Services

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยวิธีการดูดไขมันเฉพาะจุด (Liposuction) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คาง (เหนียง) และกรอบหน้า ที่ยากต่อการลดด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่งจะทำการออกแบบแนวทางการดูดไขมันให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

1) การดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้า คืออะไร?

การดูดไขมันบริเวณใบหน้า (Facial Liposuction) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อนำเซลล์ไขมันส่วนเกินออกจากชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณใต้คาง (Submental) และตามแนวสันกราม (Jawline) โดยใช้เครื่องมือแพทย์และท่อขนาดเล็ก (Cannula) สอดเข้าไปเพื่อสลายและดูดไขมันออกมา

วิธีการนี้ช่วยแก้ปัญหา “คางสองชั้น” หรือ “กรอบหน้าไม่ชัด” ได้อย่างตรงจุด ทำให้รอยต่อระหว่างคอและใบหน้ามีความชัดเจนขึ้น ใบหน้าดูมีมิติและเล็กลง แตกต่างจากการฉีดสลายไขมันตรงที่เป็นการนำเซลล์ไขมันออกไปจากร่างกายในปริมาณที่เห็นผลชัดเจนกว่า

2) เหมาะกับใคร?

บริการดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้:

  • ผู้ที่มีเหนียงเยอะ: มีไขมันสะสมใต้คางมาก จนทำให้คางดูซ้อนกันเป็นชั้น
  • ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด: ไขมันบดบังแนวสันกราม ทำให้ใบหน้าและคอดูเชื่อมกัน
  • ผู้ที่มีแก้มห้อย: มีเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้มส่วนล่างเยอะ ทำให้หน้าดูหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่รูปร่างผอมแต่มีเหนียง: แม้น้ำหนักตัวน้อยแต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลชัดเจน: ต้องการลดไขมันใบหน้าแบบเร่งด่วนและเห็นผลลัพธ์ได้ดีกว่าการฉีดสลายไขมันทั่วไป

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่บริการดูดไขมันหน้าได้รับความนิยม:

  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน: สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินในปริมาณที่ต้องการได้และเห็นผลแทบจะทันที
  • แผลขนาดเล็ก: รอยแผลมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร) และซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ยาก เช่น ใต้ติ่งหู หรือใต้คาง
  • ช่วยกระชับผิว: กระบวนการดูดไขมันบางเทคนิคช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทำมีความกระชับขึ้นร่วมด้วย
  • ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการที่ฮารุคลินิก:

  1. ประเมินและวาดจุด: แพทย์ทำการวิเคราะห์ปริมาณไขมันและวาดตำแหน่ง ที่ต้องการดูดออกอย่างละเอียด
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ
  3. ใส่ยาชา (Tumescent): แพทย์ทำการฉีดยาชาผสมน้ำเกลือเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อระงับความรู้สึกและช่วยให้ไขมันแตกตัว
  4. ดูดไขมัน: แพทย์ใช้ท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปดูดไขมันตามแนวที่กำหนดด้วยความนุ่มนวล
  5. รีดน้ำและพันผ้า: รีดน้ำเกลือและไขมันที่ตกค้างออก เย็บปิดแผล และสวมผ้ารัดหน้า (Facial Band) ทันทีเพื่อลดบวมและล็อกทรง
ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: ปริมาณไขมันลดลงทันที แต่จะมีอาการบวมจากน้ำเกลือและยาชา
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน: กรอบหน้าจะเริ่มชัดและเข้าที่สวยงาม (Settlement) ในช่วง 1-3 เดือน ผิวหนังจะค่อย ๆ กระชับเข้ารูป
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาเพิ่มจำนวนอีก ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานหากผู้รับบริการดูแลน้ำหนักตัวให้คงที่

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน เพื่อลดบวมและให้ผิวหนังกระชับเร็วขึ้น:

  • การสวมผ้ารัดหน้า (Facial Band): สำคัญมาก ควรใส่ตลอดเวลาในช่วง 3 วันแรก และใส่อย่างน้อยวันละ 8-12 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อพยุงผิวให้แนบสนิทกับโครงหน้า
  • การดูแลแผล: ห้ามแผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน จนกว่าจะตัดไหม ควรใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดการบวม
  • การนอน: ควรนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
  • ยา: รับประทานยาแก้อักเสบและลดบวมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • ภาวะแทรกซ้อน: อาจเกิดรอยเขียวช้ำ (Bruising) หรืออาการบวม ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายได้เอง
  • ก้อนไตแข็ง: ช่วงแรกผิวหนังอาจรู้สึกเป็นคลื่นหรือมีก้อนไตแข็ง ๆ ใต้ผิว (Fibrosis) ซึ่งเกิดจากการสมานแผลภายใน สามารถนวดกระชับ (RF) เพื่อช่วยให้นิ่มลงได้หลังทำ 1 เดือน
  • อาการชา: อาจมีความรู้สึกชาบริเวณที่ดูดไขมัน ซึ่งจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหยุดยาก หรือมีภาวะติดเชื้อบริเวณใบหน้า

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน)
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องนอนพักที่คลินิก ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ แนะนำให้พักผ่อนที่บ้าน 1-2 วันแรกเพื่อประคบเย็นและลดการขยับใบหน้า

9) ราคา (Pricing)

ราคาการดูดไขมันที่ ฮารุคลินิก โคราช พิจารณาตามบริเวณและความยากง่ายของเคส:

  • ดูดไขมันเหนียง (Double Chin): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • ดูดไขมันกรอบหน้า (Jawline): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • เหมาทั่วหน้า (เหนียง + กรอบหน้า): ราคาพิเศษ 30,000 บาท ฟรีกระพุงแก้ม

(มีบริการติดตามผลและชุดทำแผลรวมในค่าบริการ กรุณาสอบถามโปรโมชั่นปัจจุบันทางช่องทางออนไลน์)

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ขั้นตอนการฉีดยาชาอาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ระหว่างที่ทำการดูดไขมัน ผู้รับบริการจะไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึง ๆ หรือสั่นสะเทือนบ้าง

A: หากผิวหนังมีความยืดหยุ่นดี ผิวจะค่อย ๆ หดกระชับเข้าหาโครงหน้าเอง และการใส่ผ้ารัดหน้าอย่างเคร่งครัดจะช่วยป้องกันผิวหย่อนคล้อยได้มาก

A: เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดออกไปแล้วจะไม่เพิ่มจำนวนขึ้นใหม่ แต่เซลล์ที่เหลืออยู่สามารถขยายขนาดได้หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก ๆ ดังนั้นควรควบคุมน้ำหนักหลังทำ

A: แผลเจาะมีขนาดเล็กมาก (เท่ารูมด) และซ่อนอยู่ในจุดซ่อนเร้น เช่น หลังใบหู หรือใต้คาง เมื่อแผลหายสนิท รอยจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น

A: การฉีดแฟตเหมาะกับการลดไขมันปริมาณน้อย ๆ และต้องทำซ้ำหลายครั้ง ส่วนการดูดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเยอะและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในครั้งเดียว ทั้งนี้หากผู้รับบริการไม่ได้ควบคุมอาหารและน้ำหนักตัวขึ้นมากหลังจากทำการดูดไขมันแล้ว ไขมันก็อาจจะกลับมาได้

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction) Read More »

โปรแกรมโบทอกซ์ (Botox)

โปรแกรมโบทอกซ์ (Botox)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอยด้วยสาร Botulinum Toxin A (โบทอกซ์) ดูแลโดยแพทย์ เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่ หรือริ้วรอยเหี่ยวย่น ให้ใบหน้ากลับมาดูเรียวสวยและสดใสขึ้น โดยเน้นเทคนิคการฉีดที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง

1) โปรแกรมโบทอกซ์ คืออะไร?

โบทอกซ์ (Botox) หรือชื่อทางการแพทย์คือ Botulinum Toxin A เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากแบคทีเรีย มีคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) โดยจะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวชั่วคราว

การทำงานของโบทอกซ์ในแต่ละจุด:

  • ลดกราม (Jaw Reduction): ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) ทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงดูเรียวขึ้น
  • ลดริ้วรอย (Wrinkle Reduction): บริเวณหน้าผาก หางตา และขมวดคิ้ว ช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า
  • ลิฟท์กรอบหน้า (Jawline Lifting): ฉีดบริเวณกรอบหน้าและลำคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงหน้าลง ทำให้ผิวหน้ายกกระชับขึ้นและเห็นแนวสันกรามชัดเจน

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมโบทอกซ์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่: หน้าบาน หน้าเหลี่ยม จากกล้ามเนื้อกราม (กัดฟันแล้วเจอเป็นก้อนแข็ง)
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่น: รอยย่นบนหน้าผาก รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว เวลาแสดงสีหน้า
  • ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด: แก้มห้อยคล้อย หรือต้องการให้สันกรามคมชัดขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: ต้องการให้หน้าเรียวเล็กโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง: ต้องการให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกรับบริการโบทอกซ์ที่ ฮารุคลินิก:

  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ : แพทย์คำนวณปริมาณยา (Unit) ให้เหมาะสมกับมัดกล้ามเนื้อ เพื่อให้ยังสามารถแสดงสีหน้าได้ปกติ ไม่ดูหน้าแข็งหรือยิ้มเกร็ง
  • ยาแท้ตรวจสอบได้: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย สามารถตรวจสอบเลข Lot. และกล่องผลิตภัณฑ์ได้ก่อนฉีดทุกครั้ง
  • เทคนิคเฉพาะ: วางตำแหน่งยาแม่นยำ ตรงจุดที่มีปัญหา ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น คิ้วตก หรือหนังตาตก
  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลง: ริ้วรอยดูลดเลือนลงและรูปหน้าดูเล็กลงตามระยะเวลาที่กำหนด

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมโบทอกซ์:

  1. ประเมินใบหน้า: แพทย์ตรวจดูกล้ามเนื้อ สั่งให้กัดฟันหรือเลิกคิ้ว เพื่อกำหนดจุดฉีดและปริมาณยาที่เหมาะสม
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ลดความรู้สึก: ประคบเย็นบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้หลอดเลือดหดตัวและลดความรู้สึกเจ็บ (หรือทายาชาตามความต้องการ)
  4. ดำเนินการฉีด: แพทย์ฉีดตัวยาลงในชั้นกล้ามเนื้อด้วยเข็มขนาดเล็กมาก
  5. ดูแลหลังทำ: แพทย์ตรวจสอบความเรียบร้อยและแนะนำข้อปฏิบัติหลังฉีด
โปรแกรมโบทอกซ์ (Botox)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ลดริ้วรอย (หน้าผาก/หางตา): เริ่มเห็นผลใน 3 – 7 วัน ผิวจะตึงกระชับขึ้น และเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์
  • ลดกราม/ปรับรูปหน้า: เริ่มรู้สึกว่ากรามนิ่มลงใน 1 – 2 สัปดาห์ และจะเห็นว่าหน้าเรียวลงชัดเจนในช่วง 1 เดือน
  • ลิฟท์กรอบหน้า: ผิวหน้าจะดูยกกระชับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงอยู่: ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบทอกซ์และการดูแลตัวเอง) หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติ

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังฉีดโบทอกซ์ เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ดีและอยู่นาน:

  • ห้ามนอนราบ: งดการนอนราบหรือก้มหัวต่ำในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อป้องกันตัวยาไหลไปผิดตำแหน่ง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า เลเซอร์ร้อน หรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจทำให้โบทอกซ์สลายไวขึ้น
  • ขยับกล้ามเนื้อ: หลังฉีดกราม แนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที เพื่อให้ตัวยากระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น (เฉพาะกราม)
  • งดแอลกอฮอล์: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมงหลังทำ
  • งดนวดหน้า: ห้ามกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปโดนมัดกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้:

  • อาการดื้อยา: หากฉีดโบทอกซ์ปลอม หรือฉีดถี่เกินไป หรือฉีดสลับยี่ห้อบ่อยๆ อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ฉีดครั้งต่อไปไม่เห็นผล
  • ผลข้างเคียง: อาจมีรอยเขียวช้ำเล็กน้อยบริเวณรอยเข็ม หรือรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งจะหายได้เอง
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)
  • ยาปลอม: เป็นความเสี่ยงสำคัญ ควรขอดูขวดยาและผสมยาต่อหน้าแพทย์เพื่อความมั่นใจ

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาเพียง 15 – 30 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าและกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

9) ราคา

ราคาเริ่มต้น 3,900 / 50ยูนิต (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ (เกาหลี/อเมริกา/อังกฤษ) และจำนวนยูนิต (Unit) ที่ใช้): รบกวนติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โปรแกรมโบทอกซ์ (Botox)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: มีความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเหมือนมดกัด แพทย์จะมีการประคบเย็นช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะเดินยา

A: หากฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและปริมาณยาที่เหมาะสม จะไม่ทำให้หน้าแข็งเกร็ง ยังสามารถยิ้มและแสดงสีหน้าได้ตามปกติ ดูเป็นธรรมชาติ

A: ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน เมื่อยาหมดฤทธิ์กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงาน สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ หรือเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันการดื้อยา

A: แพทย์จะประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้อกรามอย่างละเอียด เพื่อฉีดเฉพาะจุดที่เป็นกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ไม่ให้โดนกล้ามเนื้อแก้มส่วนอื่น จึงลดโอกาสเกิดปัญหาแก้มตอบ

A: ควรงดแอลกอฮอล์ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้โบทอกซ์กระจายตัวผิดปกติหรือเกิดรอยช้ำได้ง่าย

โปรแกรมโบทอกซ์ (Botox) Read More »

บริการตัดไฝ ติ่งเนื้อ หูด

บริการตัดไฝ ติ่งเนื้อ หูด

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ และหูด ด้วยวิธีการทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับลักษณะของรอยโรคแต่ละประเภท ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าสำหรับรอยโรคขนาดเล็ก หรือการผ่าตัดเล็ก (Excision) สำหรับไฝที่มีรากลึก

1) บริการกำจัดไฝ ติ่งเนื้อ หูด คืออะไร?

บริการนี้คือการกำจัดส่วนเกินของเนื้อเยื่อผิวหนังที่ไม่พึงประสงค์ โดยแบ่งวิธีการรักษาออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ตามการวินิจฉัยของแพทย์:

  1. การจี้ไฟฟ้า (Electrocauterization): การใช้เครื่องจี้ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าการจี้ทำลายเนื้อเยื่อเฉพาะจุด เหมาะสำหรับ ไฝขนาดเล็ก ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ กระเนื้อ หรือสิวหิน วิธีนี้มีความแม่นยำสูง แผลมีขนาดเล็กและตื้น เลือดออกน้อย
  2. การผ่าตัดเล็ก (Surgical Excision): การใช้มีดผ่าตัดเพื่อตัดเนื้อเยื่อออก เหมาะสำหรับ ไฝที่มีขนาดใหญ่ นูน หรือมีรากลึก รวมถึงหูดบางชนิด วิธีนี้ช่วยให้กำจัดรากไฝออกได้หมดจดและสามารถนำชิ้นเนื้อไปส่งตรวจ (Biopsy) ได้หากแพทย์สงสัยความผิดปกติ

2) เหมาะกับใคร?

บริการนี้ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ผิวพรรณดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีไฝหรือขี้แมลงวัน: บนใบหน้าหรือลำตัว ที่ส่งผลต่อความมั่นใจ หรือตามความเชื่อเรื่องโหงวเฮ้ง
  • ผู้ที่มีติ่งเนื้อ (Skin Tags): มักพบบริเวณรอบคอ รักแร้ หรือข้อพับ ซึ่งอาจเกิดการเสียดสีกับเสื้อผ้าจนรำคาญ
  • ผู้ที่มีหูด (Warts): ตุ่มนูนแข็งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่มือ เท้า หรือลำตัว
  • ผู้ที่มีกระเนื้อ: ตุ่มสีน้ำตาลแบนหรือนูน ขรุขระ มักพบในผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการความเรียบเนียน: ต้องการกำจัดจุดด่างดำนูนเพื่อให้แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นและผิวดูเกลี้ยงเกลา

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกกำจัดไฝและติ่งเนื้อที่ ฮารุคลินิก:

  • เลือกวิธีรักษาเหมาะสม: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะประเมินรอยโรคก่อนทำทุกเคส เพื่อเลือกว่าควรใช้เลเซอร์หรือการผ่าตัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  • ความแม่นยำ: เครื่องจี้ไฟฟ้า สามารถปรับระดับพลังงานให้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณเนื้อเยื่อที่ต้องการทำลาย ไม่ทำลายผิวปกติรอบข้าง
  • แผลหายไว: ขั้นตอนการดูแลสะอาด ปราศจากเชื้อ ช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการ:

  1. ตรวจประเมิน: แพทย์วินิจฉัยลักษณะของไฝหรือติ่งเนื้อ เพื่อเลือกวิธีการรักษา (เลเซอร์ หรือ ผ่าตัด)
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดบริเวณที่จะทำหัตถการ
  3. ระงับความรู้สึก:
    • ฉีดยาชาเฉพาะที่รอบบริเวณรอยโรค
  4. ดำเนินการรักษา:
    • จี้ไฟฟ้า: แพทย์ใช้เครื่องจี้เพื่อกรอเนื้อเยื่อส่วนเกินออกทีละชั้นจนหมดราก
    • ผ่าตัด: แพทย์ตัดก้อนเนื้อออกและเย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก
  5. ทำแผล: เช็ดทำความสะอาดและปิดพลาสเตอร์ หรือแต้มยาฆ่าเชื้อ

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที:
  • จี้ไฟฟ้า: จะเป็นรอยหลุมตื้นๆ สีชมพู หรือมีสะเก็ดบางๆ
  • ผ่าตัด: จะมีรอยเย็บและปิดด้วยพลาสเตอร์
  • ระยะหลุดลอก : สะเก็ดจะแห้งและหลุดออกเองภายใน 7 – 14 วัน เผยผิวใหม่สีชมพู
  • ระยะตัดไหม (ผ่าตัด): แพทย์นัดตัดไหมประมาณ 5 – 10 วันหลังทำ (แล้วแต่การประเมินของแพทย์)
  • การสมานผิว: รอยแดงหรือรอยแผลจะค่อยๆ จางลงและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนเสมอกันภายใน 1 – 3 เดือน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลแผล เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นและหลุมสิว:

  • ห้ามแกะเกา: ห้ามแกะสะเก็ดแผลเลเซอร์เด็ดขาด ปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการเกิดหลุมลึก
  • ระวังน้ำ:
    • จี้ไฟฟ้า: ห้ามโดนน้ำ 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นล้างหน้าได้แต่ต้องซับให้แห้งทันที
    • ผ่าตัด: ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (หรือตามแพทย์สั่ง)
  • ทายา: ทายาฆ่าเชื้อหรือขี้ผึ้งตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: ผิวใหม่จะไวต่อแสง ควรทากันแดดและหลีกเลี่ยงแดดจัดเพื่อป้องกันรอยดำ
  • ยาลดรอย: เริ่มทายาลดรอยแผลเป็นได้หลังจากสะเก็ดหลุดหมดหรือตัดไหมแล้ว

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

  • การกลับมาเป็นซ้ำ: ไฝบางชนิดหากรากลึกมากและใช้จี้ไฟฟ้าอาจกำจัดไม่หมดในครั้งเดียว อาจต้องมาย้ำ หรือ “หูด” ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากเชื้อยังหลงเหลืออยู่
  • รอยแผลเป็น/คีย์ลอยด์: ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลและการดูแลรักษาแผล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะพยายามลดแรงตึงผิวขณะเย็บเพื่อลดความเสี่ยงนี้
  • การติดเชื้อ: หากดูแลแผลไม่สะอาด หรือแกะเกา อาจทำให้แผลอักเสบและเป็นหนองได้

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
    • จี้ไฟฟ้า: 30 – 45 นาที (รวมยาชา)
    • ผ่าตัด: 30 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานหรือเรียนได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องการดูแลแผล

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับขนาด จำนวนจุด และวิธีการรักษา:

  • จี้ไฟฟ้า (ไฝ/ขี้แมลงวัน/ติ่งเนื้อ): ราคาเริ่มต้น 500 บาท / จุด
  • โปรโมชั่นเหมาเลเซอร์ (ทั่วหน้า/เฉพาะจุด): ราคาพิเศษ 10,000 บาท
  • ผ่าตัดไฝ (Excision): ราคาเริ่มต้น 3,500 บาท / จุด

(ประเมินราคาตามจริงก่อนทำ)

บริการตัดไฝ ติ่งเนื้อ หูด

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ขึ้นอยู่กับลักษณะไฝ หากเป็นไฝแบน เล็ก ตื้น จี้ไฟฟ้า จะสะดวกและแผลเล็กกว่า แต่หากเป็นไฝนูน ใหญ่ หรือรากลึก การผ่าตัด จะดีกว่าเพราะกำจัดรากได้หมดจดและลดโอกาสการเกิดไฝซ้ำ

A: ขั้นตอนการทำมีการใช้ยาชา (ทาหรือฉีด) ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ อาจมีความรู้สึกยิบๆ หรือตึงๆ บ้างเล็กน้อย

A: สำหรับไฝตื้นหรือติ่งเนื้อ ส่วนใหญ่หายในครั้งเดียว แต่สำหรับไฝรากลึกหรือหูด อาจต้องติดตามผลและอาจต้องทำซ้ำหากรากยังหลงเหลืออยู่

A: การใช้จี้ไฟฟ้าอาจทำให้เกิดหลุมตื้นๆ ในช่วงแรก เนื้อเยื่อจะค่อยๆ สร้างขึ้นมาเติมเต็มจนเสมอผิวปกติ การห้ามแกะสะเก็ดแผลเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันหลุมลึก

A: หูดเกิดจากเชื้อไวรัส (HPV) สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรง หรือใช้ของร่วมกัน ดังนั้นควรรีบรักษาเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังบริเวณอื่นหรือติดคนใกล้ชิด

บริการตัดไฝ ติ่งเนื้อ หูด Read More »

รักษามะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer Surgery)

รักษามะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer Surgery)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติทางผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น ไฝ ขี้แมลงวัน ก้อนเนื้อ หรือแผลเรื้อรังที่สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนัง ดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ที่ไม่เพียงเน้นการกำจัดเนื้อร้าย แต่ยังให้ความสำคัญกับเทคนิคการเย็บแผลเพื่อลดการเกิดรอยแผลเป็น ให้ผิวกลับมาดูดีใกล้เคียงปกติมากที่สุด

1) บริการตรวจและผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง คืออะไร?

การตรวจคัดกรองและผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง คือ กระบวนการทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัยรอยโรคบนผิวหนังที่มีลักษณะผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง สี และขนาด ซึ่งอาจพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนังได้ (เช่น Basal Cell Carcinoma, Squamous Cell Carcinoma หรือ Melanoma)

บริการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การ ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น การ ตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ไปจนถึง การผ่าตัดก้อนเนื้อออก (Excision) โดยศัลยแพทย์พลาสติกและตกแต่ง ซึ่งมีความละเอียดอ่อนกว่าการผ่าตัดทั่วไป ช่วยให้แผลผ่าตัดมีความเรียบเนียน ลดความดึงรั้ง และสวยงามกว่า

2) เหมาะกับใคร?

บริการนี้ เหมาะกับผู้ที่มีความกังวล หรือพบความผิดปกติบนผิวหนัง ดังนี้:

  • ผู้ที่มีไฝผิดปกติ: ไฝที่มีรูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบ สีไม่สม่ำเสมอ หรือมีขนาดใหญ่ขึ้นรวดเร็ว
  • ผู้ที่มีแผลเรื้อรัง: แผลบนผิวหนังที่เป็นมานานแล้วไม่หาย หรือหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำ
  • ผู้ที่มีตุ่มนูนหรือก้อนเนื้อ: ตุ่มนูน สีแดง ชมพู หรือดำ ที่เกิดขึ้นใหม่และโตเร็ว
  • ผู้ที่มีประวัติสัมผัสแสงแดดจัด: ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีประวัติผิวไหม้แดดบ่อยครั้ง
  • ผู้ที่ต้องการความมั่นใจ: ต้องการนำไฝหรือก้อนเนื้อออกโดยเน้นความสวยงามของรอยแผลเป็นหลัก

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกตรวจและผ่าตัดผิวหนังที่ ฮารุคลินิก:

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ผ่าตัดโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ซึ่งมีความชำนาญในการประเมินขอบเขตของโรคและการเย็บซ่อมแซมแผล
  • เน้นความสวยงามของแผล: ใช้เทคนิคการเย็บชั้นผิวหนังที่ละเอียดเพื่อลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่หรือแผลดึงรั้ง
  • บริการส่งตรวจชิ้นเนื้อ: มีบริการส่งชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา (Pathology) กับห้องปฏิบัติการชั้นนำ เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ
  • One-Stop Service: สะดวก รวดเร็ว ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจ ผ่าตัด และติดตามผล

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการ:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประเมินลักษณะรอยโรค ขนาด สี และขอบเขต เพื่อวางแผนการรักษา
  2. เตรียมบริเวณผ่าตัด: ทำความสะอาดผิวหนังและฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณรอบก้อนเนื้อ
  3. ผ่าตัดก้อนเนื้อ: แพทย์ทำการตัดก้อนเนื้อออกตามขอบเขตที่กำหนด โดยเผื่อระยะขอบ (Margin) ตามหลักการแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าเซลล์ผิดปกติถูกกำจัดออกหมด
  4. เย็บปิดแผล: ใช้เทคนิคศัลยกรรมตกแต่งในการเย็บปิดแผล เพื่อให้รอยต่อของผิวหนังแนบสนิทและสวยงาม
  5. ส่งตรวจชิ้นเนื้อ: นำชิ้นเนื้อที่ตัดออกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 
  6. ดูแลแผล: ปิดแผลและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองที่บ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • การกำจัดรอยโรค: ไฝ ก้อนเนื้อ หรือรอยโรคที่สงสัยจะถูกกำจัดออกไป
  • ผลทางพยาธิวิทยา: ทราบผลการตรวจชิ้นเนื้อภายใน 1 – 2 สัปดาห์ (ระยะเวลาอาจแตกต่างกันตามห้องแล็บ) เพื่อยืนยันว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย
  • ลักษณะแผล: ในช่วงแรกจะมีรอยแดงจากการผ่าตัด และจะค่อยๆ จางลงจนเป็นเส้นบางๆ หรือสีใกล้เคียงผิวปกติภายใน 3 – 6 เดือน
  • การกลับมาเป็นซ้ำ: หากผ่าตัดเอาออกได้หมดจด โอกาสกลับมาเป็นซ้ำในจุดเดิมจะต่ำมาก

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลแผลผ่าตัด เพื่อลดรอยแผลเป็น:

  • ห้ามแผลโดนน้ำ: ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก หรือตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ทำความสะอาดแผล: ใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ และทายาตามแพทย์สั่ง
  • งดขยับรุนแรง: หากแผลอยู่ในตำแหน่งที่มีการขยับบ่อย (เช่น ข้อพับ หลัง) ควรงดการออกกำลังกายหรือขยับแรงๆ เพื่อป้องกันแผลปริ
  • ตัดไหม: แพทย์จะนัดตัดไหมประมาณ 5 – 14 วัน (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแผล)
  • ทายาลดรอย: หลังจากตัดไหมและแผลแห้งสนิท ควรทายาลดรอยแผลเป็นหรือแปะแผ่นซิลิโคนเจลเพื่อป้องกันแผลนูน

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

  • แผลเป็น: การผ่าตัดย่อมมีแผลเป็นเสมอ แต่ขนาดและลักษณะของแผลจะขึ้นอยู่กับขนาดก้อนเนื้อ เทคนิคแพทย์ และการดูแลรักษาของผู้รับบริการ (บางรายอาจเกิดคีย์ลอยด์ได้ตามพันธุกรรม)
  • การติดเชื้อ: หากดูแลแผลไม่สะอาด อาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้
  • ผลชิ้นเนื้อ: หากผลตรวจพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง แพทย์อาจนัดหมายเพื่อทำการรักษาเพิ่มเติม หรือส่งต่อเพื่อการรักษาเฉพาะทางในขั้นตอนต่อไป

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 30 – 60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของตำแหน่ง)
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่ควรระวังเรื่องการดูแลแผล

9) ราคา

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดก้อนเนื้อ ความยากง่าย และค่าส่งตรวจแล็บ:

  • ค่าผ่าตัดก้อนเนื้อ / ไฝ (Excision): ราคาเริ่มต้น 5,000 บาท / จุด
  • ค่าส่งตรวจชิ้นเนื้อ (Pathology): ราคาเริ่มต้น 3,000 บาท (ไม่รวมค่าผ่าตัด)

(กรุณาส่งภาพถ่ายรอยโรคเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นทางออนไลน์)

รักษามะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer Surgery)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เลเซอร์ เหมาะสำหรับไฝขนาดเล็ก ตื้น และไม่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง เน้นความสะดวก แต่รากอาจออกไม่หมด ส่วน การผ่าตัด เหมาะสำหรับไฝนูน ไฝขนาดใหญ่ หรือไฝที่สงสัยว่าผิดปกติ เพราะสามารถตัดออกได้ทั้งรากและนำชิ้นเนื้อไปตรวจหาเซลล์มะเร็งได้

A: จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะขั้นตอนการฉีดยาชา ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บปวด

A: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะวางแผนแนวแผลให้ซ่อนในรอยพับผิวหนัง (Langer’s Line) และเย็บด้วยความประณีต เพื่อให้รอยแผลดูเป็นธรรมชาติและสังเกตเห็นได้ยากที่สุด

A: โดยปกติผลการตรวจทางพยาธิวิทยาจะใช้เวลาประมาณ 7 – 14 วัน ทางคลินิกจะแจ้งผลให้ทราบทันทีที่ได้รับรายงานจากแล็บ

A: หากเป็นการผ่าตัดเพื่อการรักษา (มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์) และส่งตรวจชิ้นเนื้อ อาจสามารถเบิกเคลมประกันสุขภาพได้ขึ้นอยู่กับแผนประกันของแต่ละบุคคล แนะนำให้ตรวจสอบกับตัวแทนประกันก่อน)

รักษามะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer Surgery) Read More »

บริการลดน้ำหนัก

บริการลดน้ำหนัก

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการดูแลรูปร่างและลดน้ำหนักด้วยหลักการทางการแพทย์ (Medical Weight Loss) โดยใช้ ปากกาลดความอยากอาหาร แบบ Dual Action เป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างอย่างถูกวิธี ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและครอบคลุมกลไกการทำงานของร่างกาย

1) โปรแกรมปากกาลดความอยากอาหาร คืออะไร?

ปากกาลดความอยากอาหาร คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ในรูปแบบปากกาสำหรับฉีดที่บรรจุตัวยาคล้ายฮอร์โมนในร่างกายมนุษย์ โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอีกขั้น เรียกว่า “Dual Agonist” ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของสารโปรตีน 2 ชนิด ได้แก่:

  1. GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1): สารที่ออกฤทธิ์สั่งการสมองส่วนควบคุมความอิ่ม ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและนานขึ้น ลดความอยากอาหารจุกจิก
  2. GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide): สารตัวใหม่ที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพ ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลและส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อทั้งสองกลไกทำงานร่วมกัน จะช่วยให้การควบคุมความอยากอาหารมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้ GLP-1 เพียงอย่างเดียว (Single Action) ในอดีต จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมปากกาลดความอยากอาหาร เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้:

  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน: มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 25 ขึ้นไป
  • ผู้ที่เคยดื้อยาหรือลดยาก: เคยใช้ปากการุ่นเดิมแล้วน้ำหนักนิ่ง หรือไม่เห็นผลเท่าที่ควร
  • ผู้ที่ติดหวานและแป้ง: ชอบทานของหวาน น้ำหวาน หรืออาหารจำพวกแป้งเป็นประจำ ชอบทานจุกจิก
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเมตาบอลิก: ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันควบคู่กับการดูแลรูปร่าง
  • ผู้ที่ต้องการความสะดวก: ต้องการตัวช่วยที่เจ็บน้อยและไม่ต้องฉีดบ่อยจนเกินไป (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำแพทย์)

3) จุดเด่นของบริการนี้ 

  • ดูแลโดยแพทย์: มีการตรวจประเมินสุขภาพ และปรับยาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
  • ลดอาการข้างเคียง: สูตรยาใหม่ๆ มักได้รับการพัฒนาให้ผู้ใช้ทนต่อยาได้ดีขึ้น ลดอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า
  • ปรับพฤติกรรมระยะยาว: ช่วยฝึกนิสัยการกินให้เป็นระเบียบ ลดการกินจุกจิก

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการเข้ารับบริการ:

  1. ปรึกษาและตรวจร่างกาย: แพทย์ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ชั่งน้ำหนัก และคำนวณค่า BMI
  2. แนะนำการใช้ยา: แพทย์หรือพยาบาลสอนวิธีการใช้งานปากกา การหมุนปรับโดสยา และตำแหน่งการฉีด (หน้าท้องหรือต้นขา)
  3. เริ่มต้นการรักษา: ผู้รับบริการสามารถนำปากกากลับไปใช้เองที่บ้านตามคำสั่งแพทย์ (โดยปกติจะฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามชนิดของตัวยาที่แพทย์จ่ายให้)
  4. ติดตามผล (Follow-up): แพทย์นัดติดตามผลเพื่อประเมินน้ำหนักและปรับปริมาณยาให้เหมาะสมในแต่ละระยะ

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • สัปดาห์แรก: ความอยากอาหารลดลงอย่างชัดเจน รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และความอยากของหวานลดลง
  • เดือนที่ 1: สัดส่วนและน้ำหนักตัวเริ่มเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)
  • ระยะต่อเนื่อง: เมื่อทำต่อเนื่อง ร่างกายจะปรับตัวกับพฤติกรรมการกินใหม่ น้ำหนักจะค่อยๆ ลดลงสู่เป้าหมาย พร้อมสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้นจากการลดการบริโภคน้ำตาลและแป้ง

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการปฏิบัติตัวขณะใช้ปากกาลดความอยากอาหาร:

  • การดื่มน้ำ: ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยระบบเผาผลาญและลดอาการปากแห้ง
  • เลือกทานอาหาร: เน้นโปรตีนและผัก ลดของทอดของมัน แม้จะทานน้อยลงแต่ต้องได้รับสารอาหารครบถ้วน
  • การเก็บรักษา: ปากกาที่ยังไม่เปิดใช้ควรเก็บในตู้เย็น (ช่องธรรมดา) ห้ามแช่แข็ง ส่วนด้ามที่เปิดใช้แล้วสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ (ไม่เกิน 30 องศา)
  • สังเกตอาการ: หากมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันที

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากมีข้อควรระวังดังนี้:

  • อาการข้างเคียง: ช่วงแรกอาจมีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรือขับถ่ายผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการของการปรับตัว
  • ผู้ที่ห้ามใช้: ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์, ภาวะตับอ่อนอักเสบ, สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ห้ามซื้อใช้เอง: ยาในกลุ่ม Dual Action เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องสั่งจ่ายและปรับโดสโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อันตราย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาเข้ารับบริการ: ใช้เวลาปรึกษาแพทย์และเรียนรู้วิธีใช้ประมาณ 30 – 45 นาที
  • การใช้ชีวิต: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับสูตรยาและปริมาณโดส: รบกวนติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

บริการลดน้ำหนัก

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: สูตรเดิมจะมีเพียง GLP-1 ที่ช่วยเรื่องความอิ่ม ส่วนสูตรใหม่มี GIP เพิ่มเข้ามา ซึ่งช่วยเสริมเรื่องการจัดการน้ำตาลและพลังงาน ทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลรูปร่างดีขึ้น และครอบคลุมกลไกของร่างกายได้มากกว่าเดิม

A: เข็มของปากกามีขนาดเล็กและบางมาก (Micro-needle) ความรู้สึกตอนฉีดจึงน้อยมาก แทบไม่รู้สึกเจ็บ

A: ตัวยาช่วยปรับพฤติกรรมการกิน หากหยุดยาแล้วยังคงรักษาวินัยการกินที่ดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอ โอกาสเกิดโยโย่จะน้อยมาก แต่หากกลับไปทานเยอะเหมือนเดิม น้ำหนักก็สามารถเพิ่มขึ้นได้

A: ฉีดสัปดาห์ละครั้ง (Weekly) เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ

A: แนะนำให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ ทานช้าๆ และหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ อาการคลื่นไส้มักเกิดขึ้นช่วงแรกของการปรับยาและจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง

บริการลดน้ำหนัก Read More »

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการดูแลผิวพรรณและปรับรูปหน้าด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ชั้นนำระดับสากล ดูแลโดยแพทย์ในการวิเคราะห์สภาพผิวและเลือกใช้พลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

1) บริการเลเซอร์ของและยกกระชับผิวที่ฮารุคลินิก มีอะไรบ้าง?

ที่ฮารุคลินิก เราคัดสรร 3 เทคโนโลยีเลเซอร์หลักเพื่อตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการ:

  1. Picosecond Laser (Pico Laser): นวัตกรรมเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที ช่วยกระแทกเม็ดสี (Pigment) ให้แตกละเอียดเป็นอนุภาคเล็กๆ โดยเกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า เหมาะสำหรับ การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว หลุมสิว และรูขุมขนกว้าง รวมถึงการลบรอยสัก
  2. Diode Laser: เทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับ การกำจัดขน โดยเฉพาะ มีความยาวคลื่นที่สามารถจับกับรากขนได้อย่างแม่นยำ ช่วยตัดวงจรการเกิดขน ทำให้เส้นขนใหม่ขึ้นช้าลงและบางลงอย่างชัดเจน พร้อมระบบความเย็นหัวสัมผัสที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บ
  3. Ulthera (Ultherapy): นวัตกรรมคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Focused Ultrasound) ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า) ช่วย ยกกระชับผิวหน้า ลดเหนียง และเก็บกรอบหน้า โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด

2) เหมาะกับใคร? 

บริการเลเซอร์แต่ละประเภท เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา แตกต่างกันดังนี้:

  • Pico Laser เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว
    • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
    • ผู้ที่มีหลุมสิว ต้องการฟื้นฟูผิวให้ตื้นขึ้น
    • ผู้ที่ต้องการลบรอยสัก
  • Diode Laser เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีขนดก ขนเยอะ บริเวณแขน ขา รักแร้ หรือจุดซ่อนเร้น
    • ผู้ที่เบื่อการโกนหรือถอน ซึ่งทำให้เกิดขนคุดและหนังไก่
  • Ulthera เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย หางตาตก
    • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง
    • ผู้ที่กลัวเข็มและไม่ต้องการศัลยกรรมดึงหน้า

3) จุดเด่นของบริการเลเซอร์ที่ ฮารุคลินิก

เหตุผลที่ควรเลือกดูแลผิวด้วยเลเซอร์ที่นี่:

  • เครื่องมือเทคโนโลยีสากล: เลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย
  • ดูแลโดยแพทย์: ทุกเคสการรักษา (โดยเฉพาะ Pico และ Ulthera) ดำเนินการหรือควบคุมโดยแพทย์ วิเคราะห์ปัญหาผิว
  • แก้ปัญหาตรงจุด: แพทย์เลือกใช้ความยาวคลื่นและระดับพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิว
  • พักฟื้นสั้น: ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ (ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมเลเซอร์:

  1. ปรึกษาและวิเคราะห์ผิว: แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหาที่กังวล และแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสม
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดผิวหน้า/ผิวกาย หากเป็นการทำ Pico หรือ Ulthera จะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที
  3. ดำเนินการรักษา:
    • Pico/Ulthera: แพทย์ทำการยิงเลเซอร์ทั่วบริเวณที่ต้องการ โดยปรับพลังงานให้เหมาะสม
    • Diode: มีการทาเจลเย็นและยิงเลเซอร์กำจัดขน
  4. ประคบเย็น/มาสก์หน้า: เพื่อลดอุณหภูมิใต้ผิวและลดรอยแดงหลังทำ
  5. ทาครีมบำรุง: ทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด ก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • Picosecond Laser:
  • ผิวกระจ่างใส: เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • กระ/จุดด่างดำ: จางลงชัดเจนหลังทำต่อเนื่อง 3 – 5 ครั้ง
  • หลุมสิว: ตื้นขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง 5 ครั้งขึ้นไป (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของหลุมสิว)
  • Diode Laser: ขนจะเริ่มหลุดร่วงหลังทำประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ แนะนำทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง เพื่อให้ขนบางลงจนแทบมองไม่เห็น
  • Ulthera: เห็นผลการยกกระชับทันทีหลังทำประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลหลังทำเลเซอร์ (สำคัญมากเพื่อป้องกันผลข้างเคียง):

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรงดตากแดดจัดและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ PA++++ เป็นประจำ
  • งดสครับผิว: งดการขัดผิว โกนขน หรือใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) ผลัดเซลล์ผิว ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • เน้นความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์บ่อยๆ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ไวและลดอาการแห้งลอก
  • งดความร้อน: หลีกเลี่ยงซาวน่า หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด ในช่วง 3 วันแรก
  • อาการหลังทำ Pico: หากยิงแบบตกสะเก็ด (รักษาหลุมสิว/กระ) ห้ามแกะเกา ให้สะเก็ดหลุดเองตามธรรมชาติ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • รอยแดง/สะเก็ด: การทำ Pico Laser อาจทิ้งรอยแดงจุดเลือดออก (Pinpoint Bleeding) หรือสะเก็ดบางๆ ไว้ประมาณ 3 – 7 วัน
  • ผิวไวต่อแสง: หลังทำเลเซอร์ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น หากดูแลไม่ดีอาจเกิดรอยคล้ำได้
  • ความเจ็บ: ขณะทำอาจมีความรู้สึกดีดๆ ร้อนๆ หรือเจ็บเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์) แต่ทางคลินิกมีการแปะยาชาและเป่าลมเย็นช่วยบรรเทา
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีแผลสดหรือติดเชื้อบริเวณที่ทำ ผู้ที่เพิ่งตากแดดจัดมา หรือผู้ที่แพ้แสง

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
    • Pico / Ulthera: 45 – 90 นาที (รวมแปะยาชา)
    • Diode: 15 – 30 นาที
  • การพักฟื้น:
    • Diode / Ulthera: ไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจชมพูระเรื่อเล็กน้อยหายเองได้ในไม่กี่ชั่วโมง
      Pico: อาจต้องเผื่อเวลาพักหน้า 3 – 5 วัน หากเลือกโหมดรักษาหลุมสิวหรือกระลึก (จะมีรอยแดง)

9) ราคา (Pricing)

ราคาบริการขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องมือและบริเวณที่ทำ:

  • Diode Laser กำจัดขน (รักแร้): เริ่มต้น 699 บาท / ครั้ง
  • Picosecond Laser (หน้าใส): เริ่มต้น 3,590 บาท / ครั้ง
  • Picosecond Laser (หลุมสิว/กระ): เริ่มต้น 4,690 บาท / ครั้ง
  • Ulthera (ยกกระชับ): เริ่มต้น 19,900 บาท
  • โปรโมชั่นคอร์ส/บุฟเฟต์: (กรุณาสอบถามราคาพิเศษประจำเดือน)
บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: Pico Laser ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียด รวดเร็วและแม่นยำกว่า ให้ผลดีมากเรื่องกระ ฝ้า และหลุมสิว ส่วน IPL เป็นแสงความเข้มสูง เหมาะกับการเคลียร์หน้าใสทั่วไป ประสิทธิภาพในการรักษาเม็ดสีลึกจะน้อยกว่า Pico

A: ขณะทำจะมีความรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคลื่นเสียงกำลังทำงานในชั้นผิวที่ถูกต้อง แพทย์จะมีการแปะยาชาและบริหารจัดการความเจ็บให้อยู่ในระดับที่รับได้

A: โดยปกติแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง ขนจะบางลงและขึ้นช้าลงมาก จนเหลือเพียงไรขนอ่อนๆ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นขนและฮอร์โมนของแต่ละบุคคล

A: การทำ Pico Laser ไม่ได้ทำให้หน้าบาง แต่เป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และคอลลาเจน หากเว้นระยะห่างในการทำที่เหมาะสมและทากันแดดสม่ำเสมอ ผิวจะแข็งแรงขึ้น

A: โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน แนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพความกระชับของผิวหน้า

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ Read More »

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยศาสตร์การร้อยไหม (Thread Lifting) เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง หรือปรับทรงคิ้วและตา (Foxy Eyes) ดูแลโดยแพทย์ในการออกแบบทิศทางการวางเส้นไหม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

1) โปรแกรมร้อยไหม คืออะไร?

การร้อยไหม (Thread Lift) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อยกกระชับผิวหน้า โดยการสอดเส้นไหมละลาย (Dissolvable Thread) ที่มีเงี่ยง (Barbs) คล้ายก้างปลา เข้าไปในชั้นผิวหนัง เงี่ยงของไหมจะทำหน้าที่เกาะเกี่ยวเนื้อเยื่อและดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นในทิศทางที่ต้องการ

นอกจากผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับทันทีแล้ว การร้อยไหมยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และอิลาสตินรอบๆ เส้นไหม ส่งผลให้ผิวหน้ามีความแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และคุณภาพผิวดีขึ้นในระยะยาว แม้ไหมจะละลายหมดไปแล้วก็ตาม

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมร้อยไหม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ความหย่อนคล้อยและต้องการปรับรูปหน้า ดังนี้:

  • ผู้ที่มีแก้มห้อย หรือร่องแก้มลึก: ผิวหน้าขาดความกระชับ ต้องการยกแก้มให้ดูเต่งตึง
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด: มีไขมันหรือผิวหนังหย่อนคล้อยบริเวณกราม ทำให้หน้าดูบานหรือไม่คมชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาเหนียง: มีเนื้อห้อยใต้คาง ต้องการเก็บเหนียงให้ตึงกระชับ
  • ผู้ที่มีหางตาตก หรือคิ้วตก: ต้องการยกหางตาและคิ้วให้ดูโฉบเฉี่ยว (Foxy Eyes) โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที: และไม่ต้องการพักฟื้นนานเหมือนการศัลยกรรมดึงหน้า

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกโปรแกรมร้อยไหมปรับรูปหน้าที่ ฮารุคลินิก:

  • เห็นผลทันทีหลังทำ: สามารถสังเกตเห็นการยกกระชับของใบหน้าได้ทันทีหลังร้อยเสร็จ
  • วัสดุไหมคุณภาพ: เลือกใช้ไหมละลายเกรดการแพทย์ (Medical Grade) ที่ผ่านการรับรองจาก อย. สลายตัวได้ตามธรรมชาติ
  • แก้ไขปัญหาได้หลากหลาย: สามารถทำได้ทั้งการยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง และการปรับทรงคิ้ว/ตา (Foxy Eyes)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมร้อยไหม:

  1. ประเมินรูปหน้า: แพทย์วิเคราะห์ปัญหาความหย่อนคล้อย และวางแผนทิศทางการร้อยไหม
  2. เตรียมผิวและยาชา: ทำความสะอาดใบหน้า และฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณทางเข้าของเส้นไหม เพื่อระงับความรู้สึก
  3. ดำเนินการร้อยไหม: แพทย์เปิดจุดเล็กๆ เพื่อสอดเส้นไหมเข้าไปในชั้นผิวหนังตามแนวที่กำหนด และทำการดึงกระชับให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
  4. ตัดแต่งไหม: เมื่อได้ระดับความตึงที่เหมาะสม แพทย์จะทำการตัดปลายไหมส่วนเกินออกและซ่อนปมไหมไว้ใต้ผิว
  5. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผลและปิดพลาสเตอร์ขนาดเล็ก พร้อมแนะนำข้อควรปฏิบัติ
โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% ใบหน้าจะดูยกขึ้น แต่ยังอาจมีอาการบวมจากยาชา
  • ระยะเข้าที่: อาการบวมจะลดลงและหน้าเริ่มเข้ารูปใน 2 – 4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ชัดเจน: จะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวเต็มที่ในช่วง 1 – 2 เดือน ผิวจะดูแน่นและกระชับขึ้น
  • ระยะเวลาคงอยู่: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและการดูแลตัวเอง)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังร้อยไหม เพื่อป้องกันไหมเคลื่อนและลดอาการบวม:

  • งดอ้าปากกว้าง: หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือทานอาหารคำใหญ่ ในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไหมหลุดจากเนื้อเยื่อหรือขาด
  • ประคบเย็น: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้
  • งดนวดหน้า: ห้ามกด นวด คลึง หรือทำทรีตเมนต์นวดหน้า อย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า เลเซอร์ร้อน หรือการสัมผัสความร้อนจัดบริเวณใบหน้า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดระบม สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์ได้

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้:

  • รอยบุ๋ม: อาจเกิดรอยบุ๋ม (Dimple) บริเวณรอยไหมได้ในช่วงแรก ซึ่งเกิดจากการดึงรั้งผิว จะค่อยๆ คลายตัวหายไปเอง
  • รอยเขียวช้ำ: เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้จากการโดนเส้นเลือดฝอย จะจางหายไปเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์
  • ปลายไหมโผล่: หากสัมผัสเจอปลายไหมหรือมีความระคายเคือง ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการตัดแต่ง
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบติดเชื้อ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีประวัติแพ้ไหมละลาย หรือผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที (รวมขั้นตอนฉีดยาชา)
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีรอยบวมช้ำเล็กน้อยที่สามารถแต่งหน้ากลบได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของไหม (ไหมก้างปลา / ไหมมินต์ / ไหมโครงตาข่าย) และจำนวนเส้น:

  • ร้อยไหมก้างปลา (PDO): ราคาเริ่มต้น 5,000 บาท / เส้น
  • ร้อยไหมยกหางตา (Foxy Eyes): ราคาเริ่มต้น 19,000 บาท

(แพทย์จะประเมินจำนวนเส้นที่เหมาะสมให้ก่อนทำ สามารถทักแชทเพื่อสอบถามโปรโมชั่น)

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ขั้นตอนที่เจ็บคือช่วงฉีดยาชา หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างการสอดเส้นไหมจะรู้สึกเพียงแรงดันตึงๆ แต่ไม่รู้สึกเจ็บ

A: อาการบวมจากยาชาและการร้อยไหมจะเกิดขึ้นมากที่สุดใน 1-3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบลงจนเป็นปกติภายใน 7-14 วัน

A: ร้อยไหม เน้นการดึงยกผิวที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นทันที เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ส่วน Hifu เน้นการยกกระชับด้วยคลื่นเสียง เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยน้อย หรือกลัวเข็ม

A: ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยปกติการยกกระชับกรอบหน้าจะใช้ข้างละ 4 – 6 เส้น หากเป็นการเก็บเหนียงหรือยกคิ้ว จำนวนเส้นจะแตกต่างกันไปตามการประเมินของแพทย์

A: หากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการวางไหมในชั้นผิวที่ถูกต้อง โอกาสเกิดผิวเป็นคลื่นจะน้อยมาก รอยรั้งในช่วงแรกอาจเกิดขึ้นได้และจะหายไปเองเมื่อไหมคลายตัว

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift) Read More »

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยโปรแกรม Rejuran นวัตกรรมจากประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เน้นการซ่อมแซมผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ รูขุมขนกว้าง และหลุมสิว ให้กลับมาเรียบเนียน ดูสุขภาพดี

1) โปรแกรมรีจูรัน คืออะไร?

รีจูรัน (Rejuran) คือ สารสกัด Polynucleotide (PN) ความเข้มข้นสูงที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน (Salmon DNA) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มาก มีคุณสมบัติเด่นในการ “ซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว” กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่ตามกระบวนการธรรมชาติ

แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือโบทอกซ์ ตรงที่รีจูรันไม่ได้เน้นการเติมเต็มหรือคลายกล้ามเนื้อ แต่เน้น การปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น 

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมรีจูรัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สภาพผิวเสื่อมโทรม ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง: ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ต้องการให้รูขุมขนกระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว: มีรอยแผลเป็นจากสิว ผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ: ผิวดูโทรม ขาดความสดใส แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ: ผิวขาดความยืดหยุ่น เริ่มมีริ้วรอยจางๆ
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวสุขภาพดี: ต้องการผิวดูสุขภาพดีและคงความเป็นธรรมชาติ

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกทำโปรแกรมรีจูรันที่ ฮารุคลินิก:

  • ตัวยาของแท้ตรวจสอบได้: ใช้ผลิตภัณฑ์ Rejuran แท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (สามารถสแกนตรวจสอบได้ทุกกล่อง)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมรีจูรัน:

  1. ประเมินสภาพผิว: แพทย์วิเคราะห์ปัญหาผิว เพื่อเลือกสูตรและปริมาณที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดและแปะยาชา: ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที (เนื่องจากตัวยามีความหนืด อาจทำให้รู้สึกเจ็บได้ จึงต้องแปะยาชานานกว่าปกติ)
  3. ดำเนินการรักษา: แพทย์ฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวหนังชั้นตื้นด้วยเทคนิค ID (Intradermal Injection) ทีละจุดทั่วใบหน้า หรือเน้นบริเวณที่มีปัญหา
  4. มาสก์ลดบวม: หลังฉีดจะมีการมาสก์หน้าหรือประคบเย็น เพื่อลดรอยแดงและตุ่มยา
  5. ดูแลหลังทำ: ทาครีมบำรุงและกันแดด พร้อมรับคำแนะนำการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • 3 – 5 วันแรก: ผิวจะเริ่มรู้สึกนุ่มลื่นขึ้น ความมันลดลง ผิวดูสมดุลขึ้น
  • 2 – 4 สัปดาห์: รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง และเริ่มมีความฉ่ำวาว
  • จำนวนครั้งที่แนะนำ: เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรทำต่อเนื่อง 3 – 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 3 – 4 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงอยู่: หลังจากจบคอร์ส ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน (สามารถมาฉีดกระตุ้นได้ทุก 6 เดือน)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังฉีดรีจูรัน เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้ดี:

  • งดล้างหน้า: งดล้างหน้าหรือโดนน้ำในช่วง 6 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพื่อให้รูเข็มปิดสนิท
  • งดแต่งหน้า: ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการอุดตันหรือระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือตากแดดจัด ในช่วง 3 วันแรก
  • เน้นความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ชุ่มชื้นและดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น
  • รอยตุ่มนูน: หลังทำทันทีจะมีตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณรอยเข็ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ตัวยาจะซึมและยุบหายไปเองภายใน 12 – 24 ชั่วโมง

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้:

  • อาการแพ้: ผู้ที่แพ้อาหารทะเล (โดยเฉพาะปลาแซลมอน) ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เนื่องจากตัวยาสกัดจาก DNA ปลาแซลมอน
  • รอยช้ำ: อาจเกิดรอยเขียวช้ำเล็กน้อยจากเข็ม ซึ่งจะหายได้เอง
  • ความเจ็บ: ตัวยา Rejuran มีความหนืดและค่า pH ที่ต่างจากผิว ทำให้รู้สึกแสบหรือปวดหน่วงๆ ขณะเดินยาได้ (แต่สามารถทนได้ด้วยยาชา)
  • ยาปลอม: ตลาดมีความเสี่ยงเรื่องยาหิ้วและยาปลอมสูง ควรเลือกคลินิกที่แกะกล่องให้ดูและสแกนตรวจสอบได้จริง

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลารวมแปะยาชาประมาณ 60 – 90 นาที
  • การพักฟื้น: จะมีรอยตุ่มนูนคล้ายมดกัดทั่วใบหน้าประมาณ 1 วัน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรงดออกงานสังคมในช่วง 1-2 วันแรก

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณ (CC) และสูตรที่เลือกใช้:

  • Rejuran Healer (กล่องดำ – หน้าใส): 2 CC ราคาเริ่มต้น 9,500 บาท(จำนวนจำกัด) 
  • Rejuran Healer (กล่องดำ – หน้าใส): 4 CC ราคาเริ่มต้น 19,000 บาท(จำนวนจำกัด)
  • โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง: ราคาพิเศษ 28,500 บาท(จำนวนจำกัด)
โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ยอมรับตามตรงว่ามีความรู้สึกเจ็บและแสบขณะเดินยามากกว่าการฉีดเมโสทั่วไป เนื่องจากตัวยามีความเข้นข้นสูง แต่ทางคลินิกมีการแปะยาชาและประคบเย็นช่วยบรรเทาความรู้สึก

A: โดยปกติแนะนำให้ฉีดทั่วหน้าครั้งละ 2 – 4 CC (1-2 หลอด) ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากเน้นเฉพาะจุดอาจใช้ปริมาณน้อยกว่านั้น

A: หลังฉีดจะมีตุ่มนูน (Bleb) บริเวณจุดที่ฉีด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการฉีดรีจูรัน ตุ่มเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบตัวลงและซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 12 – 24 ชั่วโมง

A: สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลำดับการทำหัตถการที่เหมาะสม

A: เมโสทั่วไปมักเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องความใสชั่วคราว แต่ Rejuran เป็น Polynucleotide ที่เข้าไปซ่อมแซมโครงสร้างผิว ให้ผลลัพธ์เรื่องคุณภาพผิวที่แข็งแรงและนานกว่า

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran) Read More »

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) เพื่อแก้ไขปัญหาโครงหน้าและริ้วรอยแห่งวัย โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันอย่างละเอียด ก่อนทำการเติมเต็มในปริเวณที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ มีมิติ และแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างตรงจุด

1) โปรแกรมฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid – HA) ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างเลียนแบบสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเติมเต็มปริมาตร (Volume) ของชั้นผิวหนังที่ยุบตัวลงตามกาลเวลา

หัตถการนี้ช่วยแก้ปัญหา “หน้าตอบ” “ร่องลึก” และ “ปรับโครงหน้า” โดยไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะเลือกใช้รุ่นของฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นและยืดหยุ่นต่างกันให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ ดังนี้:

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา: แก้ปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา
  • ฟิลเลอร์คาง: ปรับคางตัด คางสั้น ให้หน้าดูเรียว (V-Shape)
  • ฟิลเลอร์ขมับ: เติมขมับตอบ ลดโหนกแก้มสูง ปรับหน้าให้ละมุน
  • ฟิลเลอร์ปาก: ปั้นทรงปากสายฝอ ปากกระจับ หรือแก้ปากแห้ง
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม: เติมเต็มร่องลึกข้างจมูกที่ทำให้หน้าดูมีอายุ
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบ: แก้หน้าตอบ ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก: ปรับหน้าผากแบนให้โหนกนูน รับกับจมูกและคาง

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมฟิลเลอร์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตา
  • ผู้ที่มีใบหน้าตอบ: ขมับตอบ แก้มตอบ ทำให้เห็นโหนกแก้มชัดและดูมีอายุ
  • ผู้ที่มีคางสั้นหรือหน้ากลม: ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรม
  • ผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือแห้ง: ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มและชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว: ต้องการปรับปรุงรูปลักษณ์ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าผากแบน: ต้องการเสริมให้หน้าผากนูนสวย

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ที่ ฮารุคลินิก:

  • เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที: สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์เรื่องความเต็มตื้นและรูปทรงได้หลังทำเสร็จ
  • ดูเป็นธรรมชาติ: สารเติมเต็ม HA สามารถปั้นแต่งทรงให้กลืนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน และให้สัมผัสที่นิ่มนวล
  • ไม่ต้องผ่าตัด: ไม่มีแผลเย็บ เจ็บน้อย และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมฟิลเลอร์:

  1. ประเมินและวิเคราะห์หน้า: แพทย์ตรวจสอบโครงสร้างกระดูกและปัญหาผิว เพื่อเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: แปะยาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ (ในฟิลเลอร์บางรุ่นมีส่วนผสมของยาชา ช่วยลดความเจ็บขณะทำ)
  4. ดำเนินการฉีด: แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กหรือเข็มทื่อ (Cannula) วางตัวยาลงในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง พร้อมปั้นแต่งทรงให้เรียบเนียน
  5. ตรวจสอบความเรียบร้อย: แพทย์เช็กความสมมาตรและแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ระยะเวลาเห็นผล: รูปหน้าจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
  • การเข้าที่: อาการบวมจากเข็มจะค่อย ๆ ลดลงและเนื้อเจลจะนิ่มฟูเข้าที่กับผิวภายใน 2 – 3 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงอยู่: ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อของฟิลเลอร์ รวมถึงตำแหน่งที่ฉีด โดยทั่วไปอยู่ได้นาน 6 – 18 เดือน
  • การสลายตัว: ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ผลลัพธ์สวยงามและอยู่ได้นาน:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ: การดื่มน้ำ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและฟูสวยขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการทำเลเซอร์ร้อน ซาวน่า หรืออยู่หน้าเตาร้อนจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ห้ามกดหรือนวด: หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพื่อป้องกันตัวยาเสียรูปทรง
  • งดแอลกอฮอล์: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดอง 48 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดอาการบวม
  • ท่านอน: สำหรับฟิลเลอร์หน้าผากหรือคาง ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 2-3 คืนแรก

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนทำหัตถการ:

  • เลือกสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้: การฉีดฟิลเลอร์ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้เรื่องกายวิภาค (Anatomy) ของใบหน้าอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการเข้าเส้นเลือด
  • ยาแท้เท่านั้น: ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น เพื่อป้องกันการอักเสบ หรือการเกิดก้อนแข็งที่ไม่สลาย
  • อาการข้างเคียง: อาจเกิดรอยเขียวช้ำ (Bruise) หรืออาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายเองได้ภายใน 7-14 วัน
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ภาวะให้นมบุตร หรือผู้ที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิค และผู้ที่มีผิวหนังอักเสบบริเวณที่จะฉีด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที (ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ทำ)
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

9) ราคา (Pricing)

ราคาเริ่มต้น 3,990/1 cc ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และปริมาณที่ใช้ รบกวนติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: มีความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนการจิ้มเข็ม ในตัวฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะมียาชาผสมอยู่ ทำให้ระหว่างเดินยาจะรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด

A: หากเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับบริเวณนั้น ๆ และฉีดในชั้นผิวที่ถูกต้องโดยแพทย์  โอกาสเป็นก้อนจะน้อยมาก ผิวจะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

A: ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น บริเวณที่มีการขยับบ่อย เช่น ปาก อาจสลายเร็วกว่าบริเวณอื่น โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 6-18 เดือน

A: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันหลังฉีด เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรือบวมได้ง่ายขึ้น

A: ฟิลเลอร์แท้ (HA) มีข้อดีคือสามารถฉีดสลาย (Hyaluronidase) ได้ หากไม่พอใจในรูปทรง แพทย์สามารถฉีดสลายออกได้

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program) Read More »

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction)

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction)

ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช ให้บริการดูดไขมันเพื่อการปรับรูปร่าง (Body Contouring) ครอบคลุมทุกสัดส่วนที่มีปัญหาไขมันสะสม ไม่ว่าจะเป็น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หรือจุดเล็กๆ อย่างนมน้อยและน่อง ดูแลทุกขั้นตอนโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง เพื่อให้รูปร่างดูสมส่วน และเน้นย้ำการดูแลหลังทำให้ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น

1) ดูดไขมันลำตัว คืออะไร?

การดูดไขมัน (Liposuction) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกิน (Subcutaneous Fat) ที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นไขมันดื้อด้านที่ยากต่อการกำจัดด้วยการคุมอาหารหรือออกกำลังกาย โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านแผลขนาดเล็กเพื่อสลายและดูดไขมันออกมา

บริการดูดไขมันที่ฮารุคลินิก ครอบคลุมทุกบริเวณที่มีปัญหา ดังนี้:

  • ดูดไขมันหน้าท้อง (Abdomen): ลดพุงหมาน้อย หน้าท้องล่างยื่น ปรับหน้าท้องให้แบนราบ
  • ดูดไขมันเอวเอส / ปีกหลัง (Waist / Love Handles): สร้างส่วนเว้าโค้งให้เอวคอด รับกับสะโพก
  • ดูดไขมันต้นแขน / นมน้อย (Arms / Axillary Fat): ลดแขนใหญ่ แก้เนื้อปลิ้นบริเวณรักแร้และขอบบรา
  • ดูดไขมันต้นขา / รอบขา (Thighs): ลดขาเบียด ปรับขาให้เรียวสวย ดูดได้ทั้งขาใน ขานอก และหน้าขา
  • ดูดไขมันร่องก้น (Banana Rolls): แก้ไขไขมันใต้ก้นย้อย ให้ก้นดูกระชับขึ้น
  • ดูดไขมันน่อง (Calves): ลดขนาดน่องที่เกิดจากไขมันสะสม (ไม่รวมกล้ามเนื้อ)

2) เหมาะกับใคร? 

บริการดูดไขมันปรับรูปร่าง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สัดส่วนดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด: รูปร่างโดยรวมไม่อ้วน แต่มีพุงล่าง ขาใหญ่ หรือแขนใหญ่ที่ลดไม่ลง
  • ผู้ที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่เปลี่ยน: ไขมันดื้อ (Stubborn Fat) ไม่ตอบสนองต่อการไดเอท
  • คุณแม่หลังคลอด: มีหน้าท้องย้วย หรือสัดส่วนเปลี่ยนไปหลังมีบุตร
  • ผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วนเร่งด่วน: ต้องการความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า หรือเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญ
  • ผู้ที่มีปัญหาเนื้อปลิ้น: บริเวณขอบเสื้อใน นมน้อย หรือปีกหลัง ทำให้ใส่เสื้อรัดรูปไม่สวย

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

เหตุผลที่ควรเลือกดูดไขมันปั้นหุ่นที่ ฮารุคลินิก:

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง 
  • เทคนิคซ่อนแผล (Hidden Scar): แพทย์เลือกตำแหน่งเปิดแผลในจุดซ่อนเร้น เช่น ขอบบิกินี่ ร่องก้น หรือรักแร้ เพื่อให้สังเกตเห็นได้ยาก
  • ออกแบบเฉพาะบุคคล (Customized Design): ไม่ใช่แค่ดูดออกให้หมด แต่เน้นการปรับรูปร่างให้ดูมีมิติ เช่น การสร้างร่องหน้าท้อง (Sexy Line) หรือการปรับรูปร่างขาให้ดูเรียวขึ้น
  • ติดตามผลใกล้ชิด: มีโปรแกรมดูแลหลังทำ เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและลดโอกาสเกิดพังผืด

4) ขั้นตอนการทำ 

ลำดับขั้นตอนการให้บริการดูดไขมัน:

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประเมินปริมาณไขมัน สภาพผิวหนัง และวาดจุด เพื่อกำหนดแนวทางการดูดไขมัน
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจร่างกาย ทำความสะอาดผิว และฆ่าเชื้อบริเวณจุดผ่าตัด
  3. ใส่ยาชา (Tumescent): ฉีดสารละลายน้ำเกลือผสมยาชาเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อระงับความรู้สึกและช่วยให้ไขมันแตกตัวง่ายขึ้น (หรือดมยาสลบในเคสใหญ่ ตามดุลยพินิจแพทย์)
  4. ทำการดูดไขมัน: แพทย์สอดท่อขนาดเล็ก (Cannula) เพื่อสลายและดูดไขมันออกตามแนวที่วางแผนไว้ ด้วยความประณีตและระมัดระวัง
  5. รีดน้ำและปิดแผล: รีดน้ำเกลือที่ตกค้างออก เย็บปิดแผลขนาดเล็ก
  6. ใส่ชุดกระชับ: สวมชุดกระชับสัดส่วนทันทีหลังทำ เพื่อห้ามเลือดและล็อกรูปทรง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: สัดส่วนจะเล็กลงทันที แต่จะมีอาการบวมน้ำเกลือและระบม
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมเขียวช้ำจะเกิดขึ้นในช่วง 3-7 วันแรก และค่อยๆ จางลง
  • ระยะเข้าที่: สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่ชัดเจนในช่วง 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ผิวกระชับแนบสนิทในช่วง 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาสร้างใหม่ แต่ต้องดูแลเรื่องน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันเซลล์เดิมขยายขนาด

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน (สำคัญมาก เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและก้อนแข็ง):

  • การนวดกระชับ (สำคัญที่สุด): หลังจากแผลหายดี (ประมาณ 2 สัปดาห์) จำเป็นต้องเข้ามารับบริการนวดกระชับ (RF) หรือนวดสลายก้อนแข็งตามนัดหมาย เพื่อป้องกันการเกิดพังผืด (Fibrosis) ที่จะทำให้ผิวเป็นคลื่น หรือเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง หากละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เรียบเนียน
  • ชุดกระชับ: ต้องสวมชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก และลดเวลาลงตามคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ผิวหนังแนบสนิทไปกับกล้ามเนื้อ
  • การดูแลแผล: ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรก จนกว่าจะตัดไหม
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
  • การเคลื่อนไหว: ควรเดินบ่อยๆ ในช่วงแรกเพื่อช่วยระบบไหลเวียนเลือด ลดอาการบวมน้ำ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • พังผืดและก้อนแข็ง (Fibrosis): เป็นกลไกการสมานแผลตามธรรมชาติ แต่หากไม่ได้รับการนวดสลายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดก้อนแข็งถาวรหรือผิวเป็นคลื่นได้
  • ความไม่เรียบเนียน: หากดูแลหลังทำไม่ดี ไม่ใส่ชุดกระชับ หรือไม่นวด อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิว
  • รอยฟกช้ำ: อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติของการดูดไขมัน และจะหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
    • จุดเล็ก (เช่น นมน้อย, ปีกหลัง): 1 – 2 ชั่วโมง
    • จุดใหญ่ (เช่น หน้าท้อง, ต้นขา): 2 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักผ่อน 1-3 วันแรก เนื่องจากจะมีน้ำเกลือซึมออกจากแผลและมีอาการระบม หลังจากนั้นสามารถทำงานเบาๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปริมาณไขมัน:

  • ดูดไขมันจุดเล็ก (นมน้อย / ปีกหลัง / ใต้ก้น): เริ่มต้น 19,000 บาท / 20,000บาท / 20,000บาท 
  • ดูดไขมันต้นแขน / ต้นขา / หน้าท้อง: เริ่มต้น 24,000 บาท / 24,000 บาท / 25,000 บาท
  • เหมาทั่วเรือนร่าง (Whole Body): ราคาเริ่มต้น 259,000 บาท

(รวมค่าชุดทำแผล ยาทาน และโปรแกรมนวดหลังทำเบื้องต้น กรุณาสอบถามเงื่อนไขทางออนไลน์)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: สัดส่วนจะเล็กลงทันที แต่จะมีอาการบวมน้ำเกลือและระบม
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมเขียวช้ำจะเกิดขึ้นในช่วง 3-7 วันแรก และค่อยๆ จางลง
  • ระยะเข้าที่: สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่ชัดเจนในช่วง 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ผิวกระชับแนบสนิทในช่วง 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาสร้างใหม่ แต่ต้องดูแลเรื่องน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันเซลล์เดิมขยายขนาด

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน (สำคัญมาก เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและก้อนแข็ง):

  • การนวดกระชับ (สำคัญที่สุด): หลังจากแผลหายดี (ประมาณ 2 สัปดาห์) จำเป็นต้องเข้ามารับบริการนวดกระชับ (RF) หรือนวดสลายก้อนแข็งตามนัดหมาย เพื่อป้องกันการเกิดพังผืด (Fibrosis) ที่จะทำให้ผิวเป็นคลื่น หรือเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง หากละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เรียบเนียน
  • ชุดกระชับ: ต้องสวมชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก และลดเวลาลงตามคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ผิวหนังแนบสนิทไปกับกล้ามเนื้อ
  • การดูแลแผล: ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรก จนกว่าจะตัดไหม
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
  • การเคลื่อนไหว: ควรเดินบ่อยๆ ในช่วงแรกเพื่อช่วยระบบไหลเวียนเลือด ลดอาการบวมน้ำ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • พังผืดและก้อนแข็ง (Fibrosis): เป็นกลไกการสมานแผลตามธรรมชาติ แต่หากไม่ได้รับการนวดสลายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดก้อนแข็งถาวรหรือผิวเป็นคลื่นได้
  • ความไม่เรียบเนียน: หากดูแลหลังทำไม่ดี ไม่ใส่ชุดกระชับ หรือไม่นวด อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิว
  • รอยฟกช้ำ: อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติของการดูดไขมัน และจะหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
  • จุดเล็ก (เช่น นมน้อย, ปีกหลัง): 1 – 2 ชั่วโมง
  • จุดใหญ่ (เช่น หน้าท้อง, ต้นขา): 2 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักผ่อน 1-3 วันแรก เนื่องจากจะมีน้ำเกลือซึมออกจากแผลและมีอาการระบม หลังจากนั้นสามารถทำงานเบาๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปริมาณไขมัน:

  • ดูดไขมันจุดเล็ก (นมน้อย / ปีกหลัง / ใต้ก้น): เริ่มต้น 19,000 บาท / 20,000บาท / 20,000บาท 
  • ดูดไขมันต้นแขน / ต้นขา / หน้าท้อง: เริ่มต้น 24,000 บาท / 24,000 บาท / 25,000 บาท
  • เหมาทั่วเรือนร่าง (Whole Body): ราคาเริ่มต้น 259,000 บาท

(รวมค่าชุดทำแผล ยาทาน และโปรแกรมนวดหลังทำเบื้องต้น กรุณาสอบถามเงื่อนไขทางออนไลน์)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: การดูดไขมันทำให้เกิดช่องว่างใต้ผิวหนัง ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาสมานแผล หากไม่นวดเพื่อสลายพังผืดเหล่านี้ จะทำให้เกิดก้อนไตแข็ง (Seroma/Fibrosis) ผิวไม่เรียบเนียน หรือเป็นลอนคลื่น ดังนั้นการนวด RF จึง จำเป็น เพื่อให้ผิวนิ่มและเรียบสวย

A: หากไม่นวด มีความเสี่ยงสูงที่ผิวบริเวณนั้นจะเป็นก้อนแข็งๆ สัมผัสแล้วสะดุดมือ หรือมองเห็นเป็นคลื่น ซึ่งแก้ไขได้ยากในภายหลัง

A: การดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการ “ลดสัดส่วน” (Body Contouring) น้ำหนักอาจลดลงเพียงเล็กน้อย แต่รูปร่างจะดูเพรียวและกระชับขึ้นอย่างชัดเจน

A: ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บ หลังยาหมดฤทธิ์จะมีอาการปวดเมื่อยคล้ายกับออกกำลังกายหนักๆ (Muscle Soreness) ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะหายไป แต่เซลล์ที่เหลืออยู่ยังสามารถขยายขนาดได้ หากไม่ควบคุมอาหาร รูปร่างอาจกลับมาขยายขึ้นได้ แต่จะไม่อ้วนเท่าเดิมในจุดที่ดูดออกไป

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction) Read More »

Scroll to Top