ศัลยกรรมใบหน้า

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยวิธีการดูดไขมันเฉพาะจุด (Liposuction) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คาง (เหนียง) และกรอบหน้า ที่ยากต่อการลดด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่งจะทำการออกแบบแนวทางการดูดไขมันให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

1) การดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้า คืออะไร?

การดูดไขมันบริเวณใบหน้า (Facial Liposuction) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อนำเซลล์ไขมันส่วนเกินออกจากชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณใต้คาง (Submental) และตามแนวสันกราม (Jawline) โดยใช้เครื่องมือแพทย์และท่อขนาดเล็ก (Cannula) สอดเข้าไปเพื่อสลายและดูดไขมันออกมา

วิธีการนี้ช่วยแก้ปัญหา “คางสองชั้น” หรือ “กรอบหน้าไม่ชัด” ได้อย่างตรงจุด ทำให้รอยต่อระหว่างคอและใบหน้ามีความชัดเจนขึ้น ใบหน้าดูมีมิติและเล็กลง แตกต่างจากการฉีดสลายไขมันตรงที่เป็นการนำเซลล์ไขมันออกไปจากร่างกายในปริมาณที่เห็นผลชัดเจนกว่า

2) เหมาะกับใคร?

บริการดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้:

  • ผู้ที่มีเหนียงเยอะ: มีไขมันสะสมใต้คางมาก จนทำให้คางดูซ้อนกันเป็นชั้น
  • ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด: ไขมันบดบังแนวสันกราม ทำให้ใบหน้าและคอดูเชื่อมกัน
  • ผู้ที่มีแก้มห้อย: มีเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้มส่วนล่างเยอะ ทำให้หน้าดูหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่รูปร่างผอมแต่มีเหนียง: แม้น้ำหนักตัวน้อยแต่ยังมีไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลชัดเจน: ต้องการลดไขมันใบหน้าแบบเร่งด่วนและเห็นผลลัพธ์ได้ดีกว่าการฉีดสลายไขมันทั่วไป

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่บริการดูดไขมันหน้าได้รับความนิยม:

  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน: สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินในปริมาณที่ต้องการได้และเห็นผลแทบจะทันที
  • แผลขนาดเล็ก: รอยแผลมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร) และซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ยาก เช่น ใต้ติ่งหู หรือใต้คาง
  • ช่วยกระชับผิว: กระบวนการดูดไขมันบางเทคนิคช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทำมีความกระชับขึ้นร่วมด้วย
  • ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการให้บริการที่ฮารุคลินิก:

  1. ประเมินและวาดจุด: แพทย์ทำการวิเคราะห์ปริมาณไขมันและวาดตำแหน่ง ที่ต้องการดูดออกอย่างละเอียด
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ
  3. ใส่ยาชา (Tumescent): แพทย์ทำการฉีดยาชาผสมน้ำเกลือเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อระงับความรู้สึกและช่วยให้ไขมันแตกตัว
  4. ดูดไขมัน: แพทย์ใช้ท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปดูดไขมันตามแนวที่กำหนดด้วยความนุ่มนวล
  5. รีดน้ำและพันผ้า: รีดน้ำเกลือและไขมันที่ตกค้างออก เย็บปิดแผล และสวมผ้ารัดหน้า (Facial Band) ทันทีเพื่อลดบวมและล็อกทรง
ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: ปริมาณไขมันลดลงทันที แต่จะมีอาการบวมจากน้ำเกลือและยาชา
  • ระยะยุบบวม: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน: กรอบหน้าจะเริ่มชัดและเข้าที่สวยงาม (Settlement) ในช่วง 1-3 เดือน ผิวหนังจะค่อย ๆ กระชับเข้ารูป
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์: เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาเพิ่มจำนวนอีก ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานหากผู้รับบริการดูแลน้ำหนักตัวให้คงที่

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังดูดไขมัน เพื่อลดบวมและให้ผิวหนังกระชับเร็วขึ้น:

  • การสวมผ้ารัดหน้า (Facial Band): สำคัญมาก ควรใส่ตลอดเวลาในช่วง 3 วันแรก และใส่อย่างน้อยวันละ 8-12 ชั่วโมงในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อพยุงผิวให้แนบสนิทกับโครงหน้า
  • การดูแลแผล: ห้ามแผลโดนน้ำประมาณ 7 วัน จนกว่าจะตัดไหม ควรใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดการบวม
  • การนอน: ควรนอนหนุนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
  • ยา: รับประทานยาแก้อักเสบและลดบวมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

7) ข้อควรระวังและปัจจัยความเสี่ยง

ผู้รับบริการควรตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ:

  • ภาวะแทรกซ้อน: อาจเกิดรอยเขียวช้ำ (Bruising) หรืออาการบวม ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายได้เอง
  • ก้อนไตแข็ง: ช่วงแรกผิวหนังอาจรู้สึกเป็นคลื่นหรือมีก้อนไตแข็ง ๆ ใต้ผิว (Fibrosis) ซึ่งเกิดจากการสมานแผลภายใน สามารถนวดกระชับ (RF) เพื่อช่วยให้นิ่มลงได้หลังทำ 1 เดือน
  • อาการชา: อาจมีความรู้สึกชาบริเวณที่ดูดไขมัน ซึ่งจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหยุดยาก หรือมีภาวะติดเชื้อบริเวณใบหน้า

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน)
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องนอนพักที่คลินิก ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ แนะนำให้พักผ่อนที่บ้าน 1-2 วันแรกเพื่อประคบเย็นและลดการขยับใบหน้า

9) ราคา (Pricing)

ราคาการดูดไขมันที่ ฮารุคลินิก โคราช พิจารณาตามบริเวณและความยากง่ายของเคส:

  • ดูดไขมันเหนียง (Double Chin): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • ดูดไขมันกรอบหน้า (Jawline): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • เหมาทั่วหน้า (เหนียง + กรอบหน้า): ราคาพิเศษ 30,000 บาท ฟรีกระพุงแก้ม

(มีบริการติดตามผลและชุดทำแผลรวมในค่าบริการ กรุณาสอบถามโปรโมชั่นปัจจุบันทางช่องทางออนไลน์)

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ขั้นตอนการฉีดยาชาอาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ระหว่างที่ทำการดูดไขมัน ผู้รับบริการจะไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึง ๆ หรือสั่นสะเทือนบ้าง

A: หากผิวหนังมีความยืดหยุ่นดี ผิวจะค่อย ๆ หดกระชับเข้าหาโครงหน้าเอง และการใส่ผ้ารัดหน้าอย่างเคร่งครัดจะช่วยป้องกันผิวหย่อนคล้อยได้มาก

A: เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดออกไปแล้วจะไม่เพิ่มจำนวนขึ้นใหม่ แต่เซลล์ที่เหลืออยู่สามารถขยายขนาดได้หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก ๆ ดังนั้นควรควบคุมน้ำหนักหลังทำ

A: แผลเจาะมีขนาดเล็กมาก (เท่ารูมด) และซ่อนอยู่ในจุดซ่อนเร้น เช่น หลังใบหู หรือใต้คาง เมื่อแผลหายสนิท รอยจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น

A: การฉีดแฟตเหมาะกับการลดไขมันปริมาณน้อย ๆ และต้องทำซ้ำหลายครั้ง ส่วนการดูดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันเยอะและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในครั้งเดียว ทั้งนี้หากผู้รับบริการไม่ได้ควบคุมอาหารและน้ำหนักตัวขึ้นมากหลังจากทำการดูดไขมันแล้ว ไขมันก็อาจจะกลับมาได้

ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า (Facial Liposuction) Read More »

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคการย้ายเซลล์ไขมัน (Autologous Fat Transfer) ทั้งแบบ เติมเฉพาะจุด เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง และ เติมทั่วหน้า เพื่อสร้างมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ การเลือกใช้ไขมันของตนเองเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ในระยะยาว

1) การเติมไขมันหน้า คืออะไร? (What is it?)

การเติมไขมันหน้า (Facial Fat Grafting) คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ทำการย้ายเซลล์ไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสมในร่างกายของตนเอง (เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา) นำมาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและมีชีวิต แล้วนำกลับมาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยหรือตอบลึก

กระบวนการนี้ทำหน้าที่คล้ายการฉีดฟิลเลอร์ แต่เปลี่ยนจากสารสังเคราะห์เป็น “เซลล์ไขมันของตัวเอง” ซึ่งมีข้อดีคือร่างกายจะไม่ต่อต้าน นอกจากช่วยเติมเต็มปริมาตร (Volume) ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบแล้ว สเต็มเซลล์ในไขมันยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสดใสและสุขภาพดีขึ้น

2) เหมาะกับใคร?

บริการเติมไขมันหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าและผิวพรรณ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าตอบ หรือขมับลึก: ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุเกินจริง
  • ผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตา
  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน: ต้องการเสริมหน้าผากให้นูนสวย มีมิติ โดยไม่ใช้ซิลิโคน
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยรวม: ต้องการให้ใบหน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่แพ้สารสังเคราะห์: หรือไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเข้าสู่ร่างกาย

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่ควรพิจารณาการเติมไขมันที่ ฮารุคลินิก:

  • ความเป็นธรรมชาติสูง: เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของตนเอง สัมผัสจึงนิ่มนวล ไม่เป็นก้อนแข็ง และกลมกลืนไปกับผิวหน้า
  • ลดความเสี่ยงการแพ้: ร่างกายยอมรับเซลล์ไขมันได้ดี ไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
  • ฟื้นฟูผิวพรรณ: เซลล์ไขมันมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาวและเนียนละเอียดขึ้น
  • ปรับแต่งได้หลายบริเวณ: สามารถเลือกทำได้ทั้งแบบ เฉพาะจุด (เช่น ขมับ, ใต้ตา) หรือ ทั่วหน้า (Full Face) ในครั้งเดียว
  • อยู่ได้ยาวนาน: เมื่อเซลล์ไขมันติดและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดแล้ว จะสามารถคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

ลำดับขั้นตอนการให้บริการเติมไขมันหน้าเด็ก:

  1. ประเมินรูปหน้า: แพทย์เฉพาะทางวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนตำแหน่งที่จะเติมไขมัน (เฉพาะจุด หรือ ทั่วหน้า)
  2. ดูดไขมัน (Liposuction): แพทย์ทำการดูดไขมันจากบริเวณที่กำหนด (หน้าท้องหรือต้นขา) ด้วยความนุ่มนวลเพื่อรักษาสภาพเซลล์
  3. คัดแยกเซลล์ไขมัน: นำไขมันที่ได้มาปั่นแยกและกรอง (Centrifuge & Filtration) เพื่อคัดเฉพาะเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพและบริสุทธิ์
  4. ฉีดเติมเต็ม (Injection): แพทย์นำไขมันที่คัดแยกแล้ว มาฉีดเติมเต็มบริเวณใบหน้าตามแผนการรักษา โดยใช้เทคนิคการวางไขมันทีละชั้นเพื่อเพิ่มโอกาสการติดของเซลล์
  5. ดูแลหลังทำ: ปิดแผลขนาดเล็กและให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • หลังทำทันที: ใบหน้าจะดูเต็มอิ่มขึ้นทันที แต่อาจมีอาการบวมจากการทำหัตถการ
  • ระยะเวลายรัดแกน: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและเริ่มเข้าที่ใน 2-4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: ปกติไขมันที่ฉีดเข้าไปจะมีการสลายตัวประมาณ 30-50% ในช่วงแรก ส่วนที่เหลือ (ประมาณ 50-70%) จะทำการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดและกลายเป็นเนื้อเยื่อถาวรของใบหน้า โดยผลลัพธ์จะนิ่งและชัดเจนที่สุดหลังผ่านไป 3 เดือน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลหลังเติมไขมัน เพื่อให้ไขมันติดดีและอยู่ได้นาน:

  • ห้ามประคบเย็นบริเวณใบหน้า: ความเย็นอาจทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เซลล์ไขมันตายได้ง่าย (อนุโลมให้ประคบเย็นได้เฉพาะบริเวณที่ ดูดไขมัน ออกไป เช่น ต้นขา)
  • หลีกเลี่ยงการกดทับ: ห้ามนวดหน้า หรือนอนตะแคงทับบริเวณที่เติมไขมันในช่วง 1 เดือนแรก
  • ควบคุมน้ำหนัก: ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ร่างกายดึงไขมันที่เพิ่งเติมไปใช้เป็นพลังงาน
  • งดความร้อน: หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ซาวน่า หรืออยู่หน้าเตาร้อนจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ทานโปรตีนให้เพียงพอ: เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยให้เซลล์ไขมันแข็งแรง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยที่ผู้รับบริการควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการบวมช้ำ รอยเขียว หรือความไม่เรียบเนียนในบางจุด ซึ่งแพทย์จะทำการเกลี่ยให้เนียนที่สุด
  • ใครที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากจนไม่มีไขมันสะสมเพียงพอให้ดูดออกมาใช้ และสตรีมีครรภ์
  • การติดเชื้อ: แม้โอกาสเกิดน้อย แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของแผลทั้งจุดที่ดูดออกและจุดที่ฉีดเข้า
  • การยุบตัว: การติดของไขมันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บางรายอาจต้องมีการเติมซ้ำ (Retouch) หากไขมันสลายตัวไปมาก

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาหัตถการ: ใช้เวลาประมาณ 90 – 120 นาที (รวมขั้นตอนดูดไขมันและฉีด)
  • การพักฟื้น: แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน เนื่องจากจะมีอาการบวมช้ำมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ แต่สามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้หากไม่กังวลเรื่องรอยบวม

9) ราคา

ค่าบริการขึ้นอยู่กับขอบเขตบริเวณที่ทำ:

  • เติมไขมันเฉพาะจุด (1 บริเวณ): เริ่มต้น 15,000 บาท
  • เติมไขมันทั่วหน้า (Full Face เหมาทั่วหน้า): เริ่มต้น 45,000 บาทฃ
เติมไขมันหน้า (Fat Grafting)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เซลล์ไขมันส่วนที่รอดชีวิตและเชื่อมต่อกับเส้นเลือดได้แล้ว จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและอยู่ได้ยาวนานเหมือนไขมันปกติ อย่างไรก็ตาม การร่วงโรยตามวัยและน้ำหนักตัวที่ลดลงอาจส่งผลต่อปริมาตรไขมันในอนาคต

A: ขั้นตอนการดูดไขมันและการฉีดจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้รับบริการจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนฉีดยาชาและรู้สึกตึง ๆ ระหว่างทำ

A: นิยมใช้ไขมันจากบริเวณหน้าท้องหรือต้นขาด้านใน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมหนาแน่นและมีคุณภาพดี เหมาะแก่การนำมาปลูกถ่าย

A: อัตราการรอดชีวิตของไขมันขึ้นอยู่กับเทคนิคการเก็บและฉีดของแพทย์ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ หากพักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ หรือลดน้ำหนัก อาจทำให้ไขมันสลายตัวได้เร็วขึ้น

A: หากต้องการเติมเต็มหลายจุดทั่วใบหน้า การเติมไขมันจะคุ้มค่าและให้ผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่หากต้องการเติมเพียงจุดเล็ก ๆ หรือต้องการความแม่นยำสูง ฟิลเลอร์อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เติมไขมันหน้า (Fat Grafting) Read More »

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

ฮารุคลินิก โคราช ให้บริการศัลยกรรมปรับรูปหน้าด้วยการฝังวัสดุทางการแพทย์ (Implants) เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างกระดูกใบหน้าเดิมที่ไม่สมส่วน โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้าอย่างละเอียด เพื่อเลือกทรงและขนาดของซิลิโคนให้รับกับสัดส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

1) บริการนี้คืออะไร?

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ และแก้ม คือ การผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) เข้าไปวางเหนือบริเวณกระดูกเดิม เพื่อเพิ่มความนูนและความหนาของชั้นโครงสร้างใบหน้า ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากแบน ขมับตอบ หรือแก้มตอบ ให้กลับมาดูเต็มอิ่มและมีมิติ

การเสริมด้วยซิลิโคนมีความแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์หรือไขมัน คือ เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแบบถาวร วัสดุมีความคงตัวสูง ไม่ยุบหรือสลายไปตามกาลเวลา และให้สัมผัสที่เรียบเนียนคล้ายกระดูกจริง

2) เหมาะกับใคร? 

การศัลยกรรมเสริมซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา โครงสร้างใบหน้าชัดเจน ดังนี้:

  • ผู้ที่มีหน้าผากแบน ลาด หรือยุบตัว: ต้องการความนูนโค้งที่ชัดเจน
  • ผู้ที่มีขมับตอบลึกมาก: เห็นขอบกระดูกเบ้าตาชัดเจน จนทำให้ใบหน้าดูโทรมหรือแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีโหนกแก้มต่ำหรือหน้าแก้มแบน: ต้องการเพิ่มมิติให้แก้มดูยกกระชับแบบถาวร
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวร: ไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็มซ้ำบ่อย ๆ
  • ผู้ที่ต้องการสัมผัสเรียบเนียน: ต้องการให้หน้าผากหรือขมับเรียบเนียนเสมือนกระดูกจริง ไม่เป็นคลื่น

3) จุดเด่นของบริการนี้

เหตุผลที่หลายท่านเลือกศัลยกรรมเสริมซิลิโคนเพื่อปรับรูปหน้า:

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: บางคนอาจทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องคอยเติมซ้ำเหมือนหัตถการรูปแบบฉีด
  • รูปทรงคงที่: ซิลิโคนมีความคงตัวสูง ไม่ไหล ไม่ย้อย และไม่เปลี่ยนรูปเมื่อเวลาผ่านไป
  • ขอบซิลิโคนเรียบเนียน: ปัจจุบันมีการใช้เทคนิคเหลาตกแต่งขอบซิลิโคน หรือใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปคุณภาพสูง ทำให้รอยต่อแนบสนิทไปกับกระดูกเดิม
  • ลดความเสี่ยงการอุดตันเส้นเลือด: เนื่องจากไม่ใช่ของเหลว จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเข้าเส้นเลือด
  • ปรับเปลี่ยนโครงหน้าได้ชัดเจน: สามารถกำหนดความนูนและความโค้งได้แม่นยำกว่าการฉีด

4) ขั้นตอนการทำ

ลำดับขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมปรับรูปหน้า:

  1. การปรึกษาและวางแผน: แพทย์เฉพาะทางประเมินโครงสร้างกระดูก สแกนใบหน้า และเลือกขนาด/ทรงซิลิโคนให้เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ตรวจร่างกายพื้นฐานและทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความต้องการของผู้รับบริการ)
  4. เปิดแผลผ่าตัด:
  • เสริมหน้าผาก/ขมับ: ซ่อนแผลบริเวณไรผม (Hairline) เพื่อไม่ให้เห็นรอยแผลเป็นชัดเจน
  • เสริมแก้ม: ซ่อนแผลในช่องปาก
  1. วางซิลิโคน: แพทย์ทำการเลาะโพรงเพื่อวางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal) เพื่อให้ซิลิโคนยึดแน่น ไม่เคลื่อนที่
  2. เย็บปิดแผล: เย็บปิดแผลอย่างประณีตและพันผ้าเพื่อล็อกตำแหน่ง
ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ระยะเวลาเห็นผล: รูปหน้าเปลี่ยนทันทีหลังทำ แต่จะมีอาการบวมจากการผ่าตัด
  • การยุบตัว: อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ และยุบสนิทจนเห็นทรงชัดเจนในช่วง 1-3 เดือน
  • ความยั่งยืน: ซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตโดยไม่สลายตัว หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) ดูแลหลังทำ

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด:

  • การพันผ้า: ต้องพันผ้าล็อกตำแหน่งซิลิโคนไว้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด (ปกติ 3-5 วัน) ห้ามแกะออกเองเด็ดขาด
  • การนอน: นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อลดอาการบวม
  • การดูแลแผล: หากมีแผลภายนอก ให้เช็ดทำความสะอาดเบา ๆ หากแผลในปาก ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหลังทานอาหาร
  • การกระทบกระเทือน: ระวังการกระแทกบริเวณที่ทำผ่าตัดอย่างเคร่งครัดในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อป้องกันซิลิโคนเคลื่อน
  • อาหาร: งดอาหารแสลง ของหมักดอง และแอลกอฮอล์ เพื่อลดการอักเสบ

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ปัจจัยความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรทราบ:

  • ภาวะแทรกซ้อน: อาจเกิดอาการบวมช้ำ เลือดคั่ง หรือการติดเชื้อได้ หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อยในการดูแลที่ถูกต้อง)
  • การเคลื่อนตัว: หากวางซิลิโคนไม่ถูกชั้น หรือเกิดการกระแทกแรง ๆ ในช่วงแรก อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่งได้
  • อาการชา: อาจมีอาการชาบริเวณหนังศีรษะหรือแก้มชั่วคราว เส้นประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีภาวะติดเชื้อในร่างกาย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที ต่อจุด
  • การพักฟื้น: แนะนำให้พักฟื้นที่บ้าน 3 – 5 วัน เพื่อประคบเย็นและลดบวม หลังจากนั้นสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 2 สัปดาห์

9) ราคา

ราคาขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคน (สำเร็จรูป / สั่งผลิตเฉพาะบุคคล) และเทคนิคที่ใช้:

  • เสริมขมับ ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมหน้าผาก ซิลิโคน (Medical Grade):  35,000 บาท
  • เสริมแก้มส้ม ซิลิโคน:  35,000 บาท
  • เสริมขมับแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมหน้าผากแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท
  • เสริมแก้มส้มแบบหล่อเฉพาะบุคคละ (Customized Implant): 65,000 บาท

(สามารถส่งภาพใบหน้าเพื่อประเมินราคาเบื้องต้นผ่านช่องทางออนไลน์)

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: หากต้องการผลลัพธ์ถาวรและแก้ปัญหาโครงสร้างกระดูกยุบตัวมาก ๆ การเสริมซิลิโคนตอบโจทย์กว่า แต่หากต้องการเติมเพียงเล็กน้อยและไม่อยากผ่าตัด ฟิลเลอร์จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

A: แผลเสริมหน้าผากและขมับจะซ่อนอยู่ในแนวไรผม (Hairline) เมื่อผมขึ้นคลุมและแผลหายสนิท จะสังเกตเห็นได้ยาก ส่วนแผลเสริมแก้มจะอยู่ในช่องปาก ไม่มีรอยแผลภายนอก

A: แพทย์วางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งเป็นชั้นลึกสุดและมีเนื้อเยื่อคลุมทับ ทำให้เนียนไปกับโครงหน้า ไม่เห็นขอบลอย

A: การเสริมขมับสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ แต่การเสริมหน้าผากหรือแก้ม หากคนไข้กังวล สามารถเลือกใช้วิธีดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เพื่อความราบรื่นในการผ่าตัด

A: ซิลิโคนเกรดการแพทย์ (Medical Grade) มีโอกาสเกิดการแพ้หรือต่อต้านจากร่างกายน้อยมาก เนื่องจากเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่ออยู่ในร่างกายมนุษย์

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก ขมับ แก้ม (Facial Implants) Read More »

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation)

ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช เราเข้าใจดีว่าโครงหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่าง การศัลยกรรมเสริมคางจึงไม่ใช่แค่การเติมให้ยาวขึ้น แต่คือการ “ออกแบบ” เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าให้รับกับจมูกและหน้าผาก เพื่อผลลัพธ์ที่ดูดีและดูเป็นธรรมชาติสำหรับคุณ

1) การเสริมคาง คืออะไร?

การเสริมคาง (Chin Augmentation) คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อปรับแต่งรูปทรงของคาง โดยการใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ (Medical Grade Silicone) ใส่เข้าไปบริเวณคาง เพื่อแก้ไขปัญหาโครงหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูยาวขึ้น เรียวขึ้น และมีมิติมากขึ้น

การเสริมคางช่วยแก้ปัญหาหน้ากลม หน้าสั้น หรือคางถอย ทำให้สัดส่วนของใบหน้า (Golden Ratio) มีความสมดุล โดยแพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคสเพื่อให้เข้ากับฐานกระดูกเดิมของคนไข้มากที่สุด

2) เหมาะกับใคร?

การเสริมคางไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น: ทำให้ใบหน้าดูสั้น หรือดูกลมกว่าความเป็นจริง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางถอย: ปลายคางร่นไปด้านหลัง ทำให้คอและคางดูเชื่อมกัน ขาดมิติเมื่อมองด้านข้าง
  • ผู้ที่มีปัญหาคางตัด หรือคางบุ๋ม: ต้องการปรับทรงคางให้มนสวย หรือต้องการทรง V-Shape
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: ต้องการให้ใบหน้าดูสมส่วนและเรียวขึ้นโดยไม่ต้องตัดกราม

3) จุดเด่นของการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก

ทำไมต้องเลือกเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช? เราให้ความสำคัญกับ:

  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: เน้นการเหลาซิลิโคนเคสต่อเคส ไม่ดูเป็นก้อน หรือยาวแหลมจนเกินจริง
  • เทคนิคไร้รอยต่อ (Seamless): วางซิลิโคนแนบสนิทกับฐานกระดูก ลดโอกาสการเบี้ยวเอียง
  • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ศัลยกรรมพลาสติกและตกแต่งประเมินโครงหน้าอย่างละเอียดก่อนทำทุกเคส
  • เลือกตำแหน่งแผลได้: ทั้งเทคนิคแผลใน (ไร้รอยแผลเป็นภายนอก) และแผลนอก (ดูแลรักษาง่าย)

4) ขั้นตอนการทำ (Procedure)

เพื่อให้คุณมั่นใจและคลายกังวล ขั้นตอนการเสริมคางมีดังนี้:

  1. ประเมินและออกแบบ: แพทย์วิเคราะห์โครงหน้า เลือกทรงและขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม
  2. เตรียมความพร้อม: ทำความสะอาดใบหน้าและช่องปากอย่างละเอียด
  3. ระงับความรู้สึก: ฉีดยาชาเฉพาะที่ บริเวณคาง (คนไข้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเพียงช่วงฉีดยาชา)
  4. ดำเนินการผ่าตัด: แพทย์เปิดแผล (ในปากหรือใต้คางตามที่ตกลง) และวางซิลิโคนในตำแหน่งใต้เยื่อหุ้มกระดูก ล็อกให้แน่นเพื่อป้องกันการเคลื่อน
  5. เย็บปิดแผล: เย็บแผลด้วยความประณีต
  6. ตรวจสอบความเรียบร้อย: ปิดพลาสเตอร์ล็อกตำแหน่ง และแนะนำการดูแลตัวเองก่อนกลับบ้านได้ทันที
ขั้นตอนการทำ (Procedure)

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Results)

  • หลังทำทันที: จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปคาง แต่จะยังมีอาการบวมจากยาชาและการผ่าตัด
  • ระยะเวลายุบบวม: อาการบวมจะค่อยๆ ลดลงชัดเจนในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน: ซิลิโคนจะรัดแกนและเข้าที่สวยงามเต็มที่  ในช่วง 1-3 เดือน
  • ความคงทน: เป็นการศัลยกรรมถาวร ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

6) การดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลตัวเองหลังเสริมคาง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการอักเสบ:

  • การประคบ: ประคบเย็นในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป
  • การนอน: ควรนอนหมอนสูงในช่วง 3-5 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ความสะอาด: หากทำ แผลใน ต้องบ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนหลังทานอาหารทุกมื้อ หากทำ แผลนอก ต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรก
  • อาหาร: งดของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ข้อควรระวัง: ห้ามเท้าคาง กระแทก หรือขยับซิลิโคนเล่นในช่วงที่ยังไม่เข้าที่

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง (Safety)

แม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด:

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอาการช้ำ บวม หรือการติดเชื้อได้หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี (พบได้น้อย)
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่แนะนำให้หยุดพักงาน 1-2 วันเพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อปากและคาง

9) ราคา (Pricing)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้:

  • เสริมคางแผลนอก ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  20,000 บาท
  • เสริมคางแผลใน ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  25,000 บาท
  • เสริมคางหล่อเฉพาะบุคคล ซิลิโคนเกรดพรีเมียม (Premium USA/Korea – นิ่มพิเศษ):  65,000 บาท
  • งานแก้คาง (Revision Case): เริ่มต้น 25,000 บาท

(กรุณาทักแชทหรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แน่นอนและโปรโมชั่นประจำเดือน)

ราคาการเสริมคางที่ ฮารุคลินิก โคราช ขึ้นอยู่กับเกรดซิลิโคนและเทคนิคที่เลือกใช้

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: จะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาชา หลังจากนั้นระหว่างผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บครับ อาจมีความรู้สึกตึงๆ บ้างเล็กน้อย

A: แผลใน (ผ่าตัดในช่องปาก) ข้อดีคือไม่เห็นรอยแผลเป็นภายนอก แต่ต้องดูแลความสะอาดช่องปากเป็นพิเศษ แผลนอก (ใต้คาง) ดูแลแผลได้ง่ายกว่า ลดโอกาสติดเชื้อจากน้ำลาย แต่อาจมีรอยแผลเล็กๆ จางๆ ใต้คางครับ

A: สามารถทำได้ครับ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษา หรือทำในช่วงที่ฟันเริ่มเข้าที่แล้ว เพื่อความแม่นยำของรูปหน้า

A: ซิลิโคนที่ใช้เป็น Medical Grade สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องเปลี่ยน หากไม่มีปัญหาแทรกซ้อน

A: ในช่วง 1-3 วันแรก แนะนำให้ทานอาหารอ่อน รสไม่จัด และเคี้ยวง่าย เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อคางครับ

สนใจศัลยกรรมปรับรูปหน้า ปรึกษาเสริมคางที่ฮารุคลินิก โคราช ปรึกษาออนไลน์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ศัลยกรรมเสริมคาง (Chin Augmentation) Read More »

ศัลยกรรมตัดปีกจมูก (Alarplasty) 

ที่ ฮารุคลินิก โคราช เราให้ความสำคัญกับความสมดุลของใบหน้า การตัดปีกจมูกไม่ใช่แค่การทำให้เล็กลงที่สุด แต่คือการออกแบบให้รับกับสันจมูกและรูปหน้าโดยรวม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และซ่อนรอยแผลอย่างประณีต

1) การตัดปีกจมูก คืออะไร? 

การตัดปีกจมูก (Alarplasty) คือ ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อลดความกว้างของปีกจมูกและปรับขนาดรูจมูกให้เล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อปีกจมูกเยอะ หรือปีกจมูกบานออกด้านข้าง ทำให้จมูกดูใหญ่และใบหน้าขาดมิติ

ตัดปีกจมูกช่วยอะไร?

การผ่าตัดนี้จะช่วยให้ฐานจมูกดูแคบลง ส่งผลให้สันจมูกดูโด่งและเรียวขึ้นโดยอัตโนมัติ ช่วยแก้ปัญหาหน้าดูแบนหรือจมูกดูโต ให้ใบหน้าดูหวานและละมุนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2) เหมาะกับใคร?

การตัดปีกจมูก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา เรื่องโครงสร้างจมูกส่วนล่าง ดังนี้:

  • คนที่มีปีกจมูกบาน: ปีกจมูกกางออกด้านข้างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาแสดงสีหน้าหรือยิ้ม
  • คนที่มีรูจมูกกว้าง: รูจมูกใหญ่ หรือรูจมูกไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม
  • คนที่มีเนื้อปีกจมูกหนา: ทำให้จมูกดูเทอะทะ ไม่เรียว
  • คนที่เสริมจมูกแล้วแต่ยังดูไม่เรียว: บางครั้งการเสริมซิลิโคนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การตัดปีกร่วมด้วยจะช่วยให้ทรงสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

3) จุดเด่นของการตัดปีกจมูกที่ ฮารุคลินิก

ทำไมต้องเลือกตัดปีกจมูกที่ฮารุคลินิก โคราช?

  • เทคนิคซ่อนรอยแผล (Hidden Scar): แพทย์เย็บเก็บรอยแผลไว้บริเวณร่องพับปีกจมูก ทำให้รอยแผลเนียนไปกับผิวตามธรรมชาติ สังเกตเห็นได้ยาก
  • ออกแบบเคสต่อเคส: ไม่ตัดจนลีบแบน แพทย์จะประเมินการหายใจและความสมดุลเป็นหลัก
  • หายใจได้สะดวกปกติ: เน้นความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชันการใช้งาน ไม่กระทบทางเดินหายใจ

4) ขั้นตอนการทำ

  1. ปรึกษาและออกแบบ: แพทย์ประเมินเนื้อจมูก วัดสัดส่วน และตกลงทรงที่ต้องการกับคนไข้
  2. เตรียมบริเวณผ่าตัด: ทำความสะอาดใบหน้าและโพรงจมูกเพื่อฆ่าเชื้อ
  3. ระงับความรู้สึก: ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณปีกจมูก (เจ็บนิดเดียวตอนฉีดยา)
  4. ทำการผ่าตัด: แพทย์จะตัดแต่งเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและจัดทรงปีกจมูกใหม่ ตามเทคนิคที่วางแผนไว้
  5. เย็บแผล: เย็บปิดแผลด้วยความละเอียดประณีต เพื่อให้รอยเย็บนั้นเรียบเนียนที่สุด
  6. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดแผล และรับยาพร้อมคำแนะนำการดูแลตัวเอง

5) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • เห็นผลทันที: รูปทรงจมูกจะดูแคบลงทันทีหลังทำเสร็จ
  • ระยะเวลาตัดไหม: ปกติจะนัดตัดไหมในช่วง 7–14 วัน
  • เข้าที่สมบูรณ์: อาการบวมจะลดลงจนเป็นปกติ และรอยแผลจางลงจนแทบมองไม่เห็นในช่วง 1–3 เดือน
  • ผลลัพธ์: ได้ทรงจมูกที่เรียวขึ้น รูจมูกสวยขึ้น และอยู่ได้ถาวร

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare)

ข้อควรรู้และการดูแลหลังตัดปีกจมูก เพื่อให้แผลสวยและหายไว:

  • การทำความสะอาด: ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผลเบาๆ เช้า-เย็น ห้ามให้แผลโดนน้ำประปาในช่วง 3-7 วันแรก
  • การขยับปาก: พยายามงดการยิ้มกว้าง หัวเราะแรง หรืออ้าปากกว้างเกินไปในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันแผลปริ
  • อาหาร: งดอาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อลดการบวมและคันแผล
  • ยา: ทานยาแก้อักเสบและลดบวมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • แผลเป็น: เมื่อแผลแห้งสนิท สามารถทายาลดรอยแผลเป็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดรอยแผลเป็นนูน (คีย์ลอยด์) ได้ในบางรายขึ้นอยู่กับสภาพผิว แต่สามารถป้องกันและรักษาได้
  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรตัดปีกจมูกออกมากเกินไปจนรูจมูกตีบแคบ เพราะอาจส่งผลต่อการหายใจได้ (แพทย์ที่ฮารุคลินิกจะให้ความสำคัญจุดนี้มาก)
  • ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ: ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือมีประวัติเป็นแผลเป็นนูนง่าย

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: ใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที
  • การพักฟื้น: ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก ทำเสร็จสามารถขับรถกลับบ้านได้
  • การทำงาน: สามารถไปทำงานได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น (อาจมีพลาสเตอร์ปิดแผลเล็กน้อย) หรือหากต้องการพัก แนะนำพัก 1-2 วัน

9) ราคา (Pricing)

ราคาการตัดปีกจมูกที่ ฮารุคลินิก โคราช เน้นความคุ้มค่าและโปร่งใส:

  • ราคาตัดปีกจมูก (Alarplasty): เริ่มต้น 15,000 บาท

(ราคานี้รวมค่ายาและชุดทำแผลแล้ว กรุณาทักแชทเพื่อเช็กโปรโมชั่นล่าสุด)

10) คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เจ็บเฉพาะตอนฉีดยาชาครับ หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเลย

A: ทำได้และแนะนำให้ทำพร้อมกัน การทำพร้อมกันจะช่วยให้ทรงจมูกออกมาสวยสมบูรณ์แบบในครั้งเดียว และเจ็บตัวครั้งเดียว ดูแลรักษาทีเดียว

A: การตัดปีกจมูกเป็นการตัดเนื้อเยื่อออกถาวร ปีกจมูกจะไม่กลับมาบานเท่าเดิมแน่นอน

A: แพทย์จะซ่อนรอยแผลไว้ที่ร่องแก้มและร่องปีกจมูก (Alar crease) เมื่อหายดีแล้ว รอยแผลจะกลมกลืนไปกับรอยพับผิวหนังตามธรรมชาติ

A: สามารถแต่งหน้าเว้นบริเวณแผลได้ทันทีครับ ส่วนบริเวณแผลแนะนำให้รอตัดไหมและแผลแห้งสนิทก่อน (ประมาณ 1-2 สัปดาห์)

ศัลยกรรมตัดปีกจมูก (Alarplasty)  Read More »

ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty)

การเสริมจมูกไม่ใช่เพียงการเพิ่มความสูงของสันจมูกเท่านั้น แต่คือศิลปะการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างสมดุล (Facial Harmony) ให้กับใบหน้าในทุกองศา ไม่ว่าจะเป็นมุมหน้าตรง มุมข้าง หรือมุมเสย ที่ฮารุคลินิก เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างเดิมของคนไข้แบบ Case-by-Case เพื่อผลลัพธ์ที่ดูสวยและเป็นธรรมชาติ

1) บริการศัลยกรรมเสริมจมูกคืออะไร? (What is Rhinoplasty)

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดตกแต่งรูปทรงจมูกเพื่อความสวยงามและ/หรือการแก้ไขการใช้งาน โดยที่ฮารุคลินิกเรามีเทคนิคที่ครอบคลุมทุกปัญหาโครงสร้าง ดังนี้:

  • เทคนิค Closed Rhinoplasty: การเปิดแผลจากด้านในรูจมูกเพียงด้านเดียว ข้อดีคือไม่มีรอยแผลเป็นภายนอก บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานจมูกดีอยู่แล้วและต้องการเพิ่มความโด่ง
  • เทคนิค Open Reconstruction: การเปิดแผลบริเวณฐานจมูกเพื่อปรับโครงสร้างทั้งหมด เหมาะสำหรับเคสที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น จมูกสั้นมาก จมูกฮัมพ์สูง หรือต้องการยืดปลายด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกและกระดูกอ่อนหลังหู

วัสดุที่เลือกใช้:

  • ซิลิโคน (Medical Grade): เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง บิดได้ (Squeezable) ดูเป็นธรรมชาติ
  • เนื้อเยื่อหลังหู / กระดูกอ่อนหลังหู: ใช้สำหรับรองปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุและทำให้ปลายจมูกดูละมุน (Drop Tear)
  • เนื้อเยื่อเทียม (ADM): วัสดุสังเคราะห์ที่เลียนแบบเนื้อเยื่อจริง ช่วยเพิ่มความหนาให้ผิวหนังปลายจมูกในเคสที่ผิวบาง
  • TNR mesh: โครงสร้างเทียมจากวัสดุสังเคราะห์ย่อยสลายได้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างจมูก

2) ศัลยกรรมเสริมจมูกเหมาะกับใคร? (Who is it for?)

บริการนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาทางลักษณะกายภาพ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีดั้งจมูกน้อย (Flat Bridge): ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ ตาดูห่าง
  • ผู้ที่มีปลายจมูกใหญ่ (Bulbous Tip): หรือทรงจมูกชมพู่ที่ต้องการให้จมูกดูเรียวเล็กและคมชัดขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาฮัมพ์สูง (Nasal Hump): มีกระดูกนูนบริเวณสันจมูก ทำให้ใบหน้าดูดุหรือดูแข็งเกินไป
  • ผู้ที่มีภาวะจมูกสั้น (Short Nose): ต้องการยืดปลายจมูกให้ยาวขึ้นเพื่อให้หน้าดูสมส่วน
  • เคสงานแก้ (Revision Case): ผู้ที่เคยเสริมมาแล้วแต่ไม่พอใจในรูปทรง มีปัญหาซิลิโคนเอียง หรือเสี่ยงต่อการทะลุ

3) จุดเด่นของบริการศัลยกรรมเสริมจมูก (Benefits)

  • ออกแบบตามหลัก Golden Ratio: แพทย์จะวัดสัดส่วนใบหน้าเพื่อออกแบบทรงจมูกที่ช่วยดึงจุดเด่นของตาและปากออกมาให้ชัดเจนที่สุด
  • เทคนิคการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูก: ช่วยให้ซิลิโคนยึดเกาะได้ดี ไม่โยกเยก และดูเนียนไปกับฐานกระดูกเดิม ไม่เห็นเป็นขอบแท่ง
  • เทคนิคOpen: เป็นการแก้ไขโครงสร้างของจมูก เพื่อช่วยทั้งเรื่องฟังก์ชั่นและความสวยงาม ได้ทรงจมูกพุ่งอย่างเป็นธรรมชาติ
  • การดูแลที่ใส่ใจ: ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น การผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว (Follow-up)

4) ขั้นตอนการทำศัลยกรรมเสริมจมูก (Procedure)

  1. Consultation: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเนื้อจมูก ความยืดหยุ่น และเลือกทรงที่ต้องการ (เช่น ทรงสโลปปลายพุ่ง, ทรงบาร์บี้)
  2. Design & Cleansing: แพทย์วาดแนวก่อนผ่าตัดและทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. Anesthesia: การระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะจุด (หรือการดมยาสลบในเคส Open)
  4. The Surgery: เริ่มการผ่าตัดตามเทคนิคที่เลือก วางซิลิโคนหรือปรับโครงสร้างกระดูกอ่อน
  5. Stitching & Splinting: เย็บแผลด้วยไหมละลายหรือไหมเล็กพิเศษ และใส่เฝือกเพื่อล็อกทรงจมูกไม่ให้เคลื่อนที่
  6. Recovery: พักฟื้นในห้องรับรองประมาณ 30 นาทีเพื่อสังเกตอาการก่อนกลับบ้าน

5) ผลลัพธ์ศัลยกรรมเสริมจมูกที่คาดหวัง (Results)

  • 1-3 วันแรก: จะมีความบวมช้ำบริเวณรอบดวงตาและสันจมูก ซึ่งเป็นอาการปกติ
  • 7 วัน: ตัดไหม (ถ้ามี) และถอดเฝือกออก จะเริ่มเห็นทรงจมูกที่ชัดเจนขึ้น
  • 1 เดือน: อาการบวมลดลงกว่า 80% จมูกเริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • 3-6 เดือน: จมูกรัดแกนสมบูรณ์ เส้นแนวสันจมูกชัดเจน ปลายจมูกอ่อนนุ่มลง และเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ถาวร

6) ดูแลหลังทำ (Aftercare) – “ข้อควรรู้หลังทำศัลยกรรมเสริมจมูก“

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดคราบเลือดบริเวณแผล ให้แผลสะอาด เห็นฝีเย็บ ไม่มีคราบเลือดเกาะ
  • การประคบ: ประคบเย็นรอบๆ จมูกและหน้าผากใน 2 วันแรก จากนั้นเริ่มประคบอุ่นในวันที่ 4 เพื่อลดรอยช้ำ
  • ท่านอน: ควรนอนหนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่ง) เพื่อลดอาการบวมในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดพฤติกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ การยกของหนัก และการออกกำลังกายที่ทำให้หน้าแดงหรือมีความดันสูง

7) ความปลอดภัยและข้อควรระวังของศัลยกรรมเสริมจมูก (Safety)

  • การเตรียมตัว: งดยาวิตามิน อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Fish Oil) 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ที่มีการติดเชื้อในโพรงจมูก หรือมีสิวอักเสบรุนแรงบริเวณจมูก ควรรักษาให้หายก่อนรับบริการ
  • มาตรฐาน: ฮารุคลินิกเลือกใช้ซิลิโคนแกะมือ (Customized) เพื่อให้พอดีกับฐานกระดูกของแต่ละคน ลดความเสี่ยงการกดทับเส้นเลือดและการทะลุ

8) เวลาในการทำ / พักฟื้น ศัลยกรรมเสริมจมูก (Recovery)

  • ระยะเวลาการผ่าตัด: 45 – 60 นาทีสำหรับเทคนิค Closed/Semi-Open และ 4-5 ชั่วโมงสำหรับเทคนิค Open
  • การพักฟื้น: สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ 3-5 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีฝุ่นหรือควันเยอะ

9) ราคาศัลยกรรมเสริมจมูก (Pricing)

  • เสริมจมูกใหม่ (Silicone Premium): เริ่มต้น ฿15,000
  • เสริมจมูก + รองปลายเนื้อเยื่อหลังหู: เริ่มต้น ฿25,000
  • เทคนิค Open Reconstruction: เริ่มต้น ฿79,000
  • งานแก้จมูก (ขึ้นอยู่กับความยากง่าย): สอบถามประเมินราคาฟรี
  • หมายเหตุ: ราคารวมค่ายาพื้นฐานและการติดตามผลแล้ว

10) คำถามศัลยกรรมเสริมจมูกที่พบบ่อย (FAQ)

A: เราเลือกใช้ซิลิโคนทางการแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.

A: ส่วนใหญ่บวมมากในช่วง 2-3 วันแรก และจะเริ่มยุบลงจนสามารถแต่งหน้าไปทำงานได้ในวันที่ 5-7 

A: หากฮัมพ์สูงเกินไป แพทย์จะแนะนำให้ตะไบ (Rasping) เพื่อให้ซิลิโคนแนบไปกับฐานจมูก ป้องกันการเคลื่อนและเบี้ยวเอียง

A: ควรงดอย่างน้อย 1 เดือนครับ เพราะอาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้แผลหายช้าลง

A: หลังจากตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ในช่วงแรกควรซับหน้าให้แห้งเบาๆ

A: ทานได้ครับ แพทย์จะจัดยาแก้ปวดและลดบวมให้หลังการผ่าตัดอยู่แล้ว

A: แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือน เพื่อให้เนื้อเยื่อจมูกสมานตัวดีก่อน

ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty) Read More »

ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift / Rhytidectomy)

ศัลยกรรมดึงหน้า คือ อะไร? 

ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift) หรือทางการแพทย์เรียกว่า Rhytidectomy คือ การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงและดูอ่อนเยาว์ลง โดยหัวใจสำคัญคือการจัดการกับชั้นกล้ามเนื้อระดับลึกที่เรียกว่า SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่พยุงผิวหน้า

  • Deep Plane Face Lift คืออะไร: เป็นเทคนิคขั้นสูงที่แพทย์จะเลาะเข้าไปในชั้นลึกกว่า SMAS เพื่อยกกระชับทั้งผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน เหมาะสำหรับโครงสร้างหน้าคนเอเชียที่มีชั้นไขมันหนาและกระดูกโหนกแก้มชัด
  • ต่างจากร้อยไหมอย่างไร: การดึงหน้าให้ผลลัพธ์ที่ถาวรกว่าและแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยรุนแรงได้ดีกว่าการร้อยไหมหรือทำเครื่องยกกระชับทั่วไป

เหมาะกับใคร? 

บริการนี้ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึกชัดเจน เช่น ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย ผิวหน้าหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง
  • ผู้ที่มีหนังคอเหี่ยวย่น หรือกรอบหน้า (Jawline) ไม่ชัดเจน
  • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก (Brow Ptosis)
  • ผู้ที่เคยร้อยไหมหรือทำ HIFU/Ulthera แล้วไม่เห็นผลชัดเจนเท่าที่ควร

จุดเด่นของบริการดึงหน้าที่ฮารุคลินิก โคราช

  • เทคนิคเฉพาะสำหรับคนเอเชีย (Asian Face Lift): เราเข้าใจความแตกต่างทางกายวิภาคของคนเอเชียที่มีผิวหนาและชั้นไขมันหนักกว่าชาวตะวันตก แพทย์จึงเลือกใช้เทคนิค Deep Plane หรือ High-SMAS เพื่อการยกกระชับที่เห็นผลจริงและเติมเต็มวอลลุ่มให้หน้าดูเด็ก ไม่ใช่แค่ดึงให้ตึง
  • ซ่อนแผลเนียน (Short-Scar Technique): เน้นเทคนิคแผลเล็ก ซ่อนรอยแผลบริเวณไรผมหรือหน้าหู ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก
  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: ไม่ดึงจนหน้าหลอก หรือตาชี้ (Windblown look) เน้นการคืนความอ่อนเยาว์ในแบบที่เป็นคุณ
  • ดูแลครบวงจร: สามารถทำร่วมกับการดึงคอ (Neck Lift) หรือดึงหน้าผาก (Brow Lift) เพื่อความสมบูรณ์แบบทั่วใบหน้า

ขั้นตอนการทำ

  1. ประเมินโครงสร้างใบหน้า: แพทย์จะวิเคราะห์ความหย่อนคล้อยและออกแบบทิศทางการดึง (Vector) ให้เหมาะสม (เช่น การดึงแนวตั้ง Oblique-vertical เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าในส่วนแก้ม)
  2. เตรียมความพร้อมและระงับความรู้สึก: ทำความสะอาดใบหน้าและใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยากล่อมประสาท หรือดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ (ตามความเหมาะสม)
  3. ทำการผ่าตัด: แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กตามแนวที่ซ่อนไว้ เลาะชั้น SMAS ในระดับลึก และตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินออก
  4. เย็บปิดแผล: เย็บปิดหลายชั้น และเย็บด้วยไหมละเอียดพิเศษเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็น
  5. พักฟื้น: นอนพักสังเกตอาการ และสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • เห็นผลทันที: โครงหน้ายกกระชับขึ้นทันทีหลังทำ (แม้จะมีความบวมอยู่บ้าง)
  • เข้าที่สวยงาม: อาการบวมจะยุบลงและเห็นทรงหน้าชัดเจนในช่วง 1-3 เดือน
  • อยู่ได้นาน: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนาน 5–10 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิม) ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยจริงประมาณ 10 ปี

การดูแลหลังตนเองหลังการผ่าตัด

ข้อควรรู้หลังทำศัลยกรรมดึงหน้า:

  • ประคบเย็น: ในช่วง 3 วันแรกเพื่อลดบวม หลังจากนั้นประคบอุ่นเพื่อลดอาการช้ำ
  • ใส่ผ้ารัดหน้า (Face support): ควรใส่อย่างเคร่งครัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อพยุงกล้ามเนื้อและลดบวม
  • ท่านอน: นอนหนุนหมอนสูงในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวม
  • การทำความสะอาด: มาทำแผลที่คลินิกในช่วง 3-5 วันแรก และระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 7 วัน (ใช้การเช็ดหน้าแทน)
  • งดกิจกรรม: งดออกกำลังกายหนัก งดสูบบุหรี่ และงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

  • ความเสี่ยงทั่วไป: อาจเกิดรอยช้ำ (Bruising) หรือบวม (Swelling) ซึ่งเป็นเรื่องปกติและหายได้เอง
  • ภาวะแทรกซ้อน: โอกาสเกิดเลือดคั่ง (Hematoma) มีน้อยมากหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีการหยุดเลือดอย่างถูกวิธี
  • ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง: สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคหัวใจรุนแรง หรือผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

เวลาในการทำ / พักฟื้น

  • ระยะเวลาผ่าตัด: 4 – 6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ทำ เช่น ดึงหน้าส่วนล่าง หรือ ดึงหน้า+ดึงคอ)
  • พักฟื้น: แนะนำให้ลางานพักผ่อนประมาณ 5 – 7 วัน สามารถตัดไหมได้ใน 7 – 10 วัน และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ใน 2 สัปดาห์

ราคา (Pricing)

(ราคาประเมินเบื้องต้น กรุณาสอบถามโปรโมชั่นปัจจุบัน)

  • Mini Face lift (ดึงหน้าแผลเล็ก): เริ่มต้น 35,000 บาท
  • Face Lift (ดึงหน้าเฉพาะจุด): เริ่มต้น 55,000 บาท
  • Full Face Lift (ดึงหน้าทั่วหน้า): เริ่มต้น 27550,000 บาท
  • รวมค่ายา ชุดทำแผล และการติดตามผลแล้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการใช้ยาชาหรือยาสลบ หลังทำอาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือปวดหน่วงๆ บ้าง ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้

A: จากงานวิจัยล่าสุด การดึงชั้น Deep Plane เหมาะกับคนเอเชียที่มีผิวหน้าหนาและหนัก ช่วยให้การยกกระชับทำได้ดีกว่า ยั่งยืนกว่า และดูเป็นธรรมชาติกว่าการดึงแค่ผิวชั้นบน

A: เราใช้เทคนิคซ่อนแผล (Short-scar หรือ Invisibility technique) โดยซ่อนไว้ตามแนวไรผมและรอยพับหน้าหู เมื่อแผลหายดีแล้วแทบจะสังเกตไม่เห็น

A: การดึงหน้าคือการย้อนวัยกลับไป แต่กระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติยังคงดำเนินต่อไป โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 5-10 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและยาวนานที่สุดในบรรดาหัตถการย้อนวัย

A: สามารถทำได้ครับ (Combined procedures) การทำพร้อมกันจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างสมบูรณ์แบบ และเจ็บตัวพักฟื้นทีเดียวจบครับ

ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift / Rhytidectomy) Read More »

Scroll to Top