Services

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการดูแลผิวพรรณและปรับรูปหน้าด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ชั้นนำระดับสากล ดูแลโดยแพทย์ในการวิเคราะห์สภาพผิวและเลือกใช้พลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

1) บริการเลเซอร์ของและยกกระชับผิวที่ฮารุคลินิก มีอะไรบ้าง?

ที่ฮารุคลินิก เราคัดสรร 3 เทคโนโลยีเลเซอร์หลักเพื่อตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการ:

  1. Picosecond Laser (Pico Laser): นวัตกรรมเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที ช่วยกระแทกเม็ดสี (Pigment) ให้แตกละเอียดเป็นอนุภาคเล็กๆ โดยเกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า เหมาะสำหรับ การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว หลุมสิว และรูขุมขนกว้าง รวมถึงการลบรอยสัก
  2. Diode Laser: เทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับ การกำจัดขน โดยเฉพาะ มีความยาวคลื่นที่สามารถจับกับรากขนได้อย่างแม่นยำ ช่วยตัดวงจรการเกิดขน ทำให้เส้นขนใหม่ขึ้นช้าลงและบางลงอย่างชัดเจน พร้อมระบบความเย็นหัวสัมผัสที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บ
  3. Ulthera (Ultherapy): นวัตกรรมคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Focused Ultrasound) ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า) ช่วย ยกกระชับผิวหน้า ลดเหนียง และเก็บกรอบหน้า โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด

2) เหมาะกับใคร? 

บริการเลเซอร์แต่ละประเภท เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา แตกต่างกันดังนี้:

  • Pico Laser เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว
    • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
    • ผู้ที่มีหลุมสิว ต้องการฟื้นฟูผิวให้ตื้นขึ้น
    • ผู้ที่ต้องการลบรอยสัก
  • Diode Laser เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีขนดก ขนเยอะ บริเวณแขน ขา รักแร้ หรือจุดซ่อนเร้น
    • ผู้ที่เบื่อการโกนหรือถอน ซึ่งทำให้เกิดขนคุดและหนังไก่
  • Ulthera เหมาะกับ:
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย หางตาตก
    • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง
    • ผู้ที่กลัวเข็มและไม่ต้องการศัลยกรรมดึงหน้า

3) จุดเด่นของบริการเลเซอร์ที่ ฮารุคลินิก

เหตุผลที่ควรเลือกดูแลผิวด้วยเลเซอร์ที่นี่:

  • เครื่องมือเทคโนโลยีสากล: เลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย
  • ดูแลโดยแพทย์: ทุกเคสการรักษา (โดยเฉพาะ Pico และ Ulthera) ดำเนินการหรือควบคุมโดยแพทย์ วิเคราะห์ปัญหาผิว
  • แก้ปัญหาตรงจุด: แพทย์เลือกใช้ความยาวคลื่นและระดับพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิว
  • พักฟื้นสั้น: ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ (ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมเลเซอร์:

  1. ปรึกษาและวิเคราะห์ผิว: แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหาที่กังวล และแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสม
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดผิวหน้า/ผิวกาย หากเป็นการทำ Pico หรือ Ulthera จะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที
  3. ดำเนินการรักษา:
    • Pico/Ulthera: แพทย์ทำการยิงเลเซอร์ทั่วบริเวณที่ต้องการ โดยปรับพลังงานให้เหมาะสม
    • Diode: มีการทาเจลเย็นและยิงเลเซอร์กำจัดขน
  4. ประคบเย็น/มาสก์หน้า: เพื่อลดอุณหภูมิใต้ผิวและลดรอยแดงหลังทำ
  5. ทาครีมบำรุง: ทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด ก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • Picosecond Laser:
  • ผิวกระจ่างใส: เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • กระ/จุดด่างดำ: จางลงชัดเจนหลังทำต่อเนื่อง 3 – 5 ครั้ง
  • หลุมสิว: ตื้นขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง 5 ครั้งขึ้นไป (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของหลุมสิว)
  • Diode Laser: ขนจะเริ่มหลุดร่วงหลังทำประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ แนะนำทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง เพื่อให้ขนบางลงจนแทบมองไม่เห็น
  • Ulthera: เห็นผลการยกกระชับทันทีหลังทำประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลหลังทำเลเซอร์ (สำคัญมากเพื่อป้องกันผลข้างเคียง):

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรงดตากแดดจัดและทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ PA++++ เป็นประจำ
  • งดสครับผิว: งดการขัดผิว โกนขน หรือใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) ผลัดเซลล์ผิว ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • เน้นความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์บ่อยๆ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ไวและลดอาการแห้งลอก
  • งดความร้อน: หลีกเลี่ยงซาวน่า หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด ในช่วง 3 วันแรก
  • อาการหลังทำ Pico: หากยิงแบบตกสะเก็ด (รักษาหลุมสิว/กระ) ห้ามแกะเกา ให้สะเก็ดหลุดเองตามธรรมชาติ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • รอยแดง/สะเก็ด: การทำ Pico Laser อาจทิ้งรอยแดงจุดเลือดออก (Pinpoint Bleeding) หรือสะเก็ดบางๆ ไว้ประมาณ 3 – 7 วัน
  • ผิวไวต่อแสง: หลังทำเลเซอร์ผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น หากดูแลไม่ดีอาจเกิดรอยคล้ำได้
  • ความเจ็บ: ขณะทำอาจมีความรู้สึกดีดๆ ร้อนๆ หรือเจ็บเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์) แต่ทางคลินิกมีการแปะยาชาและเป่าลมเย็นช่วยบรรเทา
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีแผลสดหรือติดเชื้อบริเวณที่ทำ ผู้ที่เพิ่งตากแดดจัดมา หรือผู้ที่แพ้แสง

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
    • Pico / Ulthera: 45 – 90 นาที (รวมแปะยาชา)
    • Diode: 15 – 30 นาที
  • การพักฟื้น:
    • Diode / Ulthera: ไม่ต้องพักฟื้น ผิวอาจชมพูระเรื่อเล็กน้อยหายเองได้ในไม่กี่ชั่วโมง
      Pico: อาจต้องเผื่อเวลาพักหน้า 3 – 5 วัน หากเลือกโหมดรักษาหลุมสิวหรือกระลึก (จะมีรอยแดง)

9) ราคา (Pricing)

ราคาบริการขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องมือและบริเวณที่ทำ:

  • Diode Laser กำจัดขน (รักแร้): เริ่มต้น 699 บาท / ครั้ง
  • Picosecond Laser (หน้าใส): เริ่มต้น 3,590 บาท / ครั้ง
  • Picosecond Laser (หลุมสิว/กระ): เริ่มต้น 4,690 บาท / ครั้ง
  • Ulthera (ยกกระชับ): เริ่มต้น 19,900 บาท
  • โปรโมชั่นคอร์ส/บุฟเฟต์: (กรุณาสอบถามราคาพิเศษประจำเดือน)
บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: Pico Laser ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียด รวดเร็วและแม่นยำกว่า ให้ผลดีมากเรื่องกระ ฝ้า และหลุมสิว ส่วน IPL เป็นแสงความเข้มสูง เหมาะกับการเคลียร์หน้าใสทั่วไป ประสิทธิภาพในการรักษาเม็ดสีลึกจะน้อยกว่า Pico

A: ขณะทำจะมีความรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคลื่นเสียงกำลังทำงานในชั้นผิวที่ถูกต้อง แพทย์จะมีการแปะยาชาและบริหารจัดการความเจ็บให้อยู่ในระดับที่รับได้

A: โดยปกติแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง ขนจะบางลงและขึ้นช้าลงมาก จนเหลือเพียงไรขนอ่อนๆ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นขนและฮอร์โมนของแต่ละบุคคล

A: การทำ Pico Laser ไม่ได้ทำให้หน้าบาง แต่เป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และคอลลาเจน หากเว้นระยะห่างในการทำที่เหมาะสมและทากันแดดสม่ำเสมอ ผิวจะแข็งแรงขึ้น

A: โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน แนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพความกระชับของผิวหน้า

บริการเลเซอร์ผิวพรรณและยกกระชับ Read More »

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยศาสตร์การร้อยไหม (Thread Lifting) เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมดึงหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง หรือปรับทรงคิ้วและตา (Foxy Eyes) ดูแลโดยแพทย์ในการออกแบบทิศทางการวางเส้นไหม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

1) โปรแกรมร้อยไหม คืออะไร?

การร้อยไหม (Thread Lift) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อยกกระชับผิวหน้า โดยการสอดเส้นไหมละลาย (Dissolvable Thread) ที่มีเงี่ยง (Barbs) คล้ายก้างปลา เข้าไปในชั้นผิวหนัง เงี่ยงของไหมจะทำหน้าที่เกาะเกี่ยวเนื้อเยื่อและดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นในทิศทางที่ต้องการ

นอกจากผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับทันทีแล้ว การร้อยไหมยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และอิลาสตินรอบๆ เส้นไหม ส่งผลให้ผิวหน้ามีความแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และคุณภาพผิวดีขึ้นในระยะยาว แม้ไหมจะละลายหมดไปแล้วก็ตาม

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมร้อยไหม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ความหย่อนคล้อยและต้องการปรับรูปหน้า ดังนี้:

  • ผู้ที่มีแก้มห้อย หรือร่องแก้มลึก: ผิวหน้าขาดความกระชับ ต้องการยกแก้มให้ดูเต่งตึง
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด: มีไขมันหรือผิวหนังหย่อนคล้อยบริเวณกราม ทำให้หน้าดูบานหรือไม่คมชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาเหนียง: มีเนื้อห้อยใต้คาง ต้องการเก็บเหนียงให้ตึงกระชับ
  • ผู้ที่มีหางตาตก หรือคิ้วตก: ต้องการยกหางตาและคิ้วให้ดูโฉบเฉี่ยว (Foxy Eyes) โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที: และไม่ต้องการพักฟื้นนานเหมือนการศัลยกรรมดึงหน้า

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกโปรแกรมร้อยไหมปรับรูปหน้าที่ ฮารุคลินิก:

  • เห็นผลทันทีหลังทำ: สามารถสังเกตเห็นการยกกระชับของใบหน้าได้ทันทีหลังร้อยเสร็จ
  • วัสดุไหมคุณภาพ: เลือกใช้ไหมละลายเกรดการแพทย์ (Medical Grade) ที่ผ่านการรับรองจาก อย. สลายตัวได้ตามธรรมชาติ
  • แก้ไขปัญหาได้หลากหลาย: สามารถทำได้ทั้งการยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง และการปรับทรงคิ้ว/ตา (Foxy Eyes)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมร้อยไหม:

  1. ประเมินรูปหน้า: แพทย์วิเคราะห์ปัญหาความหย่อนคล้อย และวางแผนทิศทางการร้อยไหม
  2. เตรียมผิวและยาชา: ทำความสะอาดใบหน้า และฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณทางเข้าของเส้นไหม เพื่อระงับความรู้สึก
  3. ดำเนินการร้อยไหม: แพทย์เปิดจุดเล็กๆ เพื่อสอดเส้นไหมเข้าไปในชั้นผิวหนังตามแนวที่กำหนด และทำการดึงกระชับให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
  4. ตัดแต่งไหม: เมื่อได้ระดับความตึงที่เหมาะสม แพทย์จะทำการตัดปลายไหมส่วนเกินออกและซ่อนปมไหมไว้ใต้ผิว
  5. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผลและปิดพลาสเตอร์ขนาดเล็ก พร้อมแนะนำข้อควรปฏิบัติ
โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% ใบหน้าจะดูยกขึ้น แต่ยังอาจมีอาการบวมจากยาชา
  • ระยะเข้าที่: อาการบวมจะลดลงและหน้าเริ่มเข้ารูปใน 2 – 4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ชัดเจน: จะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวเต็มที่ในช่วง 1 – 2 เดือน ผิวจะดูแน่นและกระชับขึ้น
  • ระยะเวลาคงอยู่: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและการดูแลตัวเอง)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังร้อยไหม เพื่อป้องกันไหมเคลื่อนและลดอาการบวม:

  • งดอ้าปากกว้าง: หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือทานอาหารคำใหญ่ ในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันไหมหลุดจากเนื้อเยื่อหรือขาด
  • ประคบเย็น: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้
  • งดนวดหน้า: ห้ามกด นวด คลึง หรือทำทรีตเมนต์นวดหน้า อย่างน้อย 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า เลเซอร์ร้อน หรือการสัมผัสความร้อนจัดบริเวณใบหน้า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดระบม สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์ได้

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้:

  • รอยบุ๋ม: อาจเกิดรอยบุ๋ม (Dimple) บริเวณรอยไหมได้ในช่วงแรก ซึ่งเกิดจากการดึงรั้งผิว จะค่อยๆ คลายตัวหายไปเอง
  • รอยเขียวช้ำ: เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้จากการโดนเส้นเลือดฝอย จะจางหายไปเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์
  • ปลายไหมโผล่: หากสัมผัสเจอปลายไหมหรือมีความระคายเคือง ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการตัดแต่ง
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบติดเชื้อ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีประวัติแพ้ไหมละลาย หรือผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที (รวมขั้นตอนฉีดยาชา)
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีรอยบวมช้ำเล็กน้อยที่สามารถแต่งหน้ากลบได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับชนิดของไหม (ไหมก้างปลา / ไหมมินต์ / ไหมโครงตาข่าย) และจำนวนเส้น:

  • ร้อยไหมก้างปลา (PDO): ราคาเริ่มต้น 5,000 บาท / เส้น
  • ร้อยไหมยกหางตา (Foxy Eyes): ราคาเริ่มต้น 19,000 บาท

(แพทย์จะประเมินจำนวนเส้นที่เหมาะสมให้ก่อนทำ สามารถทักแชทเพื่อสอบถามโปรโมชั่น)

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ขั้นตอนที่เจ็บคือช่วงฉีดยาชา หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างการสอดเส้นไหมจะรู้สึกเพียงแรงดันตึงๆ แต่ไม่รู้สึกเจ็บ

A: อาการบวมจากยาชาและการร้อยไหมจะเกิดขึ้นมากที่สุดใน 1-3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบลงจนเป็นปกติภายใน 7-14 วัน

A: ร้อยไหม เน้นการดึงยกผิวที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นทันที เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ส่วน Hifu เน้นการยกกระชับด้วยคลื่นเสียง เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยน้อย หรือกลัวเข็ม

A: ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยปกติการยกกระชับกรอบหน้าจะใช้ข้างละ 4 – 6 เส้น หากเป็นการเก็บเหนียงหรือยกคิ้ว จำนวนเส้นจะแตกต่างกันไปตามการประเมินของแพทย์

A: หากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการวางไหมในชั้นผิวที่ถูกต้อง โอกาสเกิดผิวเป็นคลื่นจะน้อยมาก รอยรั้งในช่วงแรกอาจเกิดขึ้นได้และจะหายไปเองเมื่อไหมคลายตัว

โปรแกรมร้อยไหม (Thread Lift) Read More »

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการฟื้นฟูผิวหน้าด้วยโปรแกรม Rejuran นวัตกรรมจากประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เน้นการซ่อมแซมผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ รูขุมขนกว้าง และหลุมสิว ให้กลับมาเรียบเนียน ดูสุขภาพดี

1) โปรแกรมรีจูรัน คืออะไร?

รีจูรัน (Rejuran) คือ สารสกัด Polynucleotide (PN) ความเข้มข้นสูงที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน (Salmon DNA) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์มาก มีคุณสมบัติเด่นในการ “ซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว” กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่ตามกระบวนการธรรมชาติ

แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือโบทอกซ์ ตรงที่รีจูรันไม่ได้เน้นการเติมเต็มหรือคลายกล้ามเนื้อ แต่เน้น การปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น 

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมรีจูรัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สภาพผิวเสื่อมโทรม ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง: ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ต้องการให้รูขุมขนกระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว: มีรอยแผลเป็นจากสิว ผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ: ผิวดูโทรม ขาดความสดใส แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ: ผิวขาดความยืดหยุ่น เริ่มมีริ้วรอยจางๆ
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวสุขภาพดี: ต้องการผิวดูสุขภาพดีและคงความเป็นธรรมชาติ

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกทำโปรแกรมรีจูรันที่ ฮารุคลินิก:

  • ตัวยาของแท้ตรวจสอบได้: ใช้ผลิตภัณฑ์ Rejuran แท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (สามารถสแกนตรวจสอบได้ทุกกล่อง)

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมรีจูรัน:

  1. ประเมินสภาพผิว: แพทย์วิเคราะห์ปัญหาผิว เพื่อเลือกสูตรและปริมาณที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดและแปะยาชา: ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที (เนื่องจากตัวยามีความหนืด อาจทำให้รู้สึกเจ็บได้ จึงต้องแปะยาชานานกว่าปกติ)
  3. ดำเนินการรักษา: แพทย์ฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวหนังชั้นตื้นด้วยเทคนิค ID (Intradermal Injection) ทีละจุดทั่วใบหน้า หรือเน้นบริเวณที่มีปัญหา
  4. มาสก์ลดบวม: หลังฉีดจะมีการมาสก์หน้าหรือประคบเย็น เพื่อลดรอยแดงและตุ่มยา
  5. ดูแลหลังทำ: ทาครีมบำรุงและกันแดด พร้อมรับคำแนะนำการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • 3 – 5 วันแรก: ผิวจะเริ่มรู้สึกนุ่มลื่นขึ้น ความมันลดลง ผิวดูสมดุลขึ้น
  • 2 – 4 สัปดาห์: รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง และเริ่มมีความฉ่ำวาว
  • จำนวนครั้งที่แนะนำ: เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ควรทำต่อเนื่อง 3 – 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 3 – 4 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงอยู่: หลังจากจบคอร์ส ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 8 เดือน (สามารถมาฉีดกระตุ้นได้ทุก 6 เดือน)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังฉีดรีจูรัน เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้ดี:

  • งดล้างหน้า: งดล้างหน้าหรือโดนน้ำในช่วง 6 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพื่อให้รูเข็มปิดสนิท
  • งดแต่งหน้า: ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสการอุดตันหรือระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือตากแดดจัด ในช่วง 3 วันแรก
  • เน้นความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ชุ่มชื้นและดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น
  • รอยตุ่มนูน: หลังทำทันทีจะมีตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณรอยเข็ม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ตัวยาจะซึมและยุบหายไปเองภายใน 12 – 24 ชั่วโมง

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้:

  • อาการแพ้: ผู้ที่แพ้อาหารทะเล (โดยเฉพาะปลาแซลมอน) ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เนื่องจากตัวยาสกัดจาก DNA ปลาแซลมอน
  • รอยช้ำ: อาจเกิดรอยเขียวช้ำเล็กน้อยจากเข็ม ซึ่งจะหายได้เอง
  • ความเจ็บ: ตัวยา Rejuran มีความหนืดและค่า pH ที่ต่างจากผิว ทำให้รู้สึกแสบหรือปวดหน่วงๆ ขณะเดินยาได้ (แต่สามารถทนได้ด้วยยาชา)
  • ยาปลอม: ตลาดมีความเสี่ยงเรื่องยาหิ้วและยาปลอมสูง ควรเลือกคลินิกที่แกะกล่องให้ดูและสแกนตรวจสอบได้จริง

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลารวมแปะยาชาประมาณ 60 – 90 นาที
  • การพักฟื้น: จะมีรอยตุ่มนูนคล้ายมดกัดทั่วใบหน้าประมาณ 1 วัน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรงดออกงานสังคมในช่วง 1-2 วันแรก

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณ (CC) และสูตรที่เลือกใช้:

  • Rejuran Healer (กล่องดำ – หน้าใส): 2 CC ราคาเริ่มต้น 9,500 บาท(จำนวนจำกัด) 
  • Rejuran Healer (กล่องดำ – หน้าใส): 4 CC ราคาเริ่มต้น 19,000 บาท(จำนวนจำกัด)
  • โปรโมชั่นคอร์ส 3 ครั้ง: ราคาพิเศษ 28,500 บาท(จำนวนจำกัด)
โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ยอมรับตามตรงว่ามีความรู้สึกเจ็บและแสบขณะเดินยามากกว่าการฉีดเมโสทั่วไป เนื่องจากตัวยามีความเข้นข้นสูง แต่ทางคลินิกมีการแปะยาชาและประคบเย็นช่วยบรรเทาความรู้สึก

A: โดยปกติแนะนำให้ฉีดทั่วหน้าครั้งละ 2 – 4 CC (1-2 หลอด) ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากเน้นเฉพาะจุดอาจใช้ปริมาณน้อยกว่านั้น

A: หลังฉีดจะมีตุ่มนูน (Bleb) บริเวณจุดที่ฉีด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการฉีดรีจูรัน ตุ่มเหล่านี้จะค่อยๆ ยุบตัวลงและซึมเข้าสู่ผิวจนหมดภายใน 12 – 24 ชั่วโมง

A: สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อลำดับการทำหัตถการที่เหมาะสม

A: เมโสทั่วไปมักเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องความใสชั่วคราว แต่ Rejuran เป็น Polynucleotide ที่เข้าไปซ่อมแซมโครงสร้างผิว ให้ผลลัพธ์เรื่องคุณภาพผิวที่แข็งแรงและนานกว่า

โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran) Read More »

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) เพื่อแก้ไขปัญหาโครงหน้าและริ้วรอยแห่งวัย โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันอย่างละเอียด ก่อนทำการเติมเต็มในปริเวณที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ มีมิติ และแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างตรงจุด

1) โปรแกรมฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid – HA) ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างเลียนแบบสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเติมเต็มปริมาตร (Volume) ของชั้นผิวหนังที่ยุบตัวลงตามกาลเวลา

หัตถการนี้ช่วยแก้ปัญหา “หน้าตอบ” “ร่องลึก” และ “ปรับโครงหน้า” โดยไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะเลือกใช้รุ่นของฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นและยืดหยุ่นต่างกันให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ ดังนี้:

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา: แก้ปัญหาขอบตาดำ เบ้าตาลึก ถุงใต้ตา
  • ฟิลเลอร์คาง: ปรับคางตัด คางสั้น ให้หน้าดูเรียว (V-Shape)
  • ฟิลเลอร์ขมับ: เติมขมับตอบ ลดโหนกแก้มสูง ปรับหน้าให้ละมุน
  • ฟิลเลอร์ปาก: ปั้นทรงปากสายฝอ ปากกระจับ หรือแก้ปากแห้ง
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม: เติมเต็มร่องลึกข้างจมูกที่ทำให้หน้าดูมีอายุ
  • ฟิลเลอร์แก้มตอบ: แก้หน้าตอบ ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก: ปรับหน้าผากแบนให้โหนกนูน รับกับจมูกและคาง

2) เหมาะกับใคร?

โปรแกรมฟิลเลอร์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตา
  • ผู้ที่มีใบหน้าตอบ: ขมับตอบ แก้มตอบ ทำให้เห็นโหนกแก้มชัดและดูมีอายุ
  • ผู้ที่มีคางสั้นหรือหน้ากลม: ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องศัลยกรรม
  • ผู้ที่มีริมฝีปากบางหรือแห้ง: ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มและชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว: ต้องการปรับปรุงรูปลักษณ์ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าผากแบน: ต้องการเสริมให้หน้าผากนูนสวย

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ที่ ฮารุคลินิก:

  • เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที: สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์เรื่องความเต็มตื้นและรูปทรงได้หลังทำเสร็จ
  • ดูเป็นธรรมชาติ: สารเติมเต็ม HA สามารถปั้นแต่งทรงให้กลืนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน และให้สัมผัสที่นิ่มนวล
  • ไม่ต้องผ่าตัด: ไม่มีแผลเย็บ เจ็บน้อย และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการโปรแกรมฟิลเลอร์:

  1. ประเมินและวิเคราะห์หน้า: แพทย์ตรวจสอบโครงสร้างกระดูกและปัญหาผิว เพื่อเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
  2. เตรียมผิว: ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: แปะยาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ (ในฟิลเลอร์บางรุ่นมีส่วนผสมของยาชา ช่วยลดความเจ็บขณะทำ)
  4. ดำเนินการฉีด: แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กหรือเข็มทื่อ (Cannula) วางตัวยาลงในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง พร้อมปั้นแต่งทรงให้เรียบเนียน
  5. ตรวจสอบความเรียบร้อย: แพทย์เช็กความสมมาตรและแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ระยะเวลาเห็นผล: รูปหน้าจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
  • การเข้าที่: อาการบวมจากเข็มจะค่อย ๆ ลดลงและเนื้อเจลจะนิ่มฟูเข้าที่กับผิวภายใน 2 – 3 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงอยู่: ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อของฟิลเลอร์ รวมถึงตำแหน่งที่ฉีด โดยทั่วไปอยู่ได้นาน 6 – 18 เดือน
  • การสลายตัว: ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ผลลัพธ์สวยงามและอยู่ได้นาน:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ: การดื่มน้ำ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและฟูสวยขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการทำเลเซอร์ร้อน ซาวน่า หรืออยู่หน้าเตาร้อนจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ห้ามกดหรือนวด: หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพื่อป้องกันตัวยาเสียรูปทรง
  • งดแอลกอฮอล์: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดอง 48 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดอาการบวม
  • ท่านอน: สำหรับฟิลเลอร์หน้าผากหรือคาง ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 2-3 คืนแรก

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนทำหัตถการ:

  • เลือกสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้: การฉีดฟิลเลอร์ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้เรื่องกายวิภาค (Anatomy) ของใบหน้าอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการเข้าเส้นเลือด
  • ยาแท้เท่านั้น: ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น เพื่อป้องกันการอักเสบ หรือการเกิดก้อนแข็งที่ไม่สลาย
  • อาการข้างเคียง: อาจเกิดรอยเขียวช้ำ (Bruise) หรืออาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายเองได้ภายใน 7-14 วัน
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ภาวะให้นมบุตร หรือผู้ที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิค และผู้ที่มีผิวหนังอักเสบบริเวณที่จะฉีด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที (ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ทำ)
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

9) ราคา (Pricing)

ราคาเริ่มต้น 3,990/1 cc ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และปริมาณที่ใช้ รบกวนติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: มีความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนการจิ้มเข็ม ในตัวฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะมียาชาผสมอยู่ ทำให้ระหว่างเดินยาจะรู้สึกสบาย ไม่เจ็บปวด

A: หากเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับบริเวณนั้น ๆ และฉีดในชั้นผิวที่ถูกต้องโดยแพทย์  โอกาสเป็นก้อนจะน้อยมาก ผิวจะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

A: ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้น บริเวณที่มีการขยับบ่อย เช่น ปาก อาจสลายเร็วกว่าบริเวณอื่น โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 6-18 เดือน

A: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันหลังฉีด เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรือบวมได้ง่ายขึ้น

A: ฟิลเลอร์แท้ (HA) มีข้อดีคือสามารถฉีดสลาย (Hyaluronidase) ได้ หากไม่พอใจในรูปทรง แพทย์สามารถฉีดสลายออกได้

โปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler Program) Read More »

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction)

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction)

ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช ให้บริการดูดไขมันเพื่อการปรับรูปร่าง (Body Contouring) ครอบคลุมทุกสัดส่วนที่มีปัญหาไขมันสะสม ไม่ว่าจะเป็น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หรือจุดเล็กๆ อย่างนมน้อยและน่อง ดูแลทุกขั้นตอนโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง เพื่อให้รูปร่างดูสมส่วน และเน้นย้ำการดูแลหลังทำให้ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น

1) ดูดไขมันลำตัว คืออะไร?

การดูดไขมัน (Liposuction) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกิน (Subcutaneous Fat) ที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นไขมันดื้อด้านที่ยากต่อการกำจัดด้วยการคุมอาหารหรือออกกำลังกาย โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านแผลขนาดเล็กเพื่อสลายและดูดไขมันออกมา

บริการดูดไขมันที่ฮารุคลินิก ครอบคลุมทุกบริเวณที่มีปัญหา ดังนี้:

  • ดูดไขมันหน้าท้อง (Abdomen): ลดพุงหมาน้อย หน้าท้องล่างยื่น ปรับหน้าท้องให้แบนราบ
  • ดูดไขมันเอวเอส / ปีกหลัง (Waist / Love Handles): สร้างส่วนเว้าโค้งให้เอวคอด รับกับสะโพก
  • ดูดไขมันต้นแขน / นมน้อย (Arms / Axillary Fat): ลดแขนใหญ่ แก้เนื้อปลิ้นบริเวณรักแร้และขอบบรา
  • ดูดไขมันต้นขา / รอบขา (Thighs): ลดขาเบียด ปรับขาให้เรียวสวย ดูดได้ทั้งขาใน ขานอก และหน้าขา
  • ดูดไขมันร่องก้น (Banana Rolls): แก้ไขไขมันใต้ก้นย้อย ให้ก้นดูกระชับขึ้น
  • ดูดไขมันน่อง (Calves): ลดขนาดน่องที่เกิดจากไขมันสะสม (ไม่รวมกล้ามเนื้อ)

2) เหมาะกับใคร? 

บริการดูดไขมันปรับรูปร่าง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สัดส่วนดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด: รูปร่างโดยรวมไม่อ้วน แต่มีพุงล่าง ขาใหญ่ หรือแขนใหญ่ที่ลดไม่ลง
  • ผู้ที่ออกกำลังกายแล้วสัดส่วนไม่เปลี่ยน: ไขมันดื้อ (Stubborn Fat) ไม่ตอบสนองต่อการไดเอท
  • คุณแม่หลังคลอด: มีหน้าท้องย้วย หรือสัดส่วนเปลี่ยนไปหลังมีบุตร
  • ผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วนเร่งด่วน: ต้องการความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า หรือเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญ
  • ผู้ที่มีปัญหาเนื้อปลิ้น: บริเวณขอบเสื้อใน นมน้อย หรือปีกหลัง ทำให้ใส่เสื้อรัดรูปไม่สวย

3) จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

เหตุผลที่ควรเลือกดูดไขมันปั้นหุ่นที่ ฮารุคลินิก:

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง 
  • เทคนิคซ่อนแผล (Hidden Scar): แพทย์เลือกตำแหน่งเปิดแผลในจุดซ่อนเร้น เช่น ขอบบิกินี่ ร่องก้น หรือรักแร้ เพื่อให้สังเกตเห็นได้ยาก
  • ออกแบบเฉพาะบุคคล (Customized Design): ไม่ใช่แค่ดูดออกให้หมด แต่เน้นการปรับรูปร่างให้ดูมีมิติ เช่น การสร้างร่องหน้าท้อง (Sexy Line) หรือการปรับรูปร่างขาให้ดูเรียวขึ้น
  • ติดตามผลใกล้ชิด: มีโปรแกรมดูแลหลังทำ เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและลดโอกาสเกิดพังผืด

4) ขั้นตอนการทำ 

ลำดับขั้นตอนการให้บริการดูดไขมัน:

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประเมินปริมาณไขมัน สภาพผิวหนัง และวาดจุด เพื่อกำหนดแนวทางการดูดไขมัน
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจร่างกาย ทำความสะอาดผิว และฆ่าเชื้อบริเวณจุดผ่าตัด
  3. ใส่ยาชา (Tumescent): ฉีดสารละลายน้ำเกลือผสมยาชาเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อระงับความรู้สึกและช่วยให้ไขมันแตกตัวง่ายขึ้น (หรือดมยาสลบในเคสใหญ่ ตามดุลยพินิจแพทย์)
  4. ทำการดูดไขมัน: แพทย์สอดท่อขนาดเล็ก (Cannula) เพื่อสลายและดูดไขมันออกตามแนวที่วางแผนไว้ ด้วยความประณีตและระมัดระวัง
  5. รีดน้ำและปิดแผล: รีดน้ำเกลือที่ตกค้างออก เย็บปิดแผลขนาดเล็ก
  6. ใส่ชุดกระชับ: สวมชุดกระชับสัดส่วนทันทีหลังทำ เพื่อห้ามเลือดและล็อกรูปทรง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: สัดส่วนจะเล็กลงทันที แต่จะมีอาการบวมน้ำเกลือและระบม
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมเขียวช้ำจะเกิดขึ้นในช่วง 3-7 วันแรก และค่อยๆ จางลง
  • ระยะเข้าที่: สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่ชัดเจนในช่วง 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ผิวกระชับแนบสนิทในช่วง 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาสร้างใหม่ แต่ต้องดูแลเรื่องน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันเซลล์เดิมขยายขนาด

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน (สำคัญมาก เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและก้อนแข็ง):

  • การนวดกระชับ (สำคัญที่สุด): หลังจากแผลหายดี (ประมาณ 2 สัปดาห์) จำเป็นต้องเข้ามารับบริการนวดกระชับ (RF) หรือนวดสลายก้อนแข็งตามนัดหมาย เพื่อป้องกันการเกิดพังผืด (Fibrosis) ที่จะทำให้ผิวเป็นคลื่น หรือเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง หากละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เรียบเนียน
  • ชุดกระชับ: ต้องสวมชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก และลดเวลาลงตามคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ผิวหนังแนบสนิทไปกับกล้ามเนื้อ
  • การดูแลแผล: ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรก จนกว่าจะตัดไหม
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
  • การเคลื่อนไหว: ควรเดินบ่อยๆ ในช่วงแรกเพื่อช่วยระบบไหลเวียนเลือด ลดอาการบวมน้ำ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • พังผืดและก้อนแข็ง (Fibrosis): เป็นกลไกการสมานแผลตามธรรมชาติ แต่หากไม่ได้รับการนวดสลายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดก้อนแข็งถาวรหรือผิวเป็นคลื่นได้
  • ความไม่เรียบเนียน: หากดูแลหลังทำไม่ดี ไม่ใส่ชุดกระชับ หรือไม่นวด อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิว
  • รอยฟกช้ำ: อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติของการดูดไขมัน และจะหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
    • จุดเล็ก (เช่น นมน้อย, ปีกหลัง): 1 – 2 ชั่วโมง
    • จุดใหญ่ (เช่น หน้าท้อง, ต้นขา): 2 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักผ่อน 1-3 วันแรก เนื่องจากจะมีน้ำเกลือซึมออกจากแผลและมีอาการระบม หลังจากนั้นสามารถทำงานเบาๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปริมาณไขมัน:

  • ดูดไขมันจุดเล็ก (นมน้อย / ปีกหลัง / ใต้ก้น): เริ่มต้น 19,000 บาท / 20,000บาท / 20,000บาท 
  • ดูดไขมันต้นแขน / ต้นขา / หน้าท้อง: เริ่มต้น 24,000 บาท / 24,000 บาท / 25,000 บาท
  • เหมาทั่วเรือนร่าง (Whole Body): ราคาเริ่มต้น 259,000 บาท

(รวมค่าชุดทำแผล ยาทาน และโปรแกรมนวดหลังทำเบื้องต้น กรุณาสอบถามเงื่อนไขทางออนไลน์)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: สัดส่วนจะเล็กลงทันที แต่จะมีอาการบวมน้ำเกลือและระบม
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมเขียวช้ำจะเกิดขึ้นในช่วง 3-7 วันแรก และค่อยๆ จางลง
  • ระยะเข้าที่: สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่ชัดเจนในช่วง 1 เดือน และจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ ผิวกระชับแนบสนิทในช่วง 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาสร้างใหม่ แต่ต้องดูแลเรื่องน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันเซลล์เดิมขยายขนาด

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน (สำคัญมาก เพื่อป้องกันผิวเป็นคลื่นและก้อนแข็ง):

  • การนวดกระชับ (สำคัญที่สุด): หลังจากแผลหายดี (ประมาณ 2 สัปดาห์) จำเป็นต้องเข้ามารับบริการนวดกระชับ (RF) หรือนวดสลายก้อนแข็งตามนัดหมาย เพื่อป้องกันการเกิดพังผืด (Fibrosis) ที่จะทำให้ผิวเป็นคลื่น หรือเป็นก้อนไตแข็งใต้ผิวหนัง หากละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เรียบเนียน
  • ชุดกระชับ: ต้องสวมชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก และลดเวลาลงตามคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ผิวหนังแนบสนิทไปกับกล้ามเนื้อ
  • การดูแลแผล: ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วันแรก จนกว่าจะตัดไหม
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
  • การเคลื่อนไหว: ควรเดินบ่อยๆ ในช่วงแรกเพื่อช่วยระบบไหลเวียนเลือด ลดอาการบวมน้ำ

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • พังผืดและก้อนแข็ง (Fibrosis): เป็นกลไกการสมานแผลตามธรรมชาติ แต่หากไม่ได้รับการนวดสลายที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดก้อนแข็งถาวรหรือผิวเป็นคลื่นได้
  • ความไม่เรียบเนียน: หากดูแลหลังทำไม่ดี ไม่ใส่ชุดกระชับ หรือไม่นวด อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิว
  • รอยฟกช้ำ: อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติของการดูดไขมัน และจะหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ:
  • จุดเล็ก (เช่น นมน้อย, ปีกหลัง): 1 – 2 ชั่วโมง
  • จุดใหญ่ (เช่น หน้าท้อง, ต้นขา): 2 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักผ่อน 1-3 วันแรก เนื่องจากจะมีน้ำเกลือซึมออกจากแผลและมีอาการระบม หลังจากนั้นสามารถทำงานเบาๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปริมาณไขมัน:

  • ดูดไขมันจุดเล็ก (นมน้อย / ปีกหลัง / ใต้ก้น): เริ่มต้น 19,000 บาท / 20,000บาท / 20,000บาท 
  • ดูดไขมันต้นแขน / ต้นขา / หน้าท้อง: เริ่มต้น 24,000 บาท / 24,000 บาท / 25,000 บาท
  • เหมาทั่วเรือนร่าง (Whole Body): ราคาเริ่มต้น 259,000 บาท

(รวมค่าชุดทำแผล ยาทาน และโปรแกรมนวดหลังทำเบื้องต้น กรุณาสอบถามเงื่อนไขทางออนไลน์)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: การดูดไขมันทำให้เกิดช่องว่างใต้ผิวหนัง ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาสมานแผล หากไม่นวดเพื่อสลายพังผืดเหล่านี้ จะทำให้เกิดก้อนไตแข็ง (Seroma/Fibrosis) ผิวไม่เรียบเนียน หรือเป็นลอนคลื่น ดังนั้นการนวด RF จึง จำเป็น เพื่อให้ผิวนิ่มและเรียบสวย

A: หากไม่นวด มีความเสี่ยงสูงที่ผิวบริเวณนั้นจะเป็นก้อนแข็งๆ สัมผัสแล้วสะดุดมือ หรือมองเห็นเป็นคลื่น ซึ่งแก้ไขได้ยากในภายหลัง

A: การดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการ “ลดสัดส่วน” (Body Contouring) น้ำหนักอาจลดลงเพียงเล็กน้อย แต่รูปร่างจะดูเพรียวและกระชับขึ้นอย่างชัดเจน

A: ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บ หลังยาหมดฤทธิ์จะมีอาการปวดเมื่อยคล้ายกับออกกำลังกายหนักๆ (Muscle Soreness) ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะหายไป แต่เซลล์ที่เหลืออยู่ยังสามารถขยายขนาดได้ หากไม่ควบคุมอาหาร รูปร่างอาจกลับมาขยายขึ้นได้ แต่จะไม่อ้วนเท่าเดิมในจุดที่ดูดออกไป

ดูดไขมันปรับรูปร่าง (Body Liposuction) Read More »

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือหัวนมชี้ลงต่ำ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายหลังการมีบุตร การให้นมบุตร หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ในการออกแบบทรงอกใหม่ให้ดูเต่งตึง อวบอิ่ม และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระ

1) ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก คืออะไร?

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift หรือ Mastopexy) คือ หัตถการผ่าตัดเพื่อจัดระเบียบเนื้อเยื่อหน้าอกใหม่ โดยการตัดผิวหนังส่วนเกินออก และย้ายตำแหน่งหัวนมและลานนม (Nipple-Areola Complex) ให้สูงขึ้น เพื่อแก้ปัญหาหน้าอกที่หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง ให้กลับมาตั้งเต้า สวยงาม และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

การผ่าตัดนี้สามารถทำร่วมกับ การเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) ในกรณีที่ต้องการเพิ่มขนาด หรือทำร่วมกับ ศัลยกรรมตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck) โดยเฉพาะการฟื้นฟูรูปร่างคุณแม่หลังคลอดให้กลับมาสมส่วน

2) เหมาะกับใคร?

การยกกระชับหน้าอก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา สรีระทรวงอก ดังนี้:

  • คุณแม่หลังคลอด/ให้นมบุตร: หน้าอกฝ่อแฟบ หย่อนคล้อย หรือ “ถุงกาแฟ”
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย (Breast Ptosis): ระดับหัวนมอยู่ต่ำกว่าระดับพับใต้ราวนม
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักเยอะ: ผิวหนังหน้าอกย้วย ไม่กระชับตามสรีระที่เปลี่ยนไป
  • ผู้ที่มีขนาดหน้าอกพอใจแล้วแต่ทรงไม่สวย: ต้องการแค่ยกให้สูงขึ้นโดยไม่ใส่ซิลิโคน
  • ผู้ที่ต้องการแก้หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน: ปรับระดับหัวนมให้มีความใกล้เคียงกัน

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรเลือกทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกที่ ฮารุคลินิก:

  • ผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง: ดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ในการประเมินโครงสร้างและเลือกเทคนิคผ่าตัดที่เหมาะสม
  • เทคนิคหลากหลาย (Customized Technique): แพทย์เลือกใช้วิธีผ่าตัดตามระดับความหย่อนคล้อย (แผลรอบปานนม, แผลอมยิ้ม, หรือแผลรูปสมอ) เพื่อลดขนาดแผลเป็นให้เล็กเท่าที่จำเป็น
  • ทรงอกดูเป็นธรรมชาติ: เน้นการจัดทรงเนื้อหน้าอกเดิมให้ตั้งขึ้น ดูอวบอิ่มโดยไม่ต้องพึ่งซิลิโคน (หรือใส่เพิ่มเพียงเล็กน้อย)
  • ดูแลแผลอย่างประณีต: ให้ความสำคัญกับการเย็บแผลเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นนูนในระยะยาว

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการยกกระชับหน้าอก:

  1. ปรึกษาและวางแผน: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจวัดระดับความหย่อนคล้อยและปริมาณเนื้อเต้านม เพื่อวางแผนแนวแผลผ่าตัด
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจสุขภาพชุดใหญ่ งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้วิธีการดมยาสลบ (General Anesthesia) โดยวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด
  4. ผ่าตัดตกแต่ง:
    • แพทย์เปิดแผลตามแนวที่กำหนด (รอบปานนม / แนวตั้ง / รูปตัว T กลับหัว)
    • ตัดผิวหนังส่วนเกินออก และยกเนื้อเยื่อเต้านมขึ้น
    • ย้ายตำแหน่งหัวนมและลานนมให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น
  5. เย็บปิดแผล: เย็บชั้นเนื้อเยื่อและผิวหนังด้วยความละเอียด
  6. พักฟื้น: นอนดูอาการที่ห้องพักฟื้นจนกว่าจะฟื้นจากยาสลบดี
ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: หน้าอกจะยกสูงขึ้นทันที แต่จะมีอาการบวมตึงและรอยช้ำ
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 2 – 4 สัปดาห์
  • ระยะเข้าที่: หน้าอกจะเริ่มนิ่มลงและคล้อยลงมาอยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติในช่วง 3 – 6 เดือน
  • รอยแผลเป็น: รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงจากสีแดงเป็นสีผิวปกติในช่วง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
  • ความคงทน: ผลลัพธ์อยู่ได้ในระยะยาว แต่หน้าอกอาจหย่อนคล้อยลงได้อีกตามธรรมชาติหากมีการตั้งครรภ์เพิ่ม หรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงมาก

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังยกกระชับหน้าอก (สำคัญต่อรูปทรงและการสมานแผล):

  • สวมสปอร์ตบรา (Support Bra): ต้องสวมบราสำหรับหลังผ่าตัดตลอดเวลา (24 ชม.) ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อประคองทรงและลดอาการบวม
  • ท่านอน: นอนหงายหนุนหมอนสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรก ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ
  • การเคลื่อนไหว: งดการยกของหนัก หรือขยับแขนขึ้นเหนือศีรษะแรง ๆ ในช่วง 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลแยก
  • ดูแลแผล: รักษาแผลให้แห้งสะอาด เช็ดด้วยน้ำเกลือ และทายาลดรอยแผลเป็นเมื่อแผลแห้งสนิทดีแล้ว
  • งดสูบบุหรี่: ควรงดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะนิโคตินทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อตาย

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

การผ่าตัดใหญ่มีความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรทราบ:

  • รอยแผลเป็น: การยกกระชับหน้าอกจำเป็นต้องมีรอยแผล (Scar) ซึ่งขนาดจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ แต่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะซ่อนแผลให้เนียนที่สุด
  • อาการชา: อาจมีอาการชาบริเวณหัวนมหรือผิวหนังรอบอกชั่วคราว ความรู้สึกจะค่อย ๆ กลับมา
  • ความสมมาตร: หน้าอกสองข้างอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามพื้นฐานสรีระเดิม
  • การให้นมบุตร: ในบางเทคนิคอาจมีผลกระทบต่อท่อน้ำนม ผู้ที่วางแผนจะมีบุตรควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
  • การพักฟื้น: แนะนำให้นอนพักที่คลินิกหรือโรงพยาบาล 1 คืน และพักฟื้นที่บ้านต่ออีก 5 – 7 วัน ก่อนกลับไปทำงานเบา ๆ ได้

9) ราคา (Pricing)

ราคาการศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกที่ ฮารุคลินิก โคราช:

  • ยกกระชับหน้าอก (Mastopexy – แผลรอบปานนม): เริ่มต้น 79,000 บาท
  • ยกกระชับหน้าอก (แผลรูปสมอ Anchor): เริ่มต้น 79,000 บาท
  • ยกกระชับ + เสริมซิลิโคน (Augmentation Mastopexy): ราคาเริ่มต้น 134,000 บาท

(ดูแลทุกเคสโดยแพทย์เฉพาะทาง ราคานี้รวมค่าวิสัญญีแพทย์และห้องพักฟื้นแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางออนไลน์)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะพยายามซ่อนแผลในบริเวณรอยพับหรือขอบปานนม ช่วงแรกแผลอาจดูแดงชัดเจน แต่จะค่อย ๆ จางลงจนเป็นเส้นบาง ๆ ในระยะเวลา 1 ปี หากดูแลดีรอยแผลจะสังเกตเห็นได้ยาก

A: การผ่าตัดทำภายใต้การดมยาสลบ จึงไม่รู้สึกตัวขณะทำ หลังตื่นขึ้นมาอาจมีอาการปวดตึงคล้ายออกกำลังกายหนัก สามารถระงับอาการได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้

A: สามารถทำพร้อมกันได้ ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ช่วยแก้ปัญหาหน้าอกหย่อนและหน้าท้องย้วยไปพร้อมกัน (เจ็บทีเดียว พักฟื้นทีเดียว)

A: หากมีเนื้อหน้าอกน้อย แนะนำให้ใส่ซิลิโคนร่วมด้วยเพื่อช่วยเติมเต็มให้เนินอกดูอิ่มสวย แต่หากพอใจในขนาดเดิมอยู่แล้ว สามารถทำการยกกระชับเนื้อเดิมเพียงอย่างเดียวได้

A: แนะนำให้งดขับรถในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากการขยับแขนหรือเลี้ยวรถอาจกระทบกระเทือนแผลผ่าตัดได้

ศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก (Breast Lift / Mastopexy) Read More »

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy)

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy)

การผ่าตัดหน้าอกทอม/ทรานส์ คือ อะไร?

การผ่าตัดตัดหน้าอก (Masculinizing Top Surgery) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Chest Wall Masculinization คือ การศัลยกรรมเพื่อนำเนื้อเยื่อเต้านมและผิวหนังส่วนเกินออก พร้อมทั้งปรับตำแหน่งและขนาดของหัวนม (Nipple-Areolar Complex) ให้มีลักษณะแบนราบและดูเป็นสรีระหน้าอกของผู้ชาย (Masculinizing Chest) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการยืนยันเพศสภาพภายนอก ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น

เหมาะกับใคร?

การผ่าตัดหน้าอกทอม/ทรานส์ เหมาะกับใคร?

บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนสรีระหน้าอกให้เป็นชาย ได้แก่:

  • Transmasculine: ผู้ข้ามเพศจากหญิงเป็นชาย (Transmen)
  • Non-binary: ผู้ที่ไม่ระบุเพศชัดเจน แต่อยากลดลักษณะความเป็นหญิงของหน้าอก
  • ผู้ที่มีปัญหาความไม่มั่นใจในสรีระ: ผู้ที่รู้สึกอึดอัด หรือต้องรัดหน้าอก (Binding) เป็นเวลานานจนส่งผลเสียต่อสุขภาพและผิวหนัง

จุดเด่นของบริการนี้ที่ ฮารุคลินิก โคราช

จุดเด่นของบริการนี้ที่ ฮารุคลินิก โคราช

  • วิเคราะห์เฉพาะบุคคล: เราเลือกเทคนิคการผ่าตัดตาม “ขนาดหน้าอก” และ “ความยืดหยุ่นของผิวหนัง” เพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจของผู้รับบริการตามหลักการแพทย์ (Monstrey’s Algorithm)
  • ความพึงพอใจสูง: จากสถิติงานวิจัย ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์หลังทำสูงเนื่องจากสรีระตรงกับ Gender preference มากขึ้น

ขั้นตอนการทำ (Procedure)

แพทย์จะประเมินเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ โดยแบ่งเป็น 4 เทคนิคหลักตามลักษณะทางกายวิภาค:

  1. เทคนิคแผลเล็ก (No Skin Resection): เช่น แผลครึ่งวงกลม หรือผ่านปานนม เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกเล็กและผิวหนังยืดหยุ่นดีมาก
  2. เทคนิคผ่าตัดรอบปานนม (Periareolar): เหมาะกับหน้าอกขนาดเล็กถึงปานกลาง
  3. เทคนิค Inferior Pedicle: สำหรับหน้าอกใหญ่ที่ยังพอมีความยืดหยุ่น โดยยังคงเส้นเลือดเลี้ยงหัวนมไว้
  4. เทคนิคย้ายหัวนม (FNG – Free Nipple Graft): เทคนิคที่นิยมที่สุด (42.2% จากเคสทั่วโลก) เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกใหญ่หรือผิวหนังยืดหยุ่นน้อย ตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้มาก ทำให้หน้าอกแบนราบได้รูปที่สุด แม้จะมีแผลยาวบริเวณใต้ราวนมแต่ลดโอกาสการผ่าตัดแก้ซ้ำได้ดี

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • หน้าอกแบนราบ: ได้รูปทรงหน้าอกที่เป็นชาย (Masculine Contour) อย่างชัดเจน
  • ความมั่นใจเพิ่มขึ้น: สามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น เข้าสังคมและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรัดหน้าอก
  • ผลลัพธ์ถาวร: เนื้อหน้าอกที่ตัดออกไปแล้วจะไม่กลับมา (แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัวได้บ้าง)

ดูแลหลังทำ (Aftercare)

เพื่อให้แผลสวยและลดภาวะแทรกซ้อน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • สวมผ้ารัดหน้าอก (Binder): อย่างเคร่งครัดอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อลดการบวมและช่วยกระชับผิว
  • จำกัดการเคลื่อนไหว: งดการยกแขนสูงเหนือไหล่และการยกของหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดูแลแผล: รักษาความสะอาดแผล ห้ามโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดบริเวณแผลเป็น

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

การผ่าตัด Top Surgery เป็นหัตถการใหญ่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง แต่ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลตามจริงจากงานวิจัย:

  • ภาวะเลือดคั่ง (Hematoma): มีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 6% ซึ่งแพทย์จะมีการดูแลและระบายเลือดออกอย่างถูกวิธี
  • การผ่าตัดแก้ไข (Revision): อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกเทคนิคที่ไม่เหมาะกับขนาดหน้าอก (เช่น การเลือกทำแผลเล็กในคนหน้าอกใหญ่ อาจเสี่ยงต่อผิวหนังย่นและต้องมาแก้ซ้ำถึง 37.5%) ดังนั้นการเชื่อคำแนะนำแพทย์ในการเลือกเทคนิคจึงสำคัญมาก
  • อาจมีอาการชาหรือรู้สึกน้อยลงบริเวณหัวนม ซึ่งสามารถพบได้หลังการผ่าตัด

เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับเทคนิค)
  • การพักฟื้น: แนะนำให้ลางานหรือพักผ่อนประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
  • กลับมาออกกำลังกาย: สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้หลัง 1 เดือน และออกกำลังกายหนักหลัง 3 เดือนขึ้นไป

ราคา (Pricing)

(กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินราคาตามเทคนิคที่เหมาะสม)

  • Top Surgery เทคนิคแผลเล็ก: ราคาเริ่มต้น 69,000 บาท
  • Top Surgery เทคนิคย้ายหัวนม (FNG): ราคาเริ่มต้น 89,000 บาท
  • รวมค่ายาและชุดรัดหน้าอกแล้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จากงานวิจัย เทคนิค FNG เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีหน้าอกใหญ่ เพราะสามารถตัดผิวหนังส่วนเกินออกได้หมดจด ลดโอกาสที่ผิวจะย่นหรือต้องกลับมาผ่าตัดแก้ไขซ้ำ (Revision) ได้ดีกว่าเทคนิคแผลเล็กในคนที่มีเนื้อหน้าอกเยอะ

A: การรับรู้ความรู้สึกอาจลดลงหรือหายไป โดยเฉพาะในเทคนิค FNG แลกมากับรูปทรงที่แบนราบสวยงาม แต่ในบางเทคนิคความรู้สึกอาจกลับมาได้บ้างขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเส้นประสาท

A: โดยปกติจะใส่ไว้ประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดและน้ำเหลืองที่ออกมา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินวันถอดสายระบายให้

A: รอยแผลเป็นขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์จะซ่อนแผลไว้ใต้ราวนม (ในเทคนิค FNG) หรือรอบปานนม ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลจะจางลง และสามารถรักษาแผลเป็นเพิ่มเติมได้ด้วยเลเซอร์หรือยาทา

อ้างอิง Wilson SC, Morrison SD, Anzai L, et al. Masculinizing Top Surgery: A Systematic Review of Techniques and Outcomes. Ann Plast Surg. 2018;80(6):679-683. doi:10.1097/SAP.0000000000001354 (ในส่วนของ อ้างอิง รบกวนเปลี่ยนสีฟอนต์ให้เหมือนสี background ได้มั้ยคะ)

ผ่าตัดตัดหน้าอกทอม (Top Surgery / Mastectomy) Read More »

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก (Lip Reduction / Reshaping) ดูแลโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาริมฝีปากหนา หรือรูปทรงไม่ชัดเจน ให้มีความโค้งมนคล้ายปีกนก หรือทรงกระจับที่ดูละมุน เข้ากับอวัยวะอื่นบนใบหน้า เน้นเทคนิคการเย็บที่ประณีตเพื่อลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น

1) ศัลยกรรมปากกระจับ คืออะไร? (What is it?)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Reshaping Surgery) คือ หัตถการผ่าตัดตกแต่งลดเนื้อบริเวณริมฝีปาก (นิยมทำบริเวณริมฝีปากบน) เพื่อปรับให้บางลงและจัดทรงให้มีความโค้งเว้า ตรงกึ่งกลางมีติ่งกระจับเล็กน้อยคล้ายรูปทรงของ “กระจับ” หรือ “ปีกนก”

การผ่าตัดนี้ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการออกแบบและตัดแต่งเนื้อเยื่อ เพื่อแก้ปัญหาผู้ที่มีริมฝีปากหนาเทอะทะ ริมฝีปากห้อย หรือหน้าดูดุ ให้กลับมาดูหวานและมีมิติมากขึ้น รวมถึงสามารถยกมุมปากเล็กน้อยในบางเคสเพื่อให้ใบหน้าดูเป็นมิตรขึ้น

2) เหมาะกับใคร?

บริการทำปากกระจับ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างริมฝีปาก ดังนี้:

  • ผู้ที่มีริมฝีปากหนา: เนื้อปากเยอะจนทำให้ใบหน้าดูดุ หรือสัดส่วนหน้าไม่สมดุล
  • ผู้ที่ปากไม่เป็นทรง: ริมฝีปากตรงทื่อ ขาดความโค้งเว้า หรือขาดกระจับกลางปาก
  • ผู้ที่มีริมฝีปากไม่เท่ากัน: เนื้อปากซ้าย-ขวา หรือบน-ล่าง มีความหนาบางไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ: ต้องการรูปปากที่ดูจิ้มลิ้ม สดใส และแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่บริการศัลยกรรมปากกระจับที่ ฮารุคลินิก ได้รับความไว้วางใจจากชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง:

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ผ่าตัดโดย แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง โดยตรง
  • ออกแบบทรงเฉพาะบุคคล (Customized Design): แพทย์ประเมินเนื้อปากเดิมและโครงหน้า เพื่อออกแบบทรงที่ไม่บางจนเกินไป เน้นความพอดีและการใช้งานได้จริง
  • เทคนิคเย็บซ่อนไหม: รอยแผลเนียนเรียบไปกับรอยพับของริมฝีปาก ลดโอกาสการเกิดรอยตะขาบ
  • ทรงปากดูเป็นธรรมชาติ: เน้นทรงกระจับที่ดูละมุน ไม่แหลมคมจนดูหลอกตา

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการศัลยกรรมปากกระจับ:

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์เนื้อปาก วาดทรงที่ต้องการตัดออก และทำความเข้าใจผลลัพธ์ร่วมกับผู้รับบริการ
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณริมฝีปาก รอจนยาชาออกฤทธิ์เต็มที่
  4. ผ่าตัดตกแต่ง: แพทย์ทำการตัดแต่งเนื้อเยื่อและไขมันส่วนเกินออกตามรูปทรงที่วาดไว้ รวมถึงการหยุดเลือดอย่างระมัดระวัง
  5. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยไหมละลายหรือไหมตัด (ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์) 
  6. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผล และให้คำแนะนำการดูแลตัวเองก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: รูปทรงปากจะเปลี่ยนไปตามที่ออกแบบ แต่จะมีอาการบวมตึงจากการผ่าตัดและยาชา
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะมากในช่วง 3-5 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบลงจนตัดไหม (ประมาณ 7-10 วัน)
  • ระยะเข้าที่ : เนื้อเยื่อจะเริ่มสมานและนิ่มลง รูปทรงกระจับจะชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติที่สุดในช่วง 3-6 เดือน
  • ความคงทน: เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเนื้อเยื่อ ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ยาวนาน (ยกเว้นเนื้อปากจะบางลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น)

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลแผลหลังทำปากกระจับ (สำคัญมากต่อความสวยงามของทรงปาก):

  • การประคบ: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นหลังจากนั้น
  • การรับประทานอาหาร: ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารร้อนจัด และอาหารที่ต้องเคี้ยวมาก แนะนำให้ทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อน
  • การขยับปาก: งดการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือแปรงฟันแรง ๆ ในช่วงแรก เพื่อป้องกันแผลปริ
  • ความสะอาด: หมั่นทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ และบ้วนปากทุกครั้งหลังทานอาหารเพื่อป้องกันเศษอาหารติดแผล
  • นวดปาก: หลังจากแผลแห้งสนิทและตัดไหมแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจแนะนำให้นวดปากเพื่อลดการเกิดไตแข็ง (Scar Tissue) และช่วยให้ปากนิ่มเร็วขึ้น

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

การศัลยกรรมมีความเสี่ยง ผู้รับบริการควรทราบข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • แผลเป็นนูน (Keloid): เป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีผิวพรรณเกิดแผลเป็นง่าย การดูแลแผลและการนวดปากตามคำแนะนำจะช่วยลดโอกาสนี้
  • ริมฝีปากบางเกินไป: หากตัดเนื้อปากออกมากเกินไป อาจทำให้หุบปากไม่สนิท (Incompetent Lips) แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่ง ของเราจึงเน้นความพอดีมากกว่าการตัดออกเยอะ ๆ
  • ความไม่สมมาตร: โครงสร้างปากเดิมของคนเรามักไม่เท่ากัน 100% หลังทำอาจมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีริมฝีปากบางมากอยู่แล้ว หรือผู้ที่มีปัญหายิ้มเห็นเหงือกเยอะ (Gummy Smile) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: สามารถกลับบ้านได้ทันที แนะนำให้หยุดพักงานหรือใส่หน้ากากอนามัยประมาณ 3 – 5 วัน จนกว่าอาการบวมจะลดลง

9) ราคา (Pricing)

ราคาการศัลยกรรมปากกระจับที่ ฮารุคลินิก โคราช:

  • ปากกระจับ (ริมฝีปากบน): เริ่มต้น 16,000 บาท
  • ปากบาง (ริมฝีปากล่าง): เริ่มต้น 16,000 บาท
  • โปรโมชั่นทำคู่ (บน+ล่าง): ราคาพิเศษ 30,000 บาท

(ดูแลทุกเคสโดยแพทย์เฉพาะทาง ราคารวมค่ายาและชุดทำแผลแล้ว สามารถส่งรูปประเมินราคาเบื้องต้นได้ทางออนไลน์)

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จะมีความรู้สึกเจ็บในช่วงฉีดยาชาเท่านั้น ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดตึงบ้าง ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

A: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะซ่อนรอยแผลอยู่บริเวณรอยต่อของริมฝีปากแห้งและเปียก หากดูแลแผลดีและนวดปากอย่างสม่ำเสมอ รอยแผลจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น

A: สามารถทำได้ แต่แนะนำให้ทำในช่วงที่ฟันเริ่มเข้าที่แล้ว หรือปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันรูปปากเปลี่ยนหลังถอดเหล็กดัดฟัน

A: แนะนำให้รอจนกว่าแผลจะแห้งสนิทและตัดไหมเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงสามารถทาลิปสติกได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

A: หากเนื้อปากน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปั้นทรงกระจับแทนการผ่าตัด เพื่อป้องกันปัญหาปากปิดไม่สนิท

ศัลยกรรมปากกระจับ (Lip Surgery) Read More »

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคการย้ายเซลล์ไขมัน (Autologous Fat Transfer) ทั้งแบบ เติมเฉพาะจุด เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง และ เติมทั่วหน้า เพื่อสร้างมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ การเลือกใช้ไขมันของตนเองเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ในระยะยาว

1) การเติมไขมันหน้า คืออะไร? (What is it?)

การเติมไขมันหน้า (Facial Fat Grafting) คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ทำการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสมในร่างกายของตนเอง (เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา) นำมาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและมีชีวิต แล้วนำกลับมาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยหรือตอบลึก

กระบวนการนี้ทำหน้าที่คล้ายการฉีดฟิลเลอร์ แต่เปลี่ยนจากสารสังเคราะห์เป็น “เซลล์ไขมันของตัวเอง” ซึ่งมีข้อดีคือร่างกายจะไม่ต่อต้าน นอกจากช่วยเติมเต็มปริมาตร (Volume) ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบแล้ว สเต็มเซลล์ในไขมันยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสดใสและสุขภาพดีขึ้น

2) เหมาะกับใคร?

บริการเติมไขมันหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าตอบ หรือขมับลึก: ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุเกินจริง
  • ผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตา
  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน: ต้องการเสริมหน้าผากให้นูนสวย มีมิติ โดยไม่ใช้ซิลิโคน
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยรวม: ต้องการให้ใบหน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่แพ้สารสังเคราะห์: หรือไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเข้าสู่ร่างกาย

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรพิจารณาการเติมไขมันที่ ฮารุคลินิก:

  • ความเป็นธรรมชาติสูง: เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของตนเอง สัมผัสจึงนิ่มนวล ไม่เป็นก้อนแข็ง และกลมกลืนไปกับผิวหน้า
  • ลดความเสี่ยงการแพ้: ร่างกายยอมรับเซลล์ไขมันได้ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
  • ฟื้นฟูผิวพรรณ: เซลล์ไขมันมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาวและเนียนละเอียดขึ้น
  • ปรับแต่งได้หลายบริเวณ: สามารถเลือกทำได้ทั้งแบบ เฉพาะจุด (เช่น ขมับ, ใต้ตา) หรือ ทั่วหน้า (Full Face) ในครั้งเดียว
  • อยู่ได้ยาวนาน: เมื่อเซลล์ไขมันติดและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดแล้ว จะสามารถคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

ลำดับขั้นตอนการให้บริการเติมไขมันหน้าเด็ก:

  1. ประเมินรูปหน้า: แพทย์เฉพาะทางวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนตำแหน่งที่จะเติมไขมัน (เฉพาะจุด หรือ ทั่วหน้า)
  2. ดูดไขมัน (Liposuction): แพทย์ทำการดูดไขมันจากบริเวณที่กำหนด (หน้าท้องหรือต้นขา) ด้วยความนุ่มนวลเพื่อรักษาสภาพเซลล์
  3. คัดแยกเซลล์ไขมัน: นำไขมันที่ได้มาปั่นแยกและกรอง (Centrifuge & Filtration) เพื่อคัดเฉพาะเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและบริสุทธิ์
  4. ฉีดเติมเต็ม (Injection): แพทย์นำไขมันที่คัดแยกแล้ว มาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าตามแผนการรักษา โดยใช้เทคนิคการวางไขมันทีละชั้นเพื่อเพิ่มโอกาสการติดของเซลล์
  5. ดูแลหลังทำ: ปิดแผลขนาดเล็กและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: ใบหน้าจะดูเต็มอิ่มขึ้นทันที แต่อาจมีอาการบวมจากการทำหัตถการ
  • ระยะเวลายรัดแกน: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและเริ่มเข้าที่ใน 2-4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: ปกติไขมันที่ฉีดเข้าไปจะมีการสลายตัวประมาณ 30-50% ในช่วงแรก ส่วนที่เหลือ (ประมาณ 50-70%) จะทำการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดและกลายเป็นเนื้อเยื่อถาวรของใบหน้า โดยผลลัพธ์จะนิ่งและชัดเจนที่สุดหลังผ่านไป 3 เดือน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังเติมไขมัน เพื่อให้ไขมันติดดีและอยู่ได้นาน:

  • ห้ามประคบเย็นบริเวณใบหน้า: ความเย็นอาจทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เซลล์ไขมันตายได้ง่าย (อนุโลมให้ประคบเย็นได้เฉพาะบริเวณที่ ดูดไขมัน ออกไป เช่น ต้นขา)
  • หลีกเลี่ยงการกดทับ: ห้ามนวดหน้า หรือนอนตะแคงทับบริเวณที่เติมไขมันในช่วง 1 เดือนแรก
  • ควบคุมน้ำหนัก: ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ร่างกายดึงไขมันที่เพิ่งเติมไปใช้เป็นพลังงาน
  • งดความร้อน: หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ซาวน่า หรืออยู่หน้าเตาร้อนจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ทานโปรตีนให้เพียงพอ: เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยให้เซลล์ไขมันแข็งแรง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยที่ผู้รับบริการควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการบวมช้ำ รอยเขียว หรือความไม่เรียบเนียนในบางจุด ซึ่งแพทย์จะทำการเกลี่ยให้เนียนที่สุด
  • ใครที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากจนไม่มีไขมันสะสมเพียงพอให้ดูดออกมาใช้ และสตรีมีครรภ์
  • การติดเชื้อ: แม้โอกาสเกิดน้อย แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของแผลทั้งจุดที่ดูดออกและจุดที่ฉีดเข้า
  • การยุบตัว: การติดของไขมันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บางรายอาจต้องมีการเติมซ้ำ (Retouch) หากไขมันสลายตัวไปมาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 90 – 120 นาที (รวมขั้นตอนดูดไขมันและฉีด)
  • การพักฟื้น: แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน เนื่องจากจะมีอาการบวมช้ำมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ แต่สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้หากไม่กังวลเรื่องรอยบวม

9) ราคา

ค่าบริการขึ้นอยู่กับขอบเขตบริเวณที่ทำ:

  • เติมไขมันเฉพาะจุด (1 บริเวณ): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • เติมไขมันทั่วหน้า (Full Face เหมาทั่วหน้า): เริ่มต้น 45,000 บาทฃ
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เซลล์ไขมันส่วนที่รอดชีวิตและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดได้แล้ว จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและอยู่ได้ยาวนานเหมือนไขมันปกติ อย่างไรก็ตาม การร่วงโรยตามวัยและน้ำหนักตัวที่ลดลงอาจส่งผลต่อปริมาตรไขมันในอนาคต

A: ขั้นตอนการดูดไขมันและการฉีดจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนฉีดยาชาและรู้สึกตึง ๆ ระหว่างทำ

A: นิยมใช้ไขมันจากบริเวณหน้าท้องหรือต้นขาด้านใน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมหนาแน่นและมีคุณภาพดี เหมาะแก่การนำมาปลูกถ่าย

A: อัตราการรอดชีวิตของไขมันขึ้นอยู่กับเทคนิคการเก็บและฉีดของแพทย์ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ หากพักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ หรือลดน้ำหนัก อาจทำให้ไขมันสลายตัวได้เร็วขึ้น

A: หากต้องการเติมเต็มหลายจุดทั่วใบหน้า การเติมไขมันจะคุ้มค่าและให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่หากต้องการเติมเพียงจุดเล็ก ๆ หรือต้องการความแม่นยำสูง ฟิลเลอร์อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting) Read More »

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมปรับรูปหน้าด้วยการฝังวัสดุทางการแพทย์ (Implants) เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างกระดูกใบหน้าเดิมที่ไม่สมส่วน โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียด เพื่อเลือกทรงและขนาดของซิลิโคนให้รับกับสัดส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

1) บริการนี้คืออะไร?

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ และแก้ม คือ การผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เข้าไปวางเหนือบริเวณกระดูกเดิม เพื่อเพิ่มความนูนและความหนาของชั้นโครงสร้างใบหน้า ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากแบน ขมับตอบ หรือแก้มตอบ ให้กลับมาดูเต็มอิ่มและมีมิติ

การเสริมด้วยซิลิโคนมีความแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือไขมัน คือ เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแบบถาวร วัสดุมีความคงตัวสูง ไม่ยุบหรือสลายไปตามกาลเวลา และให้สัมผัสที่เรียบเนียนคล้ายกระดูกจริง

2) เหมาะกับใคร? 

การศัลยกรรมเสริมซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าชัดเจน ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน ลาด หรือยุบตัว: ต้องการความนูนโค้งที่ชัดเจน
  • ผู้ที่มีขมับตอบลึกมาก: เห็นขอบกระดูกเบ้าตาชัดเจน จนทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีโหนกแก้มต่ำหรือหน้าแก้มแบน: ต้องการเพิ่มมิติให้แก้มดูยกกระชับแบบถาวร
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร: ไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็มซ้ำบ่อย ๆ
  • ผู้ที่ต้องการสัมผัสเรียบเนียน: ต้องการให้หน้าผากหรือขมับเรียบเนียนเสมือนกระดูกจริง ไม่เป็นคลื่น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่หลายท่านเลือกศัลยกรรมเสริมซิลิโคนเพื่อปรับรูปหน้า:

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: บางคนอาจทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องคอยเติมซ้ำเหมือนหัตถการรูปแบบฉีด
  • รูปทรงคงที่: ซิลิโคนมีความคงตัวสูง ไม่ไหล ไม่ย้อย และไม่เปลี่ยนรูปเมื่อเวลาผ่านไป
  • ขอบซิลิโคนเรียบเนียน: ปัจจุบันมีการใช้เทคนิคเหลาตกแต่งขอบซิลิโคน หรือใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปคุณภาพสูง ทำให้รอยต่อแนบสนิทไปกับกระดูกเดิม
  • ลดความเสี่ยงการอุดตันเส้นเลือด: เนื่องจากไม่ใช่ของเหลว จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเข้าเส้นเลือด
  • ปรับเปลี่ยนโครงหน้าได้ชัดเจน: สามารถกำหนดความนูนและความโค้งได้แม่นยำกว่าการฉีด

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า:

  1. การปรึกษาและวางแผน: แพทย์เฉพาะทางประเมินโครงสร้างกระดูก สแกนใบหน้า และเลือกขนาด/ทรงซิลิโคนให้เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจร่างกายพื้นฐานและทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความต้องการของผู้รับบริการ)
  4. เปิดแผลผ่าตัด:
  • เสริมหน้าผาก/ขมับ: ซ่อนแผลบริเวณไรผม (Hairline) เพื่อไม่ให้เห็นรอยแผลเป็นชัดเจน
  • เสริมแก้ม: ซ่อนแผลในช่องปาก
  1. วางซิลิโคน: แพทย์ทำการเลาะโพรงเพื่อวางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal) เพื่อให้ซิลิโคนยึดแน่น ไม่เคลื่อนที่
  2. เย็บปิดแผล: เย็บปิดแผลอย่างประณีตและพันผ้าเพื่อล็อกตำแหน่ง
ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ระยะเวลาเห็นผล: รูปหน้าเปลี่ยนทันทีหลังทำ แต่จะมีอาการบวมจากการผ่าตัด
  • การยุบตัว: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ และยุบสนิทจนเห็นทรงชัดเจนในช่วง 1-3 เดือน
  • ความยั่งยืน: ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตโดยไม่สลายตัว หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด:

  • การพันผ้า: ต้องพันผ้าล็อกตำแหน่งซิลิโคนไว้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด (ปกติ 3-5 วัน) ห้ามแกะออกเองเด็ดขาด
  • การนอน: นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อลดอาการบวม
  • การดูแลแผล: หากมีแผลภายนอก ให้เช็ดทำความสะอาดเบา ๆ หากแผลในปาก ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหลังทานอาหาร
  • การกระทบกระเทือน: ระวังการกระแทกบริเวณที่ทำผ่าตัดอย่างเคร่งครัดในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อป้องกันซิลิโคนเคลื่อน
  • อาหาร: งดอาหารแสลง ของหมักดอง และแอลกอฮอล์ เพื่อลดการอักเสบ

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรทราบ:

  • ภาวะแทรกซ้อน: อาจเกิดอาการบวมช้ำ เลือดคั่ง หรือการติดเชื้อได้ หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อยในการดูแลที่ถูกต้อง)
  • การเคลื่อนตัว: หากวางซิลิโคนไม่ถูกชั้น หรือเกิดการกระแทกแรง ๆ ในช่วงแรก อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่งได้
  • อาการชา: อาจมีอาการชาบริเวณหนังศีรษะหรือแก้มชั่วคราว เส้นประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีภาวะติดเชื้อในร่างกาย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที ต่อจุด
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักฟื้นที่บ้าน 3 – 5 วัน เพื่อประคบเย็นและลดบวม หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 2 สัปดาห์

9) ราคา

ราคาขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคน (สำเร็จรูป / สั่งผลิตเฉพาะบุคคล) และเทคนิคที่ใช้:

  • เสริมขมับ ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมหน้าผาก ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมแก้มส้ม ซิลิโคน:  35,000 บาท
  • เสริมขมับแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมหน้าผากแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมแก้มส้มแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท

(สามารถส่งภาพใบหน้าเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นผ่านช่องทางออนไลน์)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: หากต้องการผลลัพธ์ถาวรและแก้ปัญหาโครงสร้างกระดูกยุบตัวมาก ๆ การเสริมซิลิโคนตอบโจทย์กว่า แต่หากต้องการเติมเพียงเล็กน้อยและไม่อยากผ่าตัด ฟิลเลอร์จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

A: แผลเสริมหน้าผากและขมับจะซ่อนอยู่ในแนวไรผม (Hairline) เมื่อผมขึ้นคลุมและแผลหายสนิท จะสังเกตเห็นได้ยาก ส่วนแผลเสริมแก้มจะอยู่ในช่องปาก ไม่มีรอยแผลภายนอก

A: แพทย์วางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งเป็นชั้นลึกสุดและมีเนื้อเยื่อคลุมทับ ทำให้เนียนไปกับโครงหน้า ไม่เห็นขอบลอย

A: การเสริมขมับสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ แต่การเสริมหน้าผากหรือแก้ม หากคนไข้กังวล สามารถเลือกใช้วิธีดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อความราบรื่นในการผ่าตัด

A: ซิลิโคนเกรดการแพทย์ (Medical Grade) มีโอกาสเกิดการแพ้หรือต่อต้านจากร่างกายน้อยมาก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่ออยู่ในร่างกายมนุษย์

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants) Read More »

Scroll to Top