหนื่อยล้า ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: XXXเน้นการยกคิ้วให้ยกขึ้น/ริ้วรอยหน้าผากให้น้อยลงหน้าผากจะดูแคบลง โดยคงชั้นตาเดิมให้ชัดเจน แต่การทำตาสองชั้น คือการทำชั้นตาใหม่หรือแก้ไขกล้ามเนื้อตาXXX

ศัลยกรรมยกคิ้ว (Brow lift)  Read More »

ศัลยกรรมยกหนังตา (Subbrow lift) 

เป็นการผ่าตัดยกหนังตาหรือหางตาที่หย่อนคล้อย  โดยจะเป็นการลงแผลบริเวณใต้คิ้ว และตัดหนังส่วนเกินบริเวณหางตา รวมถึงสามารถฟิกตำแหน่งคิ้วใหม่เพื่อให้หางคิ้วดูโค้งสวยขึ้นได้

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมSubbrow lift เป็นการผ่าตัดเพื่อยกหางตา โดยจะมีแผลซ่อนอยู่ใต้คิ้ว โดยจะเป็นการตัดหนังส่วนเกินออก รวมถึงสามารถจัดเรียงไขมันที่หางตาและกำจัดไขมันส่วนเกินออกได้

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีชั้นตาเล็กลง โดยเฉพาะด้านข้าง
  • ผู้ที่มีหนังตาบนหย่อนและหนา ทำให้ดูไม่สดใส และดูมีอายุ
  • ผู้ที่รู้สึกตาดูเศร้า หางตาตก

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบแผล และรูปทรงคิ้วตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ได้ทรงที่เหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
  • เทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1.  Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อหางตาส่วนเกิน ดีไซน์ชั้นตาและทรงคิ้วที่ต้องการ
  2.  Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3.  Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4.  The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก
  5.  Stitching: เย็บฟิกชั้นคิ้วด้วยไหมที่ทนทาน ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน และเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6.  Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณแผลและรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 7 วัน: ตัดไหม ระยะนี้จะยังเห็นแผลชัดอยู่ ให้เริ่มทายาแผลเป็นได้เลย อาจจะยังรู้สึกว่าทรงคิ้วโก่ง ซึ่งเป็นภาวะปกติ
  • 1 เดือน: ทรงคิ้วและชั้นตาเริ่มเข้าที่มากกว่า 80% ชั้นตาเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3 เดือน: ทรงคิ้วและชั้นตาเข้าที่ จะเห็นรูปร่างชั้นตาที่แท้จริง

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำ SUBBROW LIFT”

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  การประคบ: ประคบเย็นรอบๆแผลใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีแผลเป็นชัด ต้องระวังการเลือกทำหัตถการนี้ เพราะแผลจะอยู่ที่ขอบคิ้วโดยตรงไม่ได้ซ่อนในชั้นตา 
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 30 – 45 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  Subbrow lift: เริ่มต้น ฿20,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: เป็นการผ่าตัดหนังตาส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออกโดยเย็บซ่อนแผลไว้ใต้แนวคิ้ว

A: ผู้ที่มีปัญหาหางตาตก หนังตาตก ตาดูเหนื่อยล้า ตาปรือ หรือหนังตาย้อยมาบังชั้นตา

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: เน้นการยกหนังตา/หางตาที่ตกและหย่อนคล้อยให้ยกขึ้น โดยคงชั้นตาเดิมให้ชัดเจน แต่การทำตาสองชั้น คือการทำชั้นตาใหม่หรือแก้ไขกล้ามเนื้อตา

ศัลยกรรมยกหนังตา (Subbrow lift)  Read More »

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Lower blepharoplasty) 

การทำศัลยกรรมถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดแก้ไขภาวะที่มีถุงใต้ตาหย่อนซึ่ง อาจทำให้ตาแห้ง, เสียบุคลิกและดูมีอายุ

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดบริเวณตาล่าง เพื่อแก้ไขภาวะที่มีถุงใต้ตาหย่อนเป็นกระเปาะ ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อไม่สามารถกดถุงไขมันใต้ตาตามธรรมชาติได้ ทำให้เห็นเป็นกระเปาะอยู่ใต้ลำกล้ามเนื้อ และภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังอายุไม่เยอะ ซึ่งเมื่ออายุเยอะขึ้น ก็จะเห็นชัดขึ้นตามลำดับ

 • เทคนิคแผลใน: เป็นการผ่าตัดผ่านเยื่อบุข้างในตา ซึ่งสามารถเอาไขมันที่เป็นถุงกระเปาะออกได้โดยไม่มีรอยแผลภายนอก เหมาะกับคนอายุน้อยที่เริ่มมีถุงใต้ตา

 • เทคนิคแผลนอก: เป็นการผ่าตัดผ่านแผลบริเวณใต้ไรขนตาล่าง เพื่อที่จะเข้าไปจัดเรียงไขมันและเย็บกระชับเอ็นกล้ามเนื้อตา รวมถึงตัดหนังส่วนเกินออกได้ เหมาะกับคนอายุเยอะที่มีหนังส่วนเกินและต้องการตัดหนังส่วนเกินบางส่วนออกด้วย

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  •  ผู้ที่มีถุงใต้ตา ทำให้ดูเหนื่อยและมีอายุ
  •  ผู้ที่มีเอ็นตาล่างหย่อน ทำให้หนังตาล่างไม่แนบลูกตา ซึ่งมักจะมีภาวะตาแห้งตามมา
  •  ผู้ที่มีขนตาล่างทิ่มตา หรือขนตาล่างแบะออกเยอะเกินไป

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • เทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน 
  • แผลผ่าตัดซ่อนตามไรขนตาล่าง และรอยย่นธรรมชาติ 
  • มีเทคนิคการเย็บขึงเอ็นตาล่าง เพื่อลดปัญหาตาแบะ (Ectropian)
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา และเลือกวิธีในการผ่าตัดที่เหมาะกับแต่ละเคส
  2.  Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3.  Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4.  The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก(แผลใน/แผลนอก)
  5.  Stitching: กรณีทำแผลนอกจะมีการเย็บขึงเอ็นตาล่างทุกเคส และเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6.  Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  •  1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  •  6-7วัน: ตัดไหม ระยะนี้ตาล่างจะเริ่มยุบบวม
  •  1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% อาจยังเห็นรอยแผลเป็นได้บ้างในเคสที่ทำแผลนอก
  •  3 เดือน: ตาล่างเข้าที่ เคสที่ทำแผลนอกรอยแผลจะเนียนไปกับริ้วรอยธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำตัดถุงใต้ตา”

“ข้อควรรู้หลังทำผ่าตัดถุงใต้ตา”การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  การประคบ: ประคบเย็นรอบๆดวงตาใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ ใช้สายตาเนอะๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา หรือมีภาวะตาแห้ง ควรทานยาแก้แพ้ควบคู่ก่อนและหลังรับบริการ
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้สายตาเยอะๆ ที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  ถุงใต้ตาแผลใน (Transconjunctival lower blephatoplasty): เริ่มต้น ฿25,000
  •  ถุงใต้ตาแผลนอก (Lower blepharoplasty): เริ่มต้น ฿25,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ในอนาคตหากเกิดอายุเพิ่มขึ้น ปัจจัยภายนอก อาจส่งผลให้กลับมาได้ แต่กรณีที่เร็วจะเป็นในบุคคลที่อายุ60ปีขึ้นไป

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน5-10ปี ไขมันที่ตัดออกไปจะไม่กลับมาอีก นอกจากอายุเยอะจะมีโอกาสกลับมาอีก

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: เทคนิคที่1แผลด้านใน(เยื่อบุตา) เมาะกับคนอายุน้อยถุงใต้ตาไม่เยอะมาก และเทคนิคที่2แผลด้านนอก(ขอบขนตา) เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาเกินต้องตัดออกเยอะ

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Lower blepharoplasty)  Read More »

ศัลยกรรมแก้ไขกล้ามเนื้อตา/ตาตก/กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Upper blepharoplasty) 

ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง(Eye ptosis) พบได้ตั้งแต่แรกเกิด (Congenital ptosis) หรืออาจจะเกิดเกิดขึ้นตามอายุที่เยอะขึ้น (Senile ptosis) ซึ่งจะส่งผลให้วิสัยทัศน์ไม่ดี เนื่องจากชั้นตาที่อ่อนแรงจะตกลงมาปกคลุมบริเวณตาดำ ทำให้มองเห็นไม่ชัด ซึ่งปัญหาที่ตามมาคือผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องยกคิ้วตลอดเวลาเพื่อช่วยในการลืมตา ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผากรวมถึงเสียบุคลิก

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมแก้ไขกล้ามเนื้อตา  คือการผ่าตัดบริเวณตาบน โดยจะเข้าไปแก้ไขที่กล้ามเนื้อ Levator muscle เพื่อให้กล้ามเนื้อตาสามารถทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถลืมตาได้โตขึ้น มองเห็นชัดเจนขึ้น

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหนังตาตก เปลือกตาบนตกคลุมตาดำเยอะ ทำให้เวลาลืมตาต้องยักคิ้วช่วย หรือใช้การเงยหน้าในการช่วยลืมตา
  • ผู้ที่มีชั้นตาใหญ่ (Levator dehiscend) ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อยกตายืด ทำให้ดูตาเหนื่อยและไม่สดใส
  • ผู้ที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน ซึ่งอาจเกิดจากปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่เท่ากัน
  • ผู้ที่มีรอยย่นหน้าผากเยอะ อาจต้องระวังว่าเกิดจากการที่คิ้วพยายามยกชั้นตาที่ตก ทำให้เกิดริ้วรอยที่ลึกและถาวร

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบชั้นตาตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ไดชั้นตาที่เหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
  • เทคนิคแก้ไขกล้ามเนื้อเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อส่วนเกิน ดีไซน์ชั้นตาและทรงตาที่ต้องการ (ชั้นเล็ก, ชั้นกลาง หรือ ชั้นใหญ่)
  2. Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4. The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก
  5. Stitching: เย็บแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6. Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 6-7วัน: ตัดไหม ระยะนี้ชั้นตาจะเริ่มยุบบวม 
  • 1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% ชั้นตาเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3 เดือน: ชั้นตาเข้าที่ จะเห็นรูปร่างชั้นตาที่แท้จริง

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง”

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  การประคบ: ประคบเย็นรอบๆดวงตาใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  •  การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  •  ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา หรือมีภาวะตาแห้ง ควรทานยาแก้แพ้ควบคู่ก่อนและหลังรับบริการ
  •  มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการฟิกชั้นและเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาที
  •  การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Upper blepharoplasty): เริ่มต้น ฿35,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ผ่าตัดยกกล้ามเนื้อตาเพื่อปรับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ร่วมกับการทำตาสองชั้น

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: เมื่อมีอาการหนังตาตก ลืมตาไม่เต็มที่ มองเห็นไม่ชัดเจน จนทำให้ไม่มั่นใจในบุคลิกภาพ

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 10ปี หรือว่าถาวรหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของชั้นหนังตา/กล้ามเนื้อในอนาคต

ศัลยกรรมแก้ไขกล้ามเนื้อตา/ตาตก/กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Upper blepharoplasty)  Read More »

ศัลยกรรมตาสองชั้น (Upper blepharoplasty) 

การทำศัลยกรรมตาสองชั้น นอกจากจะเป็นการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามทำให้ตากลมโตดูสดใสแล้ว ในเคสที่มีภาวะหนังตาบนเกินหรือไขมันชั้นตาหนา การทำศัลยกรรมตาสองชั้นก็สามารถตัดหนังส่วนเกินและจัดเรียงไขมัน เพื่อให้ได้ชั้นตาที่สวยงามและดูอ่อนเยาว์ได้

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

ศัลยกรรมตาสองชั้น  คือการผ่าตัดบริเวณตาบนเพื่อให้ได้ชั้นที่สวยงามเปิดกว้างนอกจากนี้ยังสามารถตัดหนังส่วนเกินที่ห้อยลงมาปิดบังวิสัยทัศน์ รวมถึงจัดเรียงไขมันได้อีกด้วย

  • เทคนิคกรีดสั้น : ป็นการกรีดแผลสั้นเพื่อฟิกชั้นตา เหมาะในเคสผู้ป่วยอายุน้อยที่ต้องการมีตาสองชั้นที่ดูกลมโต
  • เทคนิคกรีดยาว : เป็นการกรีดแผลยาวที่นอกจากจะช่วยในการฟิกชั้นได้แล้ว ยังช่วยในการตัดหนังส่วนเกินและจัดเรียงไขมันได้อีกด้วย เหมาะในเคสผู้ป่วยที่ต้องการตกแต่งหนังตา หรือต้องการจัดเรียงไขมันชั้นตาที่ทำให้ชั้นตาดูหนา

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

  • บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:
  • ผู้ที่มีตาชั้นเดียวและต้องการที่จะมีตาสองชั้น
  • ผู้ที่มีชั้นตาเล็ก หนังตาด้านข้างห้อยตกลง ต้องการที่จะมีชั้นตาที่ดูใหญ่ขึ้นและเปิดหาง เพื่อความอ่อนเยาว์
  • ผู้ที่มีชั้นตาหนา จากการที่มีไขมันบริเวณหนังตาบนเยอะ ทำให้แต่งหน้าแล้วดูตาบวม ไม่มั่นใจ

ผู้ที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน ต้องการปรับแต่งให้ชั้นตาเท่ากันมากขึ้น

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบชั้นตาตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ได้ชั้นตาที่เหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
  • เทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อส่วนเกิน ดีไซน์ชั้นตาและทรงตาที่ต้องการ (ชั้นเล็ก, ชั้นกลาง หรือ ชั้นใหญ่)
  2.  Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4.  The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก
  5.  Stitching: เย็บแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6.  Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 6-7วัน: ตัดไหม ระยะนี้ชั้นตาจะเริ่มยุบบวม 
  • 1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% ชั้นตาเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3 เดือน: ชั้นตาเข้าที่ จะเห็นรูปร่างชั้นตาที่แท้จริง

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำตาสองชั้น”

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  • การประคบ: ประคบเย็นรอบๆดวงตาใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  • ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  • งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา หรือมีภาวะตาแห้ง ควรทานยาแก้แพ้ควบคู่ก่อนและหลังรับบริการ
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการฟิกชั้นและเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  ทำตาสองชั้นกรีดสั้น (Short scar upper blephatoplasty): เริ่มต้น ฿15,000
  •  ทำตาสองชั้นกรีดยาว (Upper blepharoplasty): เริ่มต้น ฿20,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: มี 2 เทคนิคหลักๆ 1.เทคนิคกรีดสั้น จะกรีด 1-2 ซม. และ 2.เทคนิคกรีดยาว จะกรีด2.5 ซม.และสามารถตัดไขมันและหนังส่วนเกินออกได้ด้วย

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: ขึ้นอยู่กับลักษณะตาแต่ละบุคคล เทคนิคกรีดสั้น จะเหมาะกับคนตาชั้นเดียว ชั้นตาหลบใน และเทคนิคกรีดยาวจะเหมาะกับคนหนังตาตก มีไขมันเยอะ หนังตาหย่อนคล้อย

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 10ปี หรือว่าถาวรหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของชั้นหนังตา/กล้ามเนื้อในอนาคต

ศัลยกรรมตาสองชั้น (Upper blepharoplasty)  Read More »

ศัลยกรรมตัดปีกจมูก (Alarplasty) 

ที่ ฮารุคลินิก โคราช เราให้ความสำคัญกับความสมดุลของใบหน้า การตัดปีกจมูกไม่ใช่แค่การทำให้เล็กลงที่สุด แต่คือการออกแบบให้รับกับสันจมูกและรูปหน้าโดยรวม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และซ่อนรอยแผลอย่างประณีต

1) การตัดปีกจมูก คืออะไร? 

การตัดปีกจมูก (Alarplasty) คือ ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อลดความกว้างของปีกจมูกและปรับขนาดรูจมูกให้เล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อปีกจมูกเยอะ หรือปีกจมูกบานออกด้านข้าง ทำให้จมูกดูใหญ่และใบหน้าขาดมิติ

ตัดปีกจมูกช่วยอะไร?

การผ่าตัดนี้จะช่วยให้ฐานจมูกดูแคบลง ส่งผลให้สันจมูกดูโด่งและเรียวขึ้นโดยอัตโนมัติ ช่วยแก้ปัญหาหน้าดูแบนหรือจมูกดูโต ให้ใบหน้าดูหวานและละมุนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2) เหมาะกับใคร?

การตัดปีกจมูก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา เรื่องโครงสร้างจมูกส่วนล่าง ดังนี้:

  • คนที่มีปีกจมูกบาน: ปีกจมูกกางออกด้านข้างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาแสดงสีหน้าหรือยิ้ม
  • คนที่มีรูจมูกกว้าง: รูจมูกใหญ่ หรือรูจมูกไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม
  • คนที่มีเนื้อปีกจมูกหนา: ทำให้จมูกดูเทอะทะ ไม่เรียว
  • คนที่เสริมจมูกแล้วแต่ยังดูไม่เรียว: บางครั้งการเสริมซิลิโคนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การตัดปีกร่วมด้วยจะช่วยให้ทรงสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

3) จุดเด่นของการตัดปีกจมูกที่ ฮารุคลินิก

ทำไมต้องเลือกตัดปีกจมูกที่ฮารุคลินิก โคราช?

  • เทคนิคซ่อนรอยแผล (Hidden Scar): แพทย์เย็บเก็บรอยแผลไว้บริเวณร่องพับปีกจมูก ทำให้รอยแผลเนียนไปกับผิวตามธรรมชาติ สังเกตเห็นได้ยาก
  • ออกแบบเคสต่อเคส: ไม่ตัดจนลีบแบน แพทย์จะประเมินการหายใจและความสมดุลเป็นหลัก
  • หายใจได้สะดวกปกติ: เน้นความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชันการใช้งาน ไม่กระทบทางเดินหายใจ

4) ขั้นตอนการทำ

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ประเมินเนื้อจมูก วัดสัดส่วน และตกลงทรงที่ต้องการกับคนไข้
  2. เตรียมบริเวณผ่าตัด: ทำความสะอาดใบหน้าและโพรงจมูกเพื่อฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณปีกจมูก (เจ็บนิดเดียวตอนฉีดยา)
  4. ทำการผ่าตัด: แพทย์จะตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและจัดทรงปีกจมูกใหม่ ตามเทคนิคที่วางแผนไว้
  5. เย็บแผล: เย็บปิดแผลด้วยความละเอียดประณีต เพื่อให้รอยเย็บนั้นเรียบเนียนที่สุด
  6. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผล และรับยาพร้อมคำแนะนำการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • เห็นผลทันที: รูปทรงจมูกจะดูแคบลงทันทีหลังทำเสร็จ
  • ระยะเวลาตัดไหม: ปกติจะนัดตัดไหมในช่วง 7–14 วัน
  • เข้าที่สมบูรณ์: อาการบวมจะลดลงจนเป็นปกติ และรอยแผลจางลงจนแทบมองไม่เห็นในช่วง 1–3 เดือน
  • ผลลัพธ์: ได้ทรงจมูกที่เรียวขึ้น รูจมูกสวยขึ้น และอยู่ได้ถาวร

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลหลังตัดปีกจมูก เพื่อให้แผลสวยและหายไว:

  • การทำความสะอาด: ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผลเบาๆ เช้า-เย็น ห้ามให้แผลโดนน้ำประปาในช่วง 3-7 วันแรก
  • การขยับปาก: พยายามงดการยิ้มกว้าง หัวเราะแรง หรืออ้าปากกว้างเกินไปในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันแผลปริ
  • อาหาร: งดอาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อลดการบวมและคันแผล
  • ยา: ทานยาแก้อักเสบและลดบวมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • แผลเป็น: เมื่อแผลแห้งสนิท สามารถทายาลดรอยแผลเป็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดรอยแผลเป็นนูน (คีย์ลอยด์) ได้ในบางรายขึ้นอยู่กับสภาพผิว แต่สามารถป้องกันและรักษาได้
  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรตัดปีกจมูกออกมากเกินไปจนรูจมูกตีบแคบ เพราะอาจส่งผลต่อการหายใจได้ (แพทย์ที่ฮารุคลินิกจะให้ความสำคัญจุดนี้มาก)
  • ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ: ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่าย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก ทำเสร็จสามารถขับรถกลับบ้านได้
  • การทำงาน: สามารถไปทำงานได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น (อาจมีพลาสเตอร์ปิดแผลเล็กน้อย) หรือหากต้องการพัก แนะนำพัก 1-2 วัน

9) ราคา (Pricing)

ราคาการตัดปีกจมูกที่ ฮารุคลินิก โคราช เน้นความคุ้มค่าและโปร่งใส:

  • ราคาตัดปีกจมูก (Alarplasty): เริ่มต้น 15,000 บาท

(ราคานี้รวมค่ายาและชุดทำแผลแล้ว กรุณาทักแชทเพื่อเช็กโปรโมชั่นล่าสุด)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เจ็บเฉพาะตอนฉีดยาชาครับ หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเลย

A: ทำได้และแนะนำให้ทำพร้อมกัน การทำพร้อมกันจะช่วยให้ทรงจมูกออกมาสวยสมบูรณ์แบบในครั้งเดียว และเจ็บตัวครั้งเดียว ดูแลรักษาทีเดียว

A: การตัดปีกจมูกเป็นการตัดเนื้อเยื่อออกถาวร ปีกจมูกจะไม่กลับมาบานเท่าเดิมแน่นอน

A: แพทย์จะซ่อนรอยแผลไว้ที่ร่องแก้มและร่องปีกจมูก (Alar crease) เมื่อหายดีแล้ว รอยแผลจะกลมกลืนไปกับรอยพับผิวหนังตามธรรมชาติ

A: สามารถแต่งหน้าเว้นบริเวณแผลได้ทันทีครับ ส่วนบริเวณแผลแนะนำให้รอตัดไหมและแผลแห้งสนิทก่อน (ประมาณ 1-2 สัปดาห์)

ศัลยกรรมตัดปีกจมูก (Alarplasty)  Read More »

ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty)

การเสริมจมูกไม่ใช่เพียงการเพิ่มความสูงของสันจมูกเท่านั้น แต่คือศิลปะการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างสมดุล (Facial Harmony) ให้กับใบหน้าในทุกองศา ไม่ว่าจะเป็นมุมหน้าตรง มุมข้าง หรือมุมเสย ที่ฮารุคลินิก เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างเดิมของคนไข้แบบ Case-by-Case เพื่อผลลัพธ์ที่ดูสวยและเป็นธรรมชาติ

1) บริการศัลยกรรมเสริมจมูกคืออะไร? (What is Rhinoplasty)

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดตกแต่งรูปทรงจมูกเพื่อความสวยงามและ/หรือการแก้ไขการใช้งาน โดยที่ฮารุคลินิกเรามีเทคนิคที่ครอบคลุมทุกปัญหาโครงสร้าง ดังนี้:

  • เทคนิค Closed Rhinoplasty: การเปิดแผลจากด้านในรูจมูกเพียงด้านเดียว ข้อดีคือไม่มีรอยแผลเป็นภายนอก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานจมูกดีอยู่แล้วและต้องการเพิ่มความโด่ง
  • เทคนิค Open Reconstruction: การเปิดแผลบริเวณฐานจมูกเพื่อปรับโครงสร้างทั้งหมด เหมาะสำหรับเคสที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น จมูกสั้นมาก จมูกฮัมพ์สูง หรือต้องการยืดปลายด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกและกระดูกอ่อนหลังหู

วัสดุที่เลือกใช้:

  • ซิลิโคน (Medical Grade): เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง บิดได้ (Squeezable) ดูเป็นธรรมชาติ
  • เนื้อเยื่อหลังหู / กระดูกอ่อนหลังหู: ใช้สำหรับรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุและทำให้ปลายจมูกดูละมุน (Drop Tear)
  • เนื้อเยื่อเทียม (ADM): วัสดุสังเคราะห์ที่เลียนแบบเนื้อเยื่อจริง ช่วยเพิ่มความหนาให้ผิวหนังปลายจมูกในเคสที่ผิวบาง
  • TNR mesh: โครงสร้างเทียมจากวัสดุสังเคราะห์ย่อยสลายได้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างจมูก

2) ศัลยกรรมเสริมจมูกเหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาทางลักษณะกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีดั้งจมูกน้อย (Flat Bridge): ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ ตาดูห่าง
  • ผู้ที่มีปลายจมูกใหญ่ (Bulbous Tip): หรือทรงจมูกชมพู่ที่ต้องการให้จมูกดูเรียวเล็กและคมชัดขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาฮัมพ์สูง (Nasal Hump): มีกระดูกนูนบริเวณสันจมูก ทำให้ใบหน้าดูดุหรือดูแข็งเกินไป
  • ผู้ที่มีภาวะจมูกสั้น (Short Nose): ต้องการยืดปลายจมูกให้ยาวขึ้นเพื่อให้หน้าดูสมส่วน
  • เคสงานแก้ (Revision Case): ผู้ที่เคยเสริมมาแล้วแต่ไม่พอใจในรูปทรง มีปัญหาซิลิโคนเอียง หรือเสี่ยงต่อการทะลุ

3) จุดเด่นของบริการศัลยกรรมเสริมจมูก (Benefits)

  • ออกแบบตามหลัก Golden Ratio: แพทย์จะวัดสัดส่วนใบหน้าเพื่อออกแบบทรงจมูกที่ช่วยดึงจุดเด่นของตาและปากออกมาให้ชัดเจนที่สุด
  • เทคนิคการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูก: ช่วยให้ซิลิโคนยึดเกาะได้ดี ไม่โยกเยก และดูเนียนไปกับฐานกระดูกเดิม ไม่เห็นเป็นขอบแท่ง
  • เทคนิคOpen: เป็นการแก้ไขโครงสร้างของจมูก เพื่อช่วยทั้งเรื่องฟังก์ชั่นและความสวยงาม ได้ทรงจมูกพุ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การดูแลที่ใส่ใจ: ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น การผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว (Follow-up)

4) ขั้นตอนการทำศัลยกรรมเสริมจมูก (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อจมูก ความยืดหยุ่น และเลือกทรงที่ต้องการ (เช่น ทรงสโลปปลายพุ่ง, ทรงบาร์บี้)
  2. Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด (หรือการดมยาสลบในเคส Open)
  4. The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก วางซิลิโคนหรือปรับโครงสร้างกระดูกอ่อน
  5. Stitching & Splinting: เย็บแผลด้วยไหมละลายหรือไหมเล็กพิเศษ และใส่เฝือกเพื่อล็อกทรงจมูกไม่ให้เคลื่อนที่
  6. Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ศัลยกรรมเสริมจมูกที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตาและสันจมูก ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 7 วัน: ตัดไหม (ถ้ามี) และถอดเฝือกออก จะเริ่มเห็นทรงจมูกที่ชัดเจนขึ้น
  • 1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% จมูกเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3-6 เดือน: จมูกรัดแกนสมบูรณ์ เส้นแนวสันจมูกชัดเจน ปลายจมูกอ่อนนุ่มลง และเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ถาวร

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำศัลยกรรมเสริมจมูก

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  • การประคบ: ประคบเย็นรอบๆ จมูกและหน้าผากใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  • ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ การยกของหนัก และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวังของศัลยกรรมเสริมจมูก (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีการติดเชื้อในโพรงจมูก หรือมีสิวอักเสบรุนแรงบริเวณจมูก ควรรักษาให้หายก่อนรับบริการ
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ซิลิโคนแกะมือ (Customized) เพื่อให้พอดีกับฐานกระดูกของแต่ละคน ลดความเสี่ยงการกดทับเส้นเลือดและการทะลุ

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น ศัลยกรรมเสริมจมูก (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาทีสำหรับเทคนิค Closed/Semi-Open และ 4-5 ชั่วโมงสำหรับเทคนิค Open
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคาศัลยกรรมเสริมจมูก (Pricing)

  • เสริมจมูกใหม่ (Silicone Premium): เริ่มต้น ฿15,000
  • เสริมจมูก + รองปลายเนื้อเยื่อหลังหู: เริ่มต้น ฿25,000
  • เทคนิค Open Reconstruction: เริ่มต้น ฿79,000
  • งานแก้จมูก (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  • หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) คำถามศัลยกรรมเสริมจมูกที่พบบ่อย (FAQ)

A: เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 2-3 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ในวันที่ 5-7 

A: หากฮัมพ์สูงเกินไป แพทย์จะแนะนำให้ตะไบ (Rasping) เพื่อให้ซิลิโคนแนบไปกับฐานจมูก ป้องกันการเคลื่อนและเบี้ยวเอียง

A: ควรงดอย่างน้อย 1 เดือนครับ เพราะอาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้แผลหายช้าลง

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือน เพื่อให้เนื้อเยื่อจมูกสมานตัวดีก่อน

ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty) Read More »

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) 

1. ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง คืออะไร? (What is Abdominoplasty?)

การศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tummy Tuck (Abdominoplasty) คือ การผ่าตัดเพื่อกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยและไขมันหน้าท้อง พร้อมทั้งเย็บกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกตัวออกจากกัน (Diastasis Recti) ให้กลับมาชิดกัน ทำให้หน้าท้องดูแบนราบมากขึ้น เอวคอดกระชับมากขึ้น และมีสัดส่วนที่สวยงามขึ้น
บริการนี้ ไม่ใช่การลดความอ้วน แต่เป็นการ “แก้ปัญหาหน้าท้องย้วย” ที่การออกกำลังกายหรือการคุมอาหารไม่สามารถแก้ไขได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยรุนแรง

2. การผ่าตัดหนังหน้าท้อง เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

การศัลยกรรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังและกล้ามเนื้อหน้าท้องเสียสภาพ ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้:

  • คุณแม่หลังคลอดบุตร: ที่มีปัญหาหนังหน้าท้องหย่อนคล้อย หน้าท้องลาย ผิวหนังย้วยไม่คืนรูป หรือมีภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว: ทำให้เกิดผิวหนังส่วนเกินหย่อนคล้อย (Skin Apron) บริเวณท้องน้อย ที่ไม่สามารถกำจัดได้โดยการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่มีหน้าท้องยื่น: แม้จะผอมแต่พุงป่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus Abdominis) ไม่แข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการแก้รอยแผลผ่าตัดเก่า: เช่น รอยแผลผ่าคลอดที่ไม่สวยงาม สามารถแก้ไขไปพร้อมกับการตัดหนังหน้าท้องได้

3. จุดเด่นของการตัดหนังหน้าท้อง ที่ฮารุคลินิก โคราช (Benefits)

ที่ ฮารุคลินิก โคราช เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง:

  • ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified Plastic Surgeon): เพื่อความไว้วางใจจากผู้รับบริการ โดยมีแพทย์เฉพาะทางให้คำปรึกษา ทำผ่าตัด และหลังการผ่าตัดเพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความไว้วางใจ ทางคลินิกจึงมีแพทย์เฉพาะทางคอยให้คำปรึกษา ดำเนินการผ่าตัด และดูแลหลังการผ่าตัด
  • เทคนิคซ่อนรอยแผล (Hidden Scar): แพทย์จะวางตำแหน่งแผลให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้สามารถสวมใส่ชุดชั้นในหรือชุดว่ายน้ำทับได้โดยไม่เห็นรอยแผล
  • เย็บกระชับกล้ามเนื้อ 2 ชั้น: ทำให้เอวคอดมากขึ้น และแก้ปัญหาพุงป่อง
  • ตกแต่งสะดือใหม่ (Umbilicoplasty): สร้างสะดือใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตา

4. ขั้นตอนการทำ (Procedure)

การผ่าตัด Tummy Tuck เป็นการผ่าตัดที่มีขั้นตอนดังต่อไปนี้:

  1. ปรึกษาและประเมินโครงสร้าง: แพทย์จะประเมินปริมาณผิวหนัง ไขมัน และความหย่อนของกล้ามเนื้อ เพื่อวางแผนแนวแผล (Mini หรือ Full Tummy Tuck)
  2. การระงับความรู้สึก: ดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์ (ดมยาสลบ) เพื่อความปลอดภัยตลอดการผ่าตัด
  3. เปิดแผลและเลาะแยกชั้นผิวหนัง: แพทย์จะเปิดแผลบริเวณแนวขอบกางเกงใน
  4. เย็บซ่อมกล้ามเนื้อ (Retus plication): เย็บกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แยกตัวให้กลับมาชิดกัน เพื่อให้ได้สัดส่วนเอวคอดมากขึ้น
  5. ตัดแต่งผิวหนังและย้ายสะดือ: ตัดหนังส่วนเกินออก และเจาะตำแหน่งสะดือใหม่ (กรณี Full Tummy Tuck)
  6. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยความประณีตหลายชั้นเพื่อลดแรงตึงและทำให้แผลดูสวยงาม
  7. ใส่ชุดกระชับ: หลังทำทันที ผู้ป่วยจะได้รับการใส่ผ้ารัดหน้าท้องเพื่อลดบวม

5. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • เห็นผลทันทีหลังทำ: หน้าท้องจะแบนราบลงอย่างเห็นได้ชัด ไขมันและผิวหนังส่วนเกินหายไป
  • ระยะเวลาเข้าที่: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกจะมีอาการบวมช้ำ และตึงบริเวณแผล ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลง รูปทรงหน้าท้องจะเข้าที่สวยงามชัดเจนที่สุดในช่วง 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์: หากคนไข้ดูแลน้ำหนักตัวให้คงที่ ไม่มีการตั้งครรภ์เพิ่ม หน้าท้องที่เรียบตึงจะอยู่ได้ยาวนานหลายปี

6. การดูแลหลังทำ (Aftercare)

เพื่อให้แผลดูสวยงามและฟื้นตัวไว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด:

  • ข้อควรรู้หลังทำ: ต้องใส่ ชุดกระชับหน้าท้อง (Compression Garment) ตลอดเวลา (24 ชม.) ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อพยุงกล้ามเนื้อและลดบวม
  • การเดิน: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกควรเดินก้มตัวเล็กน้อย เพื่อลดแรงตึงบริเวณแผลผ่าตัด
  • การดูแลแผล: ห้ามแผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน และหมั่นทำความสะอาดตามแพทย์สั่ง
  • งดยกของหนัก: และงดออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะส่วนท้อง อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์

7. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • ความเสี่ยงทั่วไป: อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือชาบริเวณหน้าท้องชั่วคราว ซึ่งจะดีขึ้นเองตามลำดับ
  • ใครควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคตอันใกล้ (เพราะหน้าท้องอาจขยายตัวอีก) และผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้
  • คำเตือนสำคัญ: ต้องงดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพราะบุหรี่ทำให้แผลหายช้าและเนื้อตายได้

8. เวลาในการทำ / พักฟื้น (Time & Recovery)

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและเทคนิค)
  • การพักฟื้น: ช่วงแรกจะมีสายเดรนเพื่อระบายเลือด แนะนำให้งดกิจกรรมทีีมีความเสี่ยง เช่นการขับรถ การออกกำลังกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เลือกออกซ้ำ 
  • ระยะลางาน: ควรลางานพักผ่อนประมาณ 10-14 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เต็มที่ใน 1 เดือน

9. ราคา ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับเทคนิคและความซับซ้อนของเคส:

  • Mini Tummy Tuck (ตัดหนังหน้าท้องแบบเล็ก): ราคาเริ่มต้น 59,000 บาท
  • Full Tummy Tuck (ตัดหนังหน้าท้องแบบเต็ม): ราคาเริ่มต้น 79,000 บาท
  • โปรโมชั่น: รวมค่าห้องผ่าตัด, ค่ายา, ชุดกระชับ และการติดตามผล (Follow-up)

(กรุณาทักแชทหรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แน่นอนสำหรับเคสของคุณ)

10. รีวิวจากผู้ใช้จริง (Reviews & Before-After)

[พื้นที่สำหรับใส่รูป Before/After – แนะนำให้ใส่รูปเปรียบเทียบหน้าท้องก่อนทำและหลังทำ 3 เดือน]

ความประทับใจจากลูกค้าฮารุคลินิก:

“เป็นคุณแม่ลูกสอง หน้าท้องย้วยมาก ไม่มั่นใจเลยค่ะ ตัดสินใจมาทำที่ฮารุคลินิก คุณหมอให้คำแนะนำดีมาก แผลสวย ซ่อนในขอบบิกินี่ได้พอดี ตอนนี้กล้าใส่เอวลอยแล้วค่ะ” – คุณ A (นามสมมติ)

“บริการดี สะอาด ปลอดภัย ตอนแรกกลัวเจ็บ แต่หลังทำไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด พยาบาลดูแลดีมากครับ” – คุณ B (นามสมมติ)

11. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงมีความเจ็บตึงหลังหมดฤทธิ์ยาชา/ยาสลบ แต่ทางคลินิกมียาระงับปวดที่มีประสิทธิภาพ อาการปวดจะมากที่สุดใน 2-3 วันแรก และจะทุเลาลงอย่างรวดเร็ว

A: แผลผ่าตัดจะมีลักษณะยาวตามขอบกางเกงใน แต่ศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคการเย็บซ่อนแผล (Bikini Line) เมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลจะจางลงจนแทบสังเกตไม่เห็นหากดูแลรักษาแผลดี

A: สามารถมีลูกได้ แต่แนะนำให้ทำหลังจากที่มีบุตรคนสุดท้ายแล้วจะคุ้มค่าที่สุด เพราะหากตั้งครรภ์อีก หน้าท้องอาจกลับมาหย่อนคล้อยได้อีก

A: ดูดไขมันช่วยแค่เรื่อง “ไขมัน” แต่ไม่ช่วยเรื่อง “หนังย้วย” หรือ “กล้ามเนื้อแยก” การตัดหนังหน้าท้องจะแก้ปัญหาได้ครบทั้ง หนัง-ไขมัน-กล้ามเนื้อ

A: น้ำหนักอาจลดลงเล็กน้อยจากการตัดเนื้อเยื่อออกไป แต่จุดประสงค์หลักคือการกระชับสัดส่วน ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยตรง

ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)  Read More »

Scroll to Top