ปลูกผมเทคนิค FUE และ DHI

Table of Contents

การปลูกผม คือ อะไร?

การปลูกผม (Hair Transplantation) คือ การศัลยกรรมย้ายรากผมเพื่อแก้ไขปัญหาศีรษะล้าน-ผมบาง หลักการคือการย้าย “เซลล์รากผมที่แข็งแรง” จากบริเวณท้ายทอยและด้านข้างศีรษะ (Donor Area/Safe Zone) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทนทานต่อฮอร์โมน DHT (ฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วง) นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหา

การปลูกผม แบ่งการทำงานเป็น 2 ขั้นตอนหลัก:

  • FUE (Follicular Unit Excision): คือ ขั้นตอนการ “ย้ายรากผม” โดยแพทย์จะใช้เครื่องเจาะที่มีหัวเจาะขนาดเล็ก (Motorized punch) เจาะนำเซลล์รากผม (Graft) ที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอย (Donor Area) ออกมาทีละกอ วิธีนี้ทำให้ ไม่มีแผลเป็นแนวยาว เหมือนวิธี FUT (Follicular unit transplantation) สมัยก่อน
  • DHI (Direct Hair Implantation): คือ ขั้นตอนการ “ปลูกถ่าย” โดยนำกราฟต์ผมที่คัดแยกแล้ว ใส่เข้าไปในอุปกรณ์เฉพาะทางคล้ายปากกาที่เรียกว่า Implanter Pen แล้วปักลงไปบริเวณที่มีปัญหาผมบาง วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ลดการกระทบกระเทือนต่อเซลล์รากผมได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีการใส่ด้วย Forceps

สรุป: เป็นการย้ายรากผมที่กระทบกระเทือนน้อยที่สุด และปักลงไปอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้แนวผมที่ดูแน่นและเป็นธรรมชาติเสมือนผมจริง

การปลูกผม FUE/DHI เหมาะกับใคร?

บริการปลูกผม FUE และ DHI เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม: ทั้งรูปแบบเถิกเป็นตัว M (M-Shape), ผมบางกลางกระหม่อม หรือหน้าผากกว้างแต่กำเนิด
  • ผู้ที่ต้องการความหนาแน่นบริเวณแนวผม: ต้องการให้แนวผมดูแน่น (High Density) มากขึ้น
  • ผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็น: ไม่ต้องการให้มีแผลผ่ายาวที่ท้ายทอย ชอบตัดผมสั้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้า: ต้องการออกแบบ Hairline ใหม่ให้ใบหน้าดูสมส่วนและอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ผู้หญิงที่ผมบาง: ต้องการเพิ่มปริมาณผมบริเวณแสกกลาง แต่ต้องมีผมที่ Donor area ในปริมาณที่เพียงพอ

จุดเด่นของบริการนี้ (Benefits)

  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ (Natural Look): โดยแพทย์จะออกแบบแนวผมและปลูกผมในทิศทางและมุมที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ไร้แผลเย็บ (No Linear Scar): แผลด้านหลังเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ขนาดมิลลิเมตร ซึ่งสามารถปกปิดได้โดยการไว้ผมรองทรงอย่างน้อย เบอร์ 2
  • พักฟื้นสั้น (Fast Recovery): อาการเจ็บหลังผ่าตัดน้อย คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว

ขั้นตอนการทำ (Procedure / How it works)

กระบวนการปลูกผมดำเนินการโดยแพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด (ABHRS) ดังต่อไปนี้:

  1. ประเมินและออกแบบ (Hairline Design): แพทย์วิเคราะห์โครงหน้าและวาดแนว Hairline ร่วมกับคนไข้
  2. เตรียมความพร้อม (Preparation): ตัดแต่งผมบริเวณท้ายทอยและฉีดยาชา
  3. ขั้นตอน FUE (Extraction): แพทย์ทำการเจาะเก็บกราฟต์ผมจากด้านหลังทีละกอ
  4. คัดแยกกราฟต์ (Graft Sorting): นำกราฟต์ไปคัดแยกภายใต้กล้องจุลทรรศน์
  5. ขั้นตอน DHI (Implantation): บรรจุกราฟต์ลงใน Implanter Pen และปักลงบริเวณที่ต้องการทีละกอ
  6. ดูแลหลังทำ (Post-Op): ทำแผล สวมผ้ารัดศีรษะ และคนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันที

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

การปลูกผมเปรียบเสมือนการลงทุนระยะยาว โดยมีไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงดังนี้:

  • หลังทำทันที: เห็นแนวเส้นผมใหม่ชัดเจน อาจมีรอยแดงและสะเก็ดแผลเล็กน้อย
  • 1 – 3 เดือนแรก (Shock Loss): เส้นผมที่ปลูกจะร่วงหลุดไป (เป็นภาวะปกติ) แต่รากผมยังฝังอยู่
  • เดือนที่ 4 – 6: เส้นผมจริงชุดใหม่เริ่มงอกขึ้นมา เป็นเส้นเล็ก ๆ
  • เดือนที่ 12 ขึ้นไป: เห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ (Full Result) เส้นผมยาว แข็งแรง หนาแน่น และอยู่ถาวรตลอดไป

การดูแลตนเองหลังผ่าตัด (Post-operative care)

เพื่อให้กราฟต์ผมติดแน่นและแผลหายไว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ใส่ผ้ารัดศีรษะ: นอนหมอนสูงหรือใช้หมอนรองคอในช่วง 1-3 วันแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะถูกับหมอน ซึ่งทำให้กราฟต์หลุดได้
  • หลีกเลี่ยงการจับกราฟต์ที่ปลูกบ่อยๆ: ในช่วงสัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้กราฟต์หลุดและเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ
  • การสระผม: ห้ามเกาเด็ดขาดในช่วง 10 วันแรก ให้ใช้วิธีลูบเบา ๆ ตามที่คลินิกสอน
  • ระวังการกระทบกระเทือน: ระวังศีรษะชนของแข็ง และห้ามแกะสะเก็ดแผล
  • หลีกเลี่ยง: งดออกกำลังกายหนัก ว่ายน้ำ ซาวน่า และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วง 1 เดือนแรก

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

  • ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน (ต้องคุมระดับน้ำตาลได้ดี), ความดันโลหิตสูง หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบการแข็งตัวของเลือด
  • ข้อควรระวัง: สตรีมีครรภ์ควรงดเว้นการทำ และควรงดทานวิตามิน อาหารเสริม หรือยาละลายลิ่มเลือดก่อนทำ 1-2 สัปดาห์

เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 6 – 12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์) เนื่องจากเป็นงานละเอียดที่ต้องทำทีละเส้น
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักผ่อน 1-2 วันหลังทำ
  • การไปทำงาน: สามารถทำงานเอกสารหรือ work from home ได้ในวันรุ่งขึ้น (หากงานไม่ต้องใช้แรงกายหนักหรือใส่หมวกนิรภัย)

ราคา (Pricing)

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ใช้จริงในการปลูก (ประเมินโดยแพทย์):

  • Shaven FUE: กราฟต์ละ 59-69 บาท

รีวิวผู้ใช้จริง (Reviews / Before–After)


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ผมปลูกเป็นรากผมที่นำมาจากท้ายทอยที่ไม่ร่วงไปถึงแม้ว่าจะอายุมากขึ้น เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ได้ถึงแม้จะได้รับผลจากฮอร์โมน DHT ดังนั้นผมปลูก จึงอยู่ได้ตลอดชีวิต

A: เจ็บเฉพาะตอนฉีดยาชา โดยส่วนใหญ่คนไข้ให้คะแนนความเจ็บประมาณ 6-7 เต็ม 10 โดยระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเลย หากรู้สึกเจ็บให้แจ้งแพทย์ได้ เพื่อให้แพทย์เติมยาชาให้

A: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณหน้าผากในช่วง 2-3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบลง โดยแพทย์จะจ่ายยาที่ช่วยลดอาการบวมให้ด้วย

A: ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือก หากเป็นเทคนิค Shaven FUE จะต้องโกนผมด้านหลังหนังศีรษะ แต่ถ้าหากไม่สะดวกที่จะโกนผมด้านหลัง สามารถเลือกแบบ Non-Shaven (ไม่โกนผม) ได้

A: ในกรณีที่พื้นที่ที่มีปัญหาสามารถปลูกปิดทับได้ในครั้งเดียว และคนไข้รับประทานยาหรือทายาที่ช่วยรักษาเส้นผมที่มีอยู่ก่อนผ่าตัดให้คงอยู่ต่อไป ก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องปลูกเพิ่ม ส่วนในกรณีที่พื้นที่ที่ผมบางมีขนาดใหญ่มาก อาจจำเป็นต้องผ่าตัด 2 ครั้งขึ้นไปถึงจะปิดหมด โดยการผ่าตัดควรห่างกัน 8 เดือนขึ้นไป

Scroll to Top