Services

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือหัวนมชี้ลงต่ำ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายหลังการมีบุตร การให้นมบุตร หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ในการออกแบบทรงอกใหม่ให้ดูเต่งตึง อวบอิ่ม และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระ

1) ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก คืออะไร?

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift หรือ Mastopexy) คือ หัตถการผ่าตัดเพื่อจัดระเบียบเนื้อเยื่อหน้าอกใหม่ โดยการตัดผิวหนังส่วนเกินออก และย้ายตำแหน่งหัวนมและลานนม (Nipple-Areola Complex) ให้สูงขึ้น เพื่อแก้ปัญหาหน้าอกที่หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง ให้กลับมาตั้งเต้า สวยงาม และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

การผ่าตัดนี้สามารถทำร่วมกับ การเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) ในกรณีที่ต้องการเพิ่มขนาด หรือทำร่วมกับ ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) โดยเฉพาะการฟื้นฟูรูปร่างคุณแม่หลังคลอดให้กลับมาสมส่วน

2) เหมาะกับใคร?

การยกกระชับหน้าอก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สรีระทรวงอก ดังนี้:

  • คุณแม่หลังคลอด/ให้นมบุตร: หน้าอกฝ่อแฟบ หย่อนคล้อย หรือ “ถุงกาแฟ”
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย (Breast Ptosis): ระดับหัวนมอยู่ต่ำกว่าระดับพับใต้ราวนม
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักเยอะ: ผิวหนังหน้าอกย้วย ไม่กระชับตามสรีระที่เปลี่ยนไป
  • ผู้ที่มีขนาดหน้าอกพอใจแล้วแต่ทรงไม่สวย: ต้องการแค่ยกให้สูงขึ้นโดยไม่ใส่ซิลิโคน
  • ผู้ที่ต้องการแก้หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน: ปรับระดับหัวนมให้มีความใกล้เคียงกัน

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกที่ ฮารุคลินิก:

  • ผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง: ดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ในการประเมินโครงสร้างและเลือกเทคนิคผ่าตัดที่เหมาะสม
  • เทคนิคหลากหลาย (Customized Technique): แพทย์เลือกใช้วิธีผ่าตัดตามระดับความหย่อนคล้อย (แผลรอบปานนม, แผลอมยิ้ม, หรือแผลรูปสมอ) เพื่อลดขนาดแผลเป็นให้เล็กเท่าที่จำเป็น
  • ทรงอกดูเป็นธรรมชาติ: เน้นการจัดทรงเนื้อหน้าอกเดิมให้ตั้งขึ้น ดูอวบอิ่มโดยไม่ต้องพึ่งซิลิโคน (หรือใส่เพิ่มเพียงเล็กน้อย)
  • ดูแลแผลอย่างประณีต: ให้ความสำคัญกับการเย็บแผลเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นนูนในระยะยาว

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการยกกระชับหน้าอก:

  1. ปรึกษาและวางแผน: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจวัดระดับความหย่อนคล้อยและปริมาณเนื้อเต้านม เพื่อวางแผนแนวแผลผ่าตัด
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจสุขภาพชุดใหญ่ งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้วิธีการดมยาสลบ (General Anesthesia) โดยวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
  4. ผ่าตัดตกแต่ง:
    • แพทย์เปิดแผลตามแนวที่กำหนด (รอบปานนม / แนวตั้ง / รูปตัว T กลับหัว)
    • ตัดผิวหนังส่วนเกินออก และยกเนื้อเยื่อเต้านมขึ้น
    • ย้ายตำแหน่งหัวนมและลานนมให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น
  5. เย็บปิดแผล: เย็บชั้นเนื้อเยื่อและผิวหนังด้วยความละเอียด
  6. พักฟื้น: นอนดูอาการที่ห้องพักฟื้นจนกว่าจะฟื้นจากยาสลบดี
ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: หน้าอกจะยกสูงขึ้นทันที แต่จะมีอาการบวมตึงและรอยช้ำ
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 2 – 4 สัปดาห์
  • ระยะเข้าที่: หน้าอกจะเริ่มนิ่มลงและคล้อยลงมาอยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติในช่วง 3 – 6 เดือน
  • รอยแผลเป็น: รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงจากสีแดงเป็นสีผิวปกติในช่วง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
  • ความคงทน: ผลลัพธ์อยู่ได้ในระยะยาว แต่หน้าอกอาจหย่อนคล้อยลงได้อีกตามธรรมชาติหากมีการตั้งครรภ์เพิ่ม หรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงมาก

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังยกกระชับหน้าอก (สำคัญต่อรูปทรงและการสมานแผล):

  • สวมสปอร์ตบรา (Support Bra): ต้องสวมบราสำหรับหลังผ่าตัดตลอดเวลา (24 ชม.) ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อประคองทรงและลดอาการบวม
  • ท่านอน: นอนหงายหนุนหมอนสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรก ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  • การเคลื่อนไหว: งดการยกของหนัก หรือขยับแขนขึ้นเหนือศีรษะแรง ๆ ในช่วง 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลแยก
  • ดูแลแผล: รักษาแผลให้แห้งสะอาด เช็ดด้วยน้ำเกลือ และทายาลดรอยแผลเป็นเมื่อแผลแห้งสนิทดีแล้ว
  • งดสูบบุหรี่: ควรงดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะนิโคตินทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อตาย

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

การผ่าตัดใหญ่มีความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรทราบ:

  • รอยแผลเป็น: การยกกระชับหน้าอกจำเป็นต้องมีรอยแผล (Scar) ซึ่งขนาดจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ แต่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะซ่อนแผลให้เนียนที่สุด
  • อาการชา: อาจมีอาการชาบริเวณหัวนมหรือผิวหนังรอบอกชั่วคราว ความรู้สึกจะค่อย ๆ กลับมา
  • ความสมมาตร: หน้าอกสองข้างอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามพื้นฐานสรีระเดิม
  • การให้นมบุตร: ในบางเทคนิคอาจมีผลกระทบต่อท่อน้ำนม ผู้ที่วางแผนจะมีบุตรควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้นอนพักที่คลินิกหรือโรงพยาบาล 1 คืน และพักฟื้นที่บ้านต่ออีก 5 – 7 วัน ก่อนกลับไปทำงานเบา ๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาการศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช:

  • ยกกระชับหน้าอก (Mastopexy – แผลรอบปานนม): เริ่มต้น 79,000 บาท
  • ยกกระชับหน้าอก (แผลรูปสมอ Anchor): เริ่มต้น 79,000 บาท
  • ยกกระชับ + เสริมซิลิโคน (Augmentation Mastopexy): ราคาเริ่มต้น 134,000 บาท

(ดูแลทุกเคสโดยแพทย์เฉพาะทาง ราคานี้รวมค่าวิสัญญีแพทย์และห้องพักฟื้นแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางออนไลน์)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะพยายามซ่อนแผลในบริเวณรอยพับหรือขอบปานนม ช่วงแรกแผลอาจดูแดงชัดเจน แต่จะค่อย ๆ จางลงจนเป็นเส้นบาง ๆ ในระยะเวลา 1 ปี หากดูแลดีรอยแผลจะสังเกตเห็นได้ยาก

A: การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกตัวขณะทำ หลังตื่นขึ้นมาอาจมีอาการปวดตึงคล้ายออกกำลังกายหนัก สามารถระงับอาการได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้

A: สามารถทำพร้อมกันได้ ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ช่วยแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนและหน้าท้องย้วยไปพร้อมกัน (เจ็บทีเดียว พักฟื้นทีเดียว)

A: หากมีเนื้อหน้าอกน้อย แนะนำให้ใส่ซิลิโคนร่วมด้วยเพื่อช่วยเติมเต็มให้เนินอกดูอิ่มสวย แต่หากพอใจในขนาดเดิมอยู่แล้ว สามารถทำการยกกระชับเนื้อเดิมเพียงอย่างเดียวได้

A: แนะนำให้งดขับรถในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากการขยับแขนหรือเลี้ยวรถอาจกระทบกระเทือนแผลผ่าตัดได้

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy) Read More »

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy)

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy)

การผ่าตัดหน้าอกทอม/ทรานส์ คือ อะไร?

การผ่าตัดตัดหน้าอก (Masculinizing Top Surgery) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Chest Wall Masculinization คือ การศัลยกรรมเพื่อนำเนื้อเยื่อเต้านมและผิวหนังส่วนเกินออก พร้อมทั้งปรับตำแหน่งและขนาดของหัวนม (Nipple-Areolar Complex) ให้มีลักษณะแบนราบและดูเป็นสรีระหน้าอกของผู้ชาย (Masculinizing Chest) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการยืนยันเพศสภาพภายนอก ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น

เหมาะกับใคร?

การผ่าตัดหน้าอกทอม/ทรานส์ เหมาะกับใคร?

บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนสรีระหน้าอกให้เป็นชาย ได้แก่:

  • Transmasculine: ผู้ข้ามเพศจากหญิงเป็นชาย (Transmen)
  • Non-binary: ผู้ที่ไม่ระบุเพศชัดเจน แต่อยากลดลักษณะความเป็นหญิงของหน้าอก
  • ผู้ที่มีปัญหาความไม่มั่นใจในสรีระ: ผู้ที่รู้สึกอึดอัด หรือต้องรัดหน้าอก (Binding) เป็นเวลานานจนส่งผลเสียต่อสุขภาพและผิวหนัง

จุดเด่นของบริการนี้ที่ ฮารุคลินิก โคราช

จุดเด่นของบริการนี้ที่ ฮารุคลินิก โคราช

  • วิเคราะห์เฉพาะบุคคล: เราเลือกเทคนิคการผ่าตัดตาม “ขนาดหน้าอก” และ “ความยืดหยุ่นของผิวหนัง” เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจของผู้รับบริการตามหลักการแพทย์ (Monstrey’s Algorithm)
  • ความพึงพอใจสูง: จากสถิติงานวิจัย ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์หลังทำสูงเนื่องจากสรีระตรงกับ Gender preference มากขึ้น

ขั้นตอนการทำ (Procedure)

แพทย์จะประเมินเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ โดยแบ่งเป็น 4 เทคนิคหลักตามลักษณะทางกายวิภาค:

  1. เทคนิคแผลเล็ก (No Skin Resection): เช่น แผลครึ่งวงกลม หรือผ่านปานนม เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกเล็กและผิวหนังยืดหยุ่นดีมาก
  2. เทคนิคผ่าตัดรอบปานนม (Periareolar): เหมาะกับหน้าอกขนาดเล็กถึงปานกลาง
  3. เทคนิค Inferior Pedicle: สำหรับหน้าอกใหญ่ที่ยังพอมีความยืดหยุ่น โดยยังคงเส้นเลือดเลี้ยงหัวนมไว้
  4. เทคนิคย้ายหัวนม (FNG – Free Nipple Graft): เทคนิคที่นิยมที่สุด (42.2% จากเคสทั่วโลก) เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกใหญ่หรือผิวหนังยืดหยุ่นน้อย ตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้มาก ทำให้หน้าอกแบนราบได้รูปที่สุด แม้จะมีแผลยาวบริเวณใต้ราวนมแต่ลดโอกาสการผ่าตัดแก้ซ้ำได้ดี

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • หน้าอกแบนราบ: ได้รูปทรงหน้าอกที่เป็นชาย (Masculine Contour) อย่างชัดเจน
  • ความมั่นใจเพิ่มขึ้น: สามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น เข้าสังคมและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรัดหน้าอก
  • ผลลัพธ์ถาวร: เนื้อหน้าอกที่ตัดออกไปแล้วจะไม่กลับมา (แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัวได้บ้าง)

ดูแลหลังทำ (Aftercare)

เพื่อให้แผลสวยและลดภาวะแทรกซ้อน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • สวมผ้ารัดหน้าอก (Binder): อย่างเคร่งครัดอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อลดการบวมและช่วยกระชับผิว
  • จำกัดการเคลื่อนไหว: งดการยกแขนสูงเหนือไหล่และการยกของหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดูแลแผล: รักษาความสะอาดแผล ห้ามโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดบริเวณแผลเป็น

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

การผ่าตัด Top Surgery เป็นหัตถการใหญ่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง แต่ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลตามจริงจากงานวิจัย:

  • ภาวะเลือดคั่ง (Hematoma): มีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 6% ซึ่งแพทย์จะมีการดูแลและระบายเลือดออกอย่างถูกวิธี
  • การผ่าตัดแก้ไข (Revision): อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกเทคนิคที่ไม่เหมาะกับขนาดหน้าอก (เช่น การเลือกทำแผลเล็กในคนหน้าอกใหญ่ อาจเสี่ยงต่อผิวหนังย่นและต้องมาแก้ซ้ำถึง 37.5%) ดังนั้นการเชื่อคำแนะนำแพทย์ในการเลือกเทคนิคจึงสำคัญมาก
  • อาจมีอาการชาหรือรู้สึกน้อยลงบริเวณหัวนม ซึ่งสามารถพบได้หลังการผ่าตัด

เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับเทคนิค)
  • การพักฟื้น: แนะนำให้ลางานหรือพักผ่อนประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
  • กลับมาออกกำลังกาย: สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้หลัง 1 เดือน และออกกำลังกายหนักหลัง 3 เดือนขึ้นไป

ราคา (Pricing)

(กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินราคาตามเทคนิคที่เหมาะสม)

  • Top Surgery เทคนิคแผลเล็ก: ราคาเริ่มต้น 69,000 บาท
  • Top Surgery เทคนิคย้ายหัวนม (FNG): ราคาเริ่มต้น 89,000 บาท
  • รวมค่ายาและชุดรัดหน้าอกแล้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จากงานวิจัย เทคนิค FNG เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีหน้าอกใหญ่ เพราะสามารถตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้หมดจด ลดโอกาสที่ผิวจะย่นหรือต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขซ้ำ (Revision) ได้ดีกว่าเทคนิคแผลเล็กในคนที่มีเนื้อหน้าอกเยอะ

A: การรับรู้ความรู้สึกอาจลดลงหรือหายไป โดยเฉพาะในเทคนิค FNG แลกมากับรูปทรงที่แบนราบสวยงาม แต่ในบางเทคนิคความรู้สึกอาจกลับมาได้บ้างขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเส้นประสาท

A: โดยปกติจะใส่ไว้ประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดและน้ำเหลืองที่ออกมา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินวันถอดสายระบายให้

A: รอยแผลเป็นขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์จะซ่อนแผลไว้ใต้ราวนม (ในเทคนิค FNG) หรือรอบปานนม ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลจะจางลง และสามารถรักษาแผลเป็นเพิ่มเติมได้ด้วยเลเซอร์หรือยาทา

อ้างอิง Wilson SC, Morrison SD, Anzai L, et al. Masculinizing Top Surgery: A Systematic Review of Techniques and Outcomes. Ann Plast Surg. 2018;80(6):679-683. doi:10.1097/SAP.0000000000001354 (ในส่วนของ อ้างอิง รบกวนเปลี่ยนสีฟอนต์ให้เหมือนสี background ได้มั้ยคะ)

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy) Read More »

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก (Lip Reduction / Reshaping) ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาริมฝีปากหนา หรือรูปทรงไม่ชัดเจน ให้มีความโค้งมนคล้ายปีกนก หรือทรงกระจับที่ดูละมุน เข้ากับอวัยวะอื่นบนใบหน้า เน้นเทคนิคการเย็บที่ประณีตเพื่อลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น

1) ศัลยกรรมปากกระจับ คืออะไร? (What is it?)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Reshaping Surgery) คือ หัตถการผ่าตัดตกแต่งลดเนื้อบริเวณริมฝีปาก (นิยมทำบริเวณริมฝีปากบน) เพื่อปรับให้บางลงและจัดทรงให้มีความโค้งเว้า ตรงกึ่งกลางมีติ่งกระจับเล็กน้อยคล้ายรูปทรงของ “กระจับ” หรือ “ปีกนก”

การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการออกแบบและตัดแต่งเนื้อเยื่อ เพื่อแก้ปัญหาผู้ที่มีริมฝีปากหนาเทอะทะ ริมฝีปากห้อย หรือหน้าดูดุ ให้กลับมาดูหวานและมีมิติมากขึ้น รวมถึงสามารถยกมุมปากเล็กน้อยในบางเคสเพื่อให้ใบหน้าดูเป็นมิตรขึ้น

2) เหมาะกับใคร?

บริการทำปากกระจับ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างริมฝีปาก ดังนี้:

  • ผู้ที่มีริมฝีปากหนา: เนื้อปากเยอะจนทำให้ใบหน้าดูดุ หรือสัดส่วนหน้าไม่สมดุล
  • ผู้ที่ปากไม่เป็นทรง: ริมฝีปากตรงทื่อ ขาดความโค้งเว้า หรือขาดกระจับกลางปาก
  • ผู้ที่มีริมฝีปากไม่เท่ากัน: เนื้อปากซ้าย-ขวา หรือบน-ล่าง มีความหนาบางไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ: ต้องการรูปปากที่ดูจิ้มลิ้ม สดใส และแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่บริการศัลยกรรมปากกระจับที่ ฮารุคลินิก ได้รับความไว้วางใจจากชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง:

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ผ่าตัดโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง โดยตรง
  • ออกแบบทรงเฉพาะบุคคล (Customized Design): แพทย์ประเมินเนื้อปากเดิมและโครงหน้า เพื่อออกแบบทรงที่ไม่บางจนเกินไป เน้นความพอดีและการใช้งานได้จริง
  • เทคนิคเย็บซ่อนไหม: รอยแผลเนียนเรียบไปกับรอยพับของริมฝีปาก ลดโอกาสการเกิดรอยตะขาบ
  • ทรงปากดูเป็นธรรมชาติ: เน้นทรงกระจับที่ดูละมุน ไม่แหลมคมจนดูหลอกตา

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการศัลยกรรมปากกระจับ:

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์เนื้อปาก วาดทรงที่ต้องการตัดออก และทำความเข้าใจผลลัพธ์ร่วมกับผู้รับบริการ
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณริมฝีปาก รอจนยาชาออกฤทธิ์เต็มที่
  4. ผ่าตัดตกแต่ง: แพทย์ทำการตัดแต่งเนื้อเยื่อและไขมันส่วนเกินออกตามรูปทรงที่วาดไว้ รวมถึงการหยุดเลือดอย่างระมัดระวัง
  5. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยไหมละลายหรือไหมตัด (ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์) 
  6. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผล และให้คำแนะนำการดูแลตัวเองก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: รูปทรงปากจะเปลี่ยนไปตามที่ออกแบบ แต่จะมีอาการบวมตึงจากการผ่าตัดและยาชา
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบลงจนตัดไหม (ประมาณ 7-10 วัน)
  • ระยะเข้าที่ : เนื้อเยื่อจะเริ่มสมานและนิ่มลง รูปทรงกระจับจะชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติที่สุดในช่วง 3-6 เดือน
  • ความคงทน: เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ยาวนาน (ยกเว้นเนื้อปากจะบางลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลแผลหลังทำปากกระจับ (สำคัญมากต่อความสวยงามของทรงปาก):

  • การประคบ: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นหลังจากนั้น
  • การรับประทานอาหาร: ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารร้อนจัด และอาหารที่ต้องเคี้ยวมาก แนะนำให้ทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อน
  • การขยับปาก: งดการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือแปรงฟันแรง ๆ ในช่วงแรก เพื่อป้องกันแผลปริ
  • ความสะอาด: หมั่นทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ และบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหารเพื่อป้องกันเศษอาหารติดแผล
  • นวดปาก: หลังจากแผลแห้งสนิทและตัดไหมแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจแนะนำให้นวดปากเพื่อลดการเกิดไตแข็ง (Scar Tissue) และช่วยให้ปากนิ่มเร็วขึ้น

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

การศัลยกรรมมีความเสี่ยง ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • แผลเป็นนูน (Keloid): เป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีผิวพรรณเกิดแผลเป็นง่าย การดูแลแผลและการนวดปากตามคำแนะนำจะช่วยลดโอกาสนี้
  • ริมฝีปากบางเกินไป: หากตัดเนื้อปากออกมากเกินไป อาจทำให้หุบปากไม่สนิท (Incompetent Lips) แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ของเราจึงเน้นความพอดีมากกว่าการตัดออกเยอะ ๆ
  • ความไม่สมมาตร: โครงสร้างปากเดิมของคนเรามักไม่เท่ากัน 100% หลังทำอาจมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีริมฝีปากบางมากอยู่แล้ว หรือผู้ที่มีปัญหายิ้มเห็นเหงือกเยอะ (Gummy Smile) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถกลับบ้านได้ทันที แนะนำให้หยุดพักงานหรือใส่หน้ากากอนามัยประมาณ 3 – 5 วัน จนกว่าอาการบวมจะลดลง

9) ราคา (Pricing)

ราคาการศัลยกรรมปากกระจับที่ ฮารุคลินิก โคราช:

  • ปากกระจับ (ริมฝีปากบน): เริ่มต้น 16,000 บาท
  • ปากบาง (ริมฝีปากล่าง): เริ่มต้น 16,000 บาท
  • โปรโมชั่นทำคู่ (บน+ล่าง): ราคาพิเศษ 30,000 บาท

(ดูแลทุกเคสโดยแพทย์เฉพาะทาง ราคารวมค่ายาและชุดทำแผลแล้ว สามารถส่งรูปประเมินราคาเบื้องต้นได้ทางออนไลน์)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จะมีความรู้สึกเจ็บในช่วงฉีดยาชาเท่านั้น ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดตึงบ้าง ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะซ่อนรอยแผลอยู่บริเวณรอยต่อของริมฝีปากแห้งและเปียก หากดูแลแผลดีและนวดปากอย่างสม่ำเสมอ รอยแผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น

A: สามารถทำได้ แต่แนะนำให้ทำในช่วงที่ฟันเริ่มเข้าที่แล้ว หรือปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันรูปปากเปลี่ยนหลังถอดเหล็กดัดฟัน

A: แนะนำให้รอจนกว่าแผลจะแห้งสนิทและตัดไหมเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงสามารถทาลิปสติกได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

A: หากเนื้อปากน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปั้นทรงกระจับแทนการผ่าตัด เพื่อป้องกันปัญหาปากปิดไม่สนิท

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery) Read More »

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคการย้ายเซลล์ไขมัน (Autologous Fat Transfer) ทั้งแบบ เติมเฉพาะจุด เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง และ เติมทั่วหน้า เพื่อสร้างมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ การเลือกใช้ไขมันของตนเองเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ในระยะยาว

1) การเติมไขมันหน้า คืออะไร? (What is it?)

การเติมไขมันหน้า (Facial Fat Grafting) คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ทำการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสมในร่างกายของตนเอง (เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา) นำมาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและมีชีวิต แล้วนำกลับมาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยหรือตอบลึก

กระบวนการนี้ทำหน้าที่คล้ายการฉีดฟิลเลอร์ แต่เปลี่ยนจากสารสังเคราะห์เป็น “เซลล์ไขมันของตัวเอง” ซึ่งมีข้อดีคือร่างกายจะไม่ต่อต้าน นอกจากช่วยเติมเต็มปริมาตร (Volume) ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบแล้ว สเต็มเซลล์ในไขมันยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสดใสและสุขภาพดีขึ้น

2) เหมาะกับใคร?

บริการเติมไขมันหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าตอบ หรือขมับลึก: ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุเกินจริง
  • ผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตา
  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน: ต้องการเสริมหน้าผากให้นูนสวย มีมิติ โดยไม่ใช้ซิลิโคน
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยรวม: ต้องการให้ใบหน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่แพ้สารสังเคราะห์: หรือไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเข้าสู่ร่างกาย

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรพิจารณาการเติมไขมันที่ ฮารุคลินิก:

  • ความเป็นธรรมชาติสูง: เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของตนเอง สัมผัสจึงนิ่มนวล ไม่เป็นก้อนแข็ง และกลมกลืนไปกับผิวหน้า
  • ลดความเสี่ยงการแพ้: ร่างกายยอมรับเซลล์ไขมันได้ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
  • ฟื้นฟูผิวพรรณ: เซลล์ไขมันมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาวและเนียนละเอียดขึ้น
  • ปรับแต่งได้หลายบริเวณ: สามารถเลือกทำได้ทั้งแบบ เฉพาะจุด (เช่น ขมับ, ใต้ตา) หรือ ทั่วหน้า (Full Face) ในครั้งเดียว
  • อยู่ได้ยาวนาน: เมื่อเซลล์ไขมันติดและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดแล้ว จะสามารถคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

ลำดับขั้นตอนการให้บริการเติมไขมันหน้าเด็ก:

  1. ประเมินรูปหน้า: แพทย์เฉพาะทางวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนตำแหน่งที่จะเติมไขมัน (เฉพาะจุด หรือ ทั่วหน้า)
  2. ดูดไขมัน (Liposuction): แพทย์ทำการดูดไขมันจากบริเวณที่กำหนด (หน้าท้องหรือต้นขา) ด้วยความนุ่มนวลเพื่อรักษาสภาพเซลล์
  3. คัดแยกเซลล์ไขมัน: นำไขมันที่ได้มาปั่นแยกและกรอง (Centrifuge & Filtration) เพื่อคัดเฉพาะเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและบริสุทธิ์
  4. ฉีดเติมเต็ม (Injection): แพทย์นำไขมันที่คัดแยกแล้ว มาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าตามแผนการรักษา โดยใช้เทคนิคการวางไขมันทีละชั้นเพื่อเพิ่มโอกาสการติดของเซลล์
  5. ดูแลหลังทำ: ปิดแผลขนาดเล็กและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: ใบหน้าจะดูเต็มอิ่มขึ้นทันที แต่อาจมีอาการบวมจากการทำหัตถการ
  • ระยะเวลายรัดแกน: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและเริ่มเข้าที่ใน 2-4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: ปกติไขมันที่ฉีดเข้าไปจะมีการสลายตัวประมาณ 30-50% ในช่วงแรก ส่วนที่เหลือ (ประมาณ 50-70%) จะทำการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดและกลายเป็นเนื้อเยื่อถาวรของใบหน้า โดยผลลัพธ์จะนิ่งและชัดเจนที่สุดหลังผ่านไป 3 เดือน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังเติมไขมัน เพื่อให้ไขมันติดดีและอยู่ได้นาน:

  • ห้ามประคบเย็นบริเวณใบหน้า: ความเย็นอาจทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เซลล์ไขมันตายได้ง่าย (อนุโลมให้ประคบเย็นได้เฉพาะบริเวณที่ ดูดไขมัน ออกไป เช่น ต้นขา)
  • หลีกเลี่ยงการกดทับ: ห้ามนวดหน้า หรือนอนตะแคงทับบริเวณที่เติมไขมันในช่วง 1 เดือนแรก
  • ควบคุมน้ำหนัก: ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ร่างกายดึงไขมันที่เพิ่งเติมไปใช้เป็นพลังงาน
  • งดความร้อน: หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ซาวน่า หรืออยู่หน้าเตาร้อนจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ทานโปรตีนให้เพียงพอ: เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยให้เซลล์ไขมันแข็งแรง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยที่ผู้รับบริการควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการบวมช้ำ รอยเขียว หรือความไม่เรียบเนียนในบางจุด ซึ่งแพทย์จะทำการเกลี่ยให้เนียนที่สุด
  • ใครที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากจนไม่มีไขมันสะสมเพียงพอให้ดูดออกมาใช้ และสตรีมีครรภ์
  • การติดเชื้อ: แม้โอกาสเกิดน้อย แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของแผลทั้งจุดที่ดูดออกและจุดที่ฉีดเข้า
  • การยุบตัว: การติดของไขมันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บางรายอาจต้องมีการเติมซ้ำ (Retouch) หากไขมันสลายตัวไปมาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 90 – 120 นาที (รวมขั้นตอนดูดไขมันและฉีด)
  • การพักฟื้น: แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน เนื่องจากจะมีอาการบวมช้ำมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ แต่สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้หากไม่กังวลเรื่องรอยบวม

9) ราคา

ค่าบริการขึ้นอยู่กับขอบเขตบริเวณที่ทำ:

  • เติมไขมันเฉพาะจุด (1 บริเวณ): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • เติมไขมันทั่วหน้า (Full Face เหมาทั่วหน้า): เริ่มต้น 45,000 บาทฃ
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เซลล์ไขมันส่วนที่รอดชีวิตและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดได้แล้ว จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและอยู่ได้ยาวนานเหมือนไขมันปกติ อย่างไรก็ตาม การร่วงโรยตามวัยและน้ำหนักตัวที่ลดลงอาจส่งผลต่อปริมาตรไขมันในอนาคต

A: ขั้นตอนการดูดไขมันและการฉีดจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนฉีดยาชาและรู้สึกตึง ๆ ระหว่างทำ

A: นิยมใช้ไขมันจากบริเวณหน้าท้องหรือต้นขาด้านใน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมหนาแน่นและมีคุณภาพดี เหมาะแก่การนำมาปลูกถ่าย

A: อัตราการรอดชีวิตของไขมันขึ้นอยู่กับเทคนิคการเก็บและฉีดของแพทย์ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ หากพักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ หรือลดน้ำหนัก อาจทำให้ไขมันสลายตัวได้เร็วขึ้น

A: หากต้องการเติมเต็มหลายจุดทั่วใบหน้า การเติมไขมันจะคุ้มค่าและให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่หากต้องการเติมเพียงจุดเล็ก ๆ หรือต้องการความแม่นยำสูง ฟิลเลอร์อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting) Read More »

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมปรับรูปหน้าด้วยการฝังวัสดุทางการแพทย์ (Implants) เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างกระดูกใบหน้าเดิมที่ไม่สมส่วน โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียด เพื่อเลือกทรงและขนาดของซิลิโคนให้รับกับสัดส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

1) บริการนี้คืออะไร?

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ และแก้ม คือ การผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เข้าไปวางเหนือบริเวณกระดูกเดิม เพื่อเพิ่มความนูนและความหนาของชั้นโครงสร้างใบหน้า ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากแบน ขมับตอบ หรือแก้มตอบ ให้กลับมาดูเต็มอิ่มและมีมิติ

การเสริมด้วยซิลิโคนมีความแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือไขมัน คือ เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแบบถาวร วัสดุมีความคงตัวสูง ไม่ยุบหรือสลายไปตามกาลเวลา และให้สัมผัสที่เรียบเนียนคล้ายกระดูกจริง

2) เหมาะกับใคร? 

การศัลยกรรมเสริมซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าชัดเจน ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน ลาด หรือยุบตัว: ต้องการความนูนโค้งที่ชัดเจน
  • ผู้ที่มีขมับตอบลึกมาก: เห็นขอบกระดูกเบ้าตาชัดเจน จนทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีโหนกแก้มต่ำหรือหน้าแก้มแบน: ต้องการเพิ่มมิติให้แก้มดูยกกระชับแบบถาวร
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร: ไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็มซ้ำบ่อย ๆ
  • ผู้ที่ต้องการสัมผัสเรียบเนียน: ต้องการให้หน้าผากหรือขมับเรียบเนียนเสมือนกระดูกจริง ไม่เป็นคลื่น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่หลายท่านเลือกศัลยกรรมเสริมซิลิโคนเพื่อปรับรูปหน้า:

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: บางคนอาจทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องคอยเติมซ้ำเหมือนหัตถการรูปแบบฉีด
  • รูปทรงคงที่: ซิลิโคนมีความคงตัวสูง ไม่ไหล ไม่ย้อย และไม่เปลี่ยนรูปเมื่อเวลาผ่านไป
  • ขอบซิลิโคนเรียบเนียน: ปัจจุบันมีการใช้เทคนิคเหลาตกแต่งขอบซิลิโคน หรือใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปคุณภาพสูง ทำให้รอยต่อแนบสนิทไปกับกระดูกเดิม
  • ลดความเสี่ยงการอุดตันเส้นเลือด: เนื่องจากไม่ใช่ของเหลว จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเข้าเส้นเลือด
  • ปรับเปลี่ยนโครงหน้าได้ชัดเจน: สามารถกำหนดความนูนและความโค้งได้แม่นยำกว่าการฉีด

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า:

  1. การปรึกษาและวางแผน: แพทย์เฉพาะทางประเมินโครงสร้างกระดูก สแกนใบหน้า และเลือกขนาด/ทรงซิลิโคนให้เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจร่างกายพื้นฐานและทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความต้องการของผู้รับบริการ)
  4. เปิดแผลผ่าตัด:
  • เสริมหน้าผาก/ขมับ: ซ่อนแผลบริเวณไรผม (Hairline) เพื่อไม่ให้เห็นรอยแผลเป็นชัดเจน
  • เสริมแก้ม: ซ่อนแผลในช่องปาก
  1. วางซิลิโคน: แพทย์ทำการเลาะโพรงเพื่อวางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal) เพื่อให้ซิลิโคนยึดแน่น ไม่เคลื่อนที่
  2. เย็บปิดแผล: เย็บปิดแผลอย่างประณีตและพันผ้าเพื่อล็อกตำแหน่ง
ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ระยะเวลาเห็นผล: รูปหน้าเปลี่ยนทันทีหลังทำ แต่จะมีอาการบวมจากการผ่าตัด
  • การยุบตัว: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ และยุบสนิทจนเห็นทรงชัดเจนในช่วง 1-3 เดือน
  • ความยั่งยืน: ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตโดยไม่สลายตัว หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด:

  • การพันผ้า: ต้องพันผ้าล็อกตำแหน่งซิลิโคนไว้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด (ปกติ 3-5 วัน) ห้ามแกะออกเองเด็ดขาด
  • การนอน: นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อลดอาการบวม
  • การดูแลแผล: หากมีแผลภายนอก ให้เช็ดทำความสะอาดเบา ๆ หากแผลในปาก ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหลังทานอาหาร
  • การกระทบกระเทือน: ระวังการกระแทกบริเวณที่ทำผ่าตัดอย่างเคร่งครัดในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อป้องกันซิลิโคนเคลื่อน
  • อาหาร: งดอาหารแสลง ของหมักดอง และแอลกอฮอล์ เพื่อลดการอักเสบ

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรทราบ:

  • ภาวะแทรกซ้อน: อาจเกิดอาการบวมช้ำ เลือดคั่ง หรือการติดเชื้อได้ หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อยในการดูแลที่ถูกต้อง)
  • การเคลื่อนตัว: หากวางซิลิโคนไม่ถูกชั้น หรือเกิดการกระแทกแรง ๆ ในช่วงแรก อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่งได้
  • อาการชา: อาจมีอาการชาบริเวณหนังศีรษะหรือแก้มชั่วคราว เส้นประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีภาวะติดเชื้อในร่างกาย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที ต่อจุด
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักฟื้นที่บ้าน 3 – 5 วัน เพื่อประคบเย็นและลดบวม หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 2 สัปดาห์

9) ราคา

ราคาขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคน (สำเร็จรูป / สั่งผลิตเฉพาะบุคคล) และเทคนิคที่ใช้:

  • เสริมขมับ ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมหน้าผาก ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมแก้มส้ม ซิลิโคน:  35,000 บาท
  • เสริมขมับแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมหน้าผากแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมแก้มส้มแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท

(สามารถส่งภาพใบหน้าเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นผ่านช่องทางออนไลน์)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: หากต้องการผลลัพธ์ถาวรและแก้ปัญหาโครงสร้างกระดูกยุบตัวมาก ๆ การเสริมซิลิโคนตอบโจทย์กว่า แต่หากต้องการเติมเพียงเล็กน้อยและไม่อยากผ่าตัด ฟิลเลอร์จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

A: แผลเสริมหน้าผากและขมับจะซ่อนอยู่ในแนวไรผม (Hairline) เมื่อผมขึ้นคลุมและแผลหายสนิท จะสังเกตเห็นได้ยาก ส่วนแผลเสริมแก้มจะอยู่ในช่องปาก ไม่มีรอยแผลภายนอก

A: แพทย์วางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งเป็นชั้นลึกสุดและมีเนื้อเยื่อคลุมทับ ทำให้เนียนไปกับโครงหน้า ไม่เห็นขอบลอย

A: การเสริมขมับสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ แต่การเสริมหน้าผากหรือแก้ม หากคนไข้กังวล สามารถเลือกใช้วิธีดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อความราบรื่นในการผ่าตัด

A: ซิลิโคนเกรดการแพทย์ (Medical Grade) มีโอกาสเกิดการแพ้หรือต่อต้านจากร่างกายน้อยมาก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่ออยู่ในร่างกายมนุษย์

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants) Read More »

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช เราเข้าใจดีว่าโครงหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่าง การศัลยกรรมเสริมคางจึงไม่ใช่แค่การเติมให้ยาวขึ้น แต่คือการ “ออกแบบ” เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าให้รับกับจมูกและหน้าผาก เพื่อผลลัพธ์ที่ดูดีและดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ

1) การเสริมคาง คืออะไร?

การเสริมคาง (Chin Augmentation) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อปรับแต่งรูปทรงของคาง โดยการใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ใส่เข้าไปบริเวณคาง เพื่อแก้ไขปัญหาโครงหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น และมีมิติมากขึ้น

การเสริมคางช่วยแก้ปัญหาหน้ากลม หน้าสั้น หรือคางถอย ทำให้สัดส่วนของใบหน้า (Golden Ratio) มีความสมดุล โดยแพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคสเพื่อให้เข้ากับฐานกระดูกเดิมของคนไข้มากที่สุด

2) เหมาะกับใคร?

การเสริมคางไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น: ทำให้ใบหน้าดูสั้น หรือดูกลมกว่าความเป็นจริง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางถอย: ปลายคางร่นไปด้านหลัง ทำให้คอและคางดูเชื่อมกัน ขาดมิติเมื่อมองด้านข้าง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางตัด หรือคางบุ๋ม: ต้องการปรับทรงคางให้มนสวย หรือต้องการทรง V-Shape
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: ต้องการให้ใบหน้าดูสมส่วนและเรียวขึ้นโดยไม่ต้องตัดกราม

3) จุดเด่นของการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก

ทำไมต้องเลือกเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช? เราให้ความสำคัญกับ:

  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: เน้นการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคส ไม่ดูเป็นก้อน หรือยาวแหลมจนเกินจริง
  • เทคนิคไร้รอยต่อ (Seamless): วางซิลิโคนแนบสนิทกับฐานกระดูก ลดโอกาสการเบี้ยวเอียง
  • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่งประเมินโครงหน้าอย่างละเอียดก่อนทำทุกเคส
  • เลือกตำแหน่งแผลได้: ทั้งเทคนิคแผลใน (ไร้รอยแผลเป็นภายนอก) และแผลนอก (ดูแลรักษาง่าย)

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

เพื่อให้คุณมั่นใจและคลายกังวล ขั้นตอนการเสริมคางมีดังนี้:

  1. ประเมินและออกแบบ: แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า เลือกทรงและขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและช่องปากอย่างละเอียด
  3. ระงับความรู้สึก: ฉีดยาชาเฉพาะที่ บริเวณคาง (คนไข้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเพียงช่วงฉีดยาชา)
  4. ดำเนินการผ่าตัด: แพทย์เปิดแผล (ในปากหรือใต้คางตามที่ตกลง) และวางซิลิโคนในตำแหน่งใต้เยื่อหุ้มกระดูก ล็อกให้แน่นเพื่อป้องกันการเคลื่อน
  5. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยความประณีต
  6. ตรวจสอบความเรียบร้อย: ปิดพลาสเตอร์ล็อกตำแหน่ง และแนะนำการดูแลตัวเองก่อนกลับบ้านได้ทันที
ขั้นตอนการทำ (Procedure)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • หลังทำทันที: จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปคาง แต่จะยังมีอาการบวมจากยาชาและการผ่าตัด
  • ระยะเวลายุบบวม: อาการบวมจะค่อยๆ ลดลงชัดเจนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน: ซิลิโคนจะรัดแกนและเข้าที่สวยงามเต็มที่  ในช่วง 1-3 เดือน
  • ความคงทน: เป็นการศัลยกรรมถาวร ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) การดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการอักเสบ:

  • การประคบ: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป
  • การนอน: ควรนอนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ความสะอาด: หากทำ แผลใน ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนหลังทานอาหารทุกมื้อ หากทำ แผลนอก ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรก
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ข้อควรระวัง: ห้ามเท้าคาง กระแทก หรือขยับซิลิโคนเล่นในช่วงที่ยังไม่เข้าที่

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

แม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการช้ำ บวม หรือการติดเชื้อได้หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อย)
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่แนะนำให้หยุดพักงาน 1-2 วันเพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อปากและคาง

9) ราคา (Pricing)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้:

  • เสริมคางแผลนอก ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  20,000 บาท
  • เสริมคางแผลใน ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  25,000 บาท
  • เสริมคางหล่อเฉพาะบุคคล ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  65,000 บาท
  • งานแก้คาง (Revision Case): เริ่มต้น 25,000 บาท

(กรุณาทักแชทหรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แน่นอนและโปรโมชั่นประจำเดือน)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาชา หลังจากนั้นระหว่างผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บครับ อาจมีความรู้สึกตึงๆ บ้างเล็กน้อย

A: แผลใน (ผ่าตัดในช่องปาก) ข้อดีคือไม่เห็นรอยแผลเป็นภายนอก แต่ต้องดูแลความสะอาดช่องปากเป็นพิเศษ แผลนอก (ใต้คาง) ดูแลแผลได้ง่ายกว่า ลดโอกาสติดเชื้อจากน้ำลาย แต่อาจมีรอยแผลเล็กๆ จางๆ ใต้คางครับ

A: สามารถทำได้ครับ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษา หรือทำในช่วงที่ฟันเริ่มเข้าที่แล้ว เพื่อความแม่นยำของรูปหน้า

A: ซิลิโคนที่ใช้เป็น Medical Grade สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องเปลี่ยน หากไม่มีปัญหาแทรกซ้อน

A: ในช่วง 1-3 วันแรก แนะนำให้ทานอาหารอ่อน รสไม่จัด และเคี้ยวง่าย เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อคางครับ

สนใจศัลยกรรมปรับรูปหน้า ปรึกษาเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช ปรึกษาออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation) Read More »

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) 

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) 

1. การเสริมหน้าอก คือ อะไร?

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) หรือที่นิยมเรียกกันว่า “การทำนม” หรือ “การเสริมนม” คือ การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดและ/หรือปรับรูปทรง หรือแก้ไขความหย่อนคล้อยของหน้าอกให้ดูเต่งตึง สวยงาม และสมส่วนมากยิ่งขึ้น โดยที่ ฮารุคลินิก โคราช เราใช้เทคนิคการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน (Silicone Implant) +ทางการแพทย์ เข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเหนือกล้ามเนื้อหรือใต้กล้ามเนื้อ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนที่สุด

การเสริมหน้าอกไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความงาม แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงและสาวประเภทสอง (LGBTQ+)  และแก้ไขปมด้อยเรื่องสรีระได้

2. การเสริมหน้าอกเหมาะกับใคร?

การเสริมหน้าอกเหมาะกับใคร?

บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องสรีระหน้าอก หรือต้องการเพิ่มความมั่นใจ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าอกเล็กหรือแบนราบ: ต้องการเพิ่มขนาดให้ดูมีน้ำมีนวล ใส่เสื้อผ้าสวยขึ้น ดูมีเสน่ห์ ดูเซกซี่มากขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย: โดยเฉพาะคุณแม่หลังให้นมบุตร หรือผู้ที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่มีขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน: สองข้างมีขนาดต่างกันจนสังเกตได้ชัด
  • สาวประเภทสอง (Transgender): ที่ต้องการเสริมสร้างสรีระให้มีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขหน้าอกเดิม: เคยทำมาแล้วเกิดปัญหา หรือต้องการเปลี่ยนขนาด/ทรงซิลิโคน

3. จุดเด่นของการเสริมหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช

จุดเด่นของการเสริมหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช

ทำไมต้องเลือกเสริมหน้าอกที่โคราชกับฮารุคลินิก? สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือ “การบริการและการดูแลที่จริงใจโดยแพทย์เฉพาะทางและทีมฮารุคลินิก”

  • ดำเนินการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified Plastic Surgeon): ศัลยแพทย์เฉพาะทางของเรามีหน้าที่ให้คำปรึกษาก่อนผ่าตัด การเลือกชนิดและขนาดของซิลิโคนที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และการดูแลตลอดหลังการผ่าตัด
  • ซิลิโคนทางการแพทย์ มีใบรับประกัน: เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ที่ผ่าน อย. โดยสามารถตรวจสอบได้ทุกชิ้น
  • เทคนิคแผลเล็ก เจ็บน้อย: แพทย์ใช้เทคนิคพิเศษช่วยลดการบอบช้ำ ทำให้แผลหายไว และซ่อนรอยแผลได้ดีมากขึ้น
  • ทรดูสวยและดูเป็นธรรมชาติ: ฮารุคลินิกเน้นการออกแบบให้เข้ากับฐานหน้าอกเดิม ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เป็นบล็อก ไม่ดูปลอม 
  • ห้องผ่าตัด: ฮารุคลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมที่มีห้องผ่าตัด ที่ได้รับการขออนุญาตอย่างถูกต้อง

4. ขั้นตอนการทำ (Procedure)

เราใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อให้คนไข้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด

  1. ปรึกษาแพทย์และประเมินสรีระ: พูดคุยความต้องการ วัดขนาดฐานหน้าอก เพื่อเลือกขนาดและรูปทรงซิลิโคน (ทรงกลม หรือ ทรงหยดน้ำ) รวมถึงเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
  2. ตรวจสุขภาพเตรียมความพร้อม: ตรวจเลือดและร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด
  3. ขั้นตอนการผ่าตัด: ดำเนินการโดยศัลยแพทย์ตกแต่งและทีมวิสัญญีแพทย์ (ดมยาสลบ) เปิดแผลขนาดเล็ก (เช่น ใต้ราวนม หรือ รักแร้) และใส่ซิลิโคนตามเทคนิคที่วางแผนไว้
  4. พักฟื้นหลังผ่าตัด: พักดูอาการในห้องพักฟื้น จนกว่าคนไข้จะรู้สึกตัวดีและมีสัญญาณชีพปกติ
  5. รับยาและคำแนะนำ: รับยากลับบ้านพร้อมคำแนะนำการดูแลตัวเองอย่างละเอียด

5. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • เห็นผลทันที: ขนาดหน้าอกเปลี่ยนแปลงทันทีหลังผ่าตัด
  • รูปทรงเข้าที่: อาการบวมจะค่อยๆ ลดลง และหน้าอกจะเริ่มนิ่มลง เข้าที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดในช่วง 3-6 เดือน
  • ความคงทน: ซิลิโคนเกรดการแพทย์ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี หรือตลอดชีวิต หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6. การดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้หลังเสริมหน้าอก เพื่อให้ทรงสวยและแผลหายไว:

  • สวมซัพพอร์ตบรา (Support Bra): ตลอด 24 ชม. ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อพยุงทรงและลดบวม
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก: และงดออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอก ประมาณ 1 เดือน
  • ดูแลแผล: ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7) และทายาลดรอยแผลเป็นตามแพทย์สั่ง
  • การนวดหน้าอก: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของซิลิโคนผิวเรียบหรือผิวทราย)
  • งดอาหารแสลง/แอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดการอักเสบ

7. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

การเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดใหญ่ ควรทำกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง

  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: เช่น อาการบวมช้ำ การเกิดพังผืดรัดซิลิโคน (Capsular Contracture), การติดเชื้อ (ซึ่งพบได้น้อยมากในคลินิกที่ได้มาตรฐาน) และภาวะเลือดคั่ง
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร, ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูงรุนแรง, ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก

8. เวลาในการทำและการพักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาพักฟื้น: แนะนำให้หยุดพักงานประมาณ 3-5 วัน
  • การกลับไปใช้ชีวิต: สามารถขับรถและทำงานเบาๆ ได้หลัง 1 สัปดาห์ และออกกำลังกายหนักได้หลัง 1-2 เดือน

9. ราคาและโปรโมชั่น (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับแบรนด์ซิลิโคนและรุ่นที่เลือกใช้ (ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ):

  • เสริมหน้าอก ซิลิโคนทางการแพทย์: เริ่มต้น 55,000 บาท
  • โปรโมชั่น: ฟรี! ชุดตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด ซัพพอร์ตบรา และยากลับบ้าน

(หมายเหตุ: กรุณาสอบถามราคาอัปเดตและโปรโมชั่นประจำเดือนกับทางคลินิกโดยตรง)

10. รีวิวเสริมหน้าอก โคราช (Reviews)

“ประทับใจคุณหมอมากค่ะ ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่ขายฝัน ทำออกมาทรงสวย นิ่มมาก แผลสวยเนียนแทบมองไม่เห็น ใครหาที่ทำนมโคราช แนะนำฮารุคลินิกเลยค่ะ” – คุณ A (ลูกค้าจริง)

[Image Placeholder: ภาพ Before/After เปรียบเทียบหน้าอกก่อนทำและหลังทำ ทั้งมุมหน้าตรงและด้านข้าง]

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสรีระรายบุคคล)

11. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ระหว่างผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการดมยาสลบ หลังผ่าตัดจะมีอาการตึงและปวดระบมคล้ายออกกำลังกายหนัก สามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะการวางซิลิโคนจะอยู่ใต้ต่อมน้ำนม หรือใต้กล้ามเนื้อ ไม่ส่งผลกระทบต่อท่อน้ำนม

A: ซิลิโคนรุ่นใหม่มีมาตรฐานสูง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต หากไม่มีปัญหาพังผืดแข็ง หรือซิลิโคนรั่วซึม ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หลังแนะนำให้ตรวจเช็คด้วยMRI 3ปีครั้ง

A: ที่ฮารุคลินิก เราสามารถทำได้ทั้งแผลใต้ราวนม (ยอดนิยม ซ่อนแผลเนียน ดูแลง่าย) และแผลทางรักแร้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความต้องการของคนไข้

A: พราะหน้าอกเป็นอวัยวะที่มีเส้นประสาทและเส้นเลือดสำคัญ การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified Plastic Surgeon) จะช่วยลดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อนต่ำ และวิเคราะห์รูปทรงได้ดูเป็นธรรมชาติ

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation)  Read More »

ศัลยกรรมยกคิ้ว (Brow lift) 

เป็นการผ่าตัดเพื่อยกคิ้วให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม  เหมาะสำหรับเคสที่มีภาวะคิ้วตก ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่เริ่มมีรอยย่นบริเวณหน้าผากในตำแหน่งที่เหนือคิ้ว หรือรู้สึกว่าลืมตายากขึ้น หางตาดูเศร้าหรือดูมีอายุ ซึ่งการผ่าตัดศัลยกรรมยกคิ้วจะทำให้รอยย่นหน้าผากดูตื้นขึ้น คิ้วยกโก่งสวย และหางตาดูเปิดขึ้น อ่อนเยาว์

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมยกคิ้ว คือการผ่าตัดเพื่อเลื่อนตำแหน่งคิ้วให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้ชั้นตาดูเปิดและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

 • เทคนิคส่องกล้อง(Endoscopic forehead lift): เป็นการผ่าตัดยกหน้าผากโดยผ่านการส่องกล้อง จะมีแผลเล็กๆซ่อนอยู่ในไรผมทั้งหมด โดยจะส่องกล้องเข้าไปเพื่อเลื่อนตำแหน่งคิ้วและฟิกในคำแหน่งใหม่ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เหมาะกับเคสที่ไม่ต้องการมีแผลผ่าตัดที่มองเห็นบริเวณใบหน้า และต้องการแก้ไขกล้ามเนื้อขมวดคิ้ว

 • เทคนิคแผลยาว(Classic forehead lift): เป็นการเปิดแผลตามแนวไรผม และเคลื่อนตำแหน่งคิ้วให้ขึ้นมาในตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนจะตัดหนังส่วนเกินออก เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดขนาดหน้าผากร่วมด้วย และมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากเยอะ

 • เทคนิคแผลสั้นบริเวณคิ้ว(Direct brow lift): เป็นการผ่าตัดยกคิ้ว โดยลงแผลบริเวณขอบคิ้วโดยตรง

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีรอยย่นบริเวณหน้าผากเยอะ
  • ผู้ที่รู้สึกว่าคิ้วตก ตาดูเศร้า
  • ผู้ที่มีรอยขมวดคิ้วลึก
  • ผู้ที่รู้สึกว่าหางตาตก ตาดูดุ ไม่สดใส

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบทรงคิ้วตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม
  • เทคนิคการส่องกล้อง จะช่วยซ่อนแผลไว้ในไรผมทั้งหมด ทำให้ไม่มีแผลที่มองเห็นบริเวณใบหน้า พักฟื้นสั้น หายไว ผลลัพธ์ยาวนาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา เพราะการแก้ไขที่แท้จริง อาจต้องทำหลายขั้นตอน
  2. Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าและไรผมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด หรือดมยาในเคสผ่าตัดส่องกล้อง
  4. The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก ในเทคนิคส่องกล้องจะสามารถแก้ไขกล้ามเนื้อขมวดคิ้วได้
  5. Fixation: ฟิกตำแหน่งคิ้วใหม่ โดยใช้เป็นอุปกรณ์พิเศษในเทคนิคส่องกล้อง
  6. Stitching: เย็บแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  7. Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 – 60 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณหน้าผากและดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  •  7วัน: ตัดไหมบริเวณคิ้ว
  •  14วัน: ตัดไหมบริเวณไรผม และศีรษะ
  •  1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% 
  •  3 เดือน: ทรงคิ้วเข้าที่ รอยแผลผ่าตัดเห็นชัดลดลงซ่อนไปกับแนวธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำ BROW LIFT”

“ข้อควรรู้หลังผ่าตัดยกคิ้ว”การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  • การประคบ: ประคบเย็นรอบๆหน้าผากและคิ้วใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  • ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงกีฬาที่โดนน้ำ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง งดย้อมสีผมหรือโดนสารเคมีในช่วง1เดือนหลังผ่าตัด

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: หลังทำจะมีอาการชาบริเวณหน้าผากได้เป็นภาวะปกติ ซึ่งอาการจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ 
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีในการฟิกตำแหน่งคิ้ว  และเลือกใช้ไหมที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 1-2 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน หลีกเลี่ยงการย้อมผมหรือใช้สารเคมีบริเวณศีรษะประมาณ 1 เดือน

9) ราคา (Pricing)

  • เทคนิคแผลสั้น (Direct brow lift): เริ่มต้น ฿20,000
  • เทคนิคแผลยาว (Classic forehead lift): เริ่มต้น ฿55,000
  • เทคนิคส่องกล้อง (Endoscopic forehead lift): เริ่มต้น ฿95,000
  • งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  • หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เป็นการผ่าตัดส่องกล้องประเภทหนึ่ง โดยใช้อุปกรณ์ฟิกชั้นคิ้ว สามารถทำได้ที่ฮารุคลีนิก

A: เป็นการผ่าตัดคิ้วที่ตก ริ้วรอยบนหน้าผาก หรือหางตาตก โดยเย็บซ่อนแผลไว้บนแนวคิ้ว

A: ผู้ที่มีคิ้วตก หน้าผากมีริ้วรอย หางตาตกเล็กน้อย ดูเหนื่อยล้า ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: XXXเน้นการยกคิ้วให้ยกขึ้น/ริ้วรอยหน้าผากให้น้อยลงหน้าผากจะดูแคบลง โดยคงชั้นตาเดิมให้ชัดเจน แต่การทำตาสองชั้น คือการทำชั้นตาใหม่หรือแก้ไขกล้ามเนื้อตาXXX

ศัลยกรรมยกคิ้ว (Brow lift)  Read More »

ศัลยกรรมยกหนังตา (Subbrow lift) 

เป็นการผ่าตัดยกหนังตาหรือหางตาที่หย่อนคล้อย  โดยจะเป็นการลงแผลบริเวณใต้คิ้ว และตัดหนังส่วนเกินบริเวณหางตา รวมถึงสามารถฟิกตำแหน่งคิ้วใหม่เพื่อให้หางคิ้วดูโค้งสวยขึ้นได้

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมSubbrow lift เป็นการผ่าตัดเพื่อยกหางตา โดยจะมีแผลซ่อนอยู่ใต้คิ้ว โดยจะเป็นการตัดหนังส่วนเกินออก รวมถึงสามารถจัดเรียงไขมันที่หางตาและกำจัดไขมันส่วนเกินออกได้

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีชั้นตาเล็กลง โดยเฉพาะด้านข้าง
  • ผู้ที่มีหนังตาบนหย่อนและหนา ทำให้ดูไม่สดใส และดูมีอายุ
  • ผู้ที่รู้สึกตาดูเศร้า หางตาตก

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ออกแบบแผล และรูปทรงคิ้วตามความต้องการของคนไข้เป็นหลัก โดยเป็นการออกแบบร่วมกับคุณหมอเพื่อให้ได้ทรงที่เหมาะสมกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
  • เทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1.  Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อหางตาส่วนเกิน ดีไซน์ชั้นตาและทรงคิ้วที่ต้องการ
  2.  Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3.  Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4.  The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก
  5.  Stitching: เย็บฟิกชั้นคิ้วด้วยไหมที่ทนทาน ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน และเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6.  Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณแผลและรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 7 วัน: ตัดไหม ระยะนี้จะยังเห็นแผลชัดอยู่ ให้เริ่มทายาแผลเป็นได้เลย อาจจะยังรู้สึกว่าทรงคิ้วโก่ง ซึ่งเป็นภาวะปกติ
  • 1 เดือน: ทรงคิ้วและชั้นตาเริ่มเข้าที่มากกว่า 80% ชั้นตาเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3 เดือน: ทรงคิ้วและชั้นตาเข้าที่ จะเห็นรูปร่างชั้นตาที่แท้จริง

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำ SUBBROW LIFT”

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  การประคบ: ประคบเย็นรอบๆแผลใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีแผลเป็นชัด ต้องระวังการเลือกทำหัตถการนี้ เพราะแผลจะอยู่ที่ขอบคิ้วโดยตรงไม่ได้ซ่อนในชั้นตา 
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 30 – 45 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  Subbrow lift: เริ่มต้น ฿20,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: เป็นการผ่าตัดหนังตาส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออกโดยเย็บซ่อนแผลไว้ใต้แนวคิ้ว

A: ผู้ที่มีปัญหาหางตาตก หนังตาตก ตาดูเหนื่อยล้า ตาปรือ หรือหนังตาย้อยมาบังชั้นตา

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: เน้นการยกหนังตา/หางตาที่ตกและหย่อนคล้อยให้ยกขึ้น โดยคงชั้นตาเดิมให้ชัดเจน แต่การทำตาสองชั้น คือการทำชั้นตาใหม่หรือแก้ไขกล้ามเนื้อตา

ศัลยกรรมยกหนังตา (Subbrow lift)  Read More »

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Lower blepharoplasty) 

การทำศัลยกรรมถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดแก้ไขภาวะที่มีถุงใต้ตาหย่อนซึ่ง อาจทำให้ตาแห้ง, เสียบุคลิกและดูมีอายุ

1) บริการนี้คืออะไร? (What is it?)

การทำศัลยกรรมถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดบริเวณตาล่าง เพื่อแก้ไขภาวะที่มีถุงใต้ตาหย่อนเป็นกระเปาะ ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อไม่สามารถกดถุงไขมันใต้ตาตามธรรมชาติได้ ทำให้เห็นเป็นกระเปาะอยู่ใต้ลำกล้ามเนื้อ และภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังอายุไม่เยอะ ซึ่งเมื่ออายุเยอะขึ้น ก็จะเห็นชัดขึ้นตามลำดับ

 • เทคนิคแผลใน: เป็นการผ่าตัดผ่านเยื่อบุข้างในตา ซึ่งสามารถเอาไขมันที่เป็นถุงกระเปาะออกได้โดยไม่มีรอยแผลภายนอก เหมาะกับคนอายุน้อยที่เริ่มมีถุงใต้ตา

 • เทคนิคแผลนอก: เป็นการผ่าตัดผ่านแผลบริเวณใต้ไรขนตาล่าง เพื่อที่จะเข้าไปจัดเรียงไขมันและเย็บกระชับเอ็นกล้ามเนื้อตา รวมถึงตัดหนังส่วนเกินออกได้ เหมาะกับคนอายุเยอะที่มีหนังส่วนเกินและต้องการตัดหนังส่วนเกินบางส่วนออกด้วย

2) เหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพ ดังนี้:

  •  ผู้ที่มีถุงใต้ตา ทำให้ดูเหนื่อยและมีอายุ
  •  ผู้ที่มีเอ็นตาล่างหย่อน ทำให้หนังตาล่างไม่แนบลูกตา ซึ่งมักจะมีภาวะตาแห้งตามมา
  •  ผู้ที่มีขนตาล่างทิ่มตา หรือขนตาล่างแบะออกเยอะเกินไป

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • เทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอ ที่จะทำให้หลังผ่าตัดมีอาการบวมน้อยพักฟื้นไม่นาน 
  • แผลผ่าตัดซ่อนตามไรขนตาล่าง และรอยย่นธรรมชาติ 
  • มีเทคนิคการเย็บขึงเอ็นตาล่าง เพื่อลดปัญหาตาแบะ (Ectropian)
  • การดูแลที่ใส่ใจ คุณหมอจะประเมินเองทุกเคส บอกข้อดีข้อเสียของการเลือกวิธีต่างๆ และตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา และเลือกวิธีในการผ่าตัดที่เหมาะกับแต่ละเคส
  2.  Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวแผลก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3.  Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด 
  4.  The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก(แผลใน/แผลนอก)
  5.  Stitching: กรณีทำแผลนอกจะมีการเย็บขึงเอ็นตาล่างทุกเคส และเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กพิเศษ เพื่อให้เห็นรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
  6.  Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  •  1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นอาการปกติ
  •  6-7วัน: ตัดไหม ระยะนี้ตาล่างจะเริ่มยุบบวม
  •  1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% อาจยังเห็นรอยแผลเป็นได้บ้างในเคสที่ทำแผลนอก
  •  3 เดือน: ตาล่างเข้าที่ เคสที่ทำแผลนอกรอยแผลจะเนียนไปกับริ้วรอยธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำตัดถุงใต้ตา”

“ข้อควรรู้หลังทำผ่าตัดถุงใต้ตา”การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  •  การประคบ: ประคบเย็นรอบๆดวงตาใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  •  ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  •  งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ ใช้สายตาเนอะๆ และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา หรือมีภาวะตาแห้ง ควรทานยาแก้แพ้ควบคู่ก่อนและหลังรับบริการ
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ไหมคุณภาพดี ที่มีขนาดเล็กพิเศษในการเย็บแผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสวยงามที่สุด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้สายตาเยอะๆ ที่ที่มีแสงแดดจ้า ฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคา (Pricing)

  •  ถุงใต้ตาแผลใน (Transconjunctival lower blephatoplasty): เริ่มต้น ฿25,000
  •  ถุงใต้ตาแผลนอก (Lower blepharoplasty): เริ่มต้น ฿25,000
  •  งานแก้ (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  •  หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) รีวิวผู้ใช้จริง (Before–After)

(พื้นที่สำหรับแสดงภาพความประทับใจจากคนไข้ ฮารุคลินิก โคราช – แนะนำให้ใส่ภาพที่มีหลายมุมมองเพื่อความโปร่งใส)

11) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ในอนาคตหากเกิดอายุเพิ่มขึ้น ปัจจัยภายนอก อาจส่งผลให้กลับมาได้ แต่กรณีที่เร็วจะเป็นในบุคคลที่อายุ60ปีขึ้นไป

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ใน 14 วัน

A: ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน5-10ปี ไขมันที่ตัดออกไปจะไม่กลับมาอีก นอกจากอายุเยอะจะมีโอกาสกลับมาอีก

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: เทคนิคที่1แผลด้านใน(เยื่อบุตา) เมาะกับคนอายุน้อยถุงใต้ตาไม่เยอะมาก และเทคนิคที่2แผลด้านนอก(ขอบขนตา) เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาเกินต้องตัดออกเยอะ

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Lower blepharoplasty)  Read More »

Scroll to Top