PRP รักษาผมร่วง-ผมบาง: ตัวช่วย “บำรุง” เส้นผม ที่อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน

Table of Contents

ในยุคที่เทคโนโลยีการรักษาผมร่วงพัฒนาไปไกล นอกจากยาและการผ่าตัดปลูกผมแล้ว PRP (Platelet-Rich Plasma) กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจหลักการทำงาน และความคาดหวังที่ถูกต้องว่า PRP ช่วยอะไรได้บ้าง และอะไรที่มันช่วยไม่ได้

PRP คืออะไร? ทำงานอย่างไรกับเส้นผม?

PRP (Platelet-Rich Plasma) คือ เกร็ดเลือดเข้มข้นที่สกัดมาจากเลือดของตัวคนไข้เอง ในเกร็ดเลือดนั้นอุดมไปด้วย Growth Factors หลากหลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “ปุ๋ยชั้นดี” หรือสารอาหารเข้มข้น

หลักการคือ เมื่อเราฉีด PRP กลับเข้าไปที่บริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหา Growth Factors เหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์รากผม (Hair Follicle) ให้ตื่นตัว ซ่อมแซมตัวเอง และยืดระยะเวลาวงจรชีวิตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น ผลที่ได้คือรากผมแข็งแรงขึ้น เส้นผมที่เคยลีบบางกลับมาหนาตัวขึ้น และหลุดร่วงน้อยลง

ขั้นตอนการทำ PRP

กระบวนการทำไม่ซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก:

ฉีดกลับ: แพทย์นำส่วนที่เป็น PRP สีเหลืองทอง มาฉีดลงบนหนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมบาง
จาะเลือด: แพทย์จะเจาะเลือดจากข้อพับแขนของคนไข้ (ปริมาณประมาณ 10-20 cc แล้วแต่หลอดเก็บเลือด)
ปั่นแยก: นำเลือดไปปั่นในเครื่องเหวี่ยงสาร (Centrifuge) ด้วยความเร็วและเวลาที่เหมาะสม เพื่อแยกเกร็ดเลือดเข้มข้นออกจากเม็ดเลือดแดงและน้ำเลือดส่วนเกิน

คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน?

นี่คือส่วนสำคัญที่คนไข้ต้องทำความเข้าใจ PRP ไม่ใช่ยาวิเศษที่สามารถเสกหัวที่ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง ให้กลับมาดกดำหนาเหมือนวัยรุ่นได้

ในทางการแพทย์ PRP เหมาะสำหรับการ “Maintenance” (การคงสภาพและฟื้นฟู) มากกว่าการ “Reverse” (การย้อนกลับ) กล่าวคือ:

  • PRP ช่วยได้: ในกรณีที่รากผมยังไม่ตาย แต่มีความอ่อนแอ เส้นเล็กลง หรืออยู่ในภาวะพักตัว การฉีดจะช่วยกระตุ้นให้รากผมเหล่านั้นกลับมาผลิตเส้นผมที่หนาและแข็งแรงขึ้น ชะลอการหลุดร่วง
  • PRP ช่วยไม่ได้: ในบริเวณที่ศีรษะล้านจนผิวหนังเรียบมัน (ไม่มีรูขุมขน) ซึ่งแปลว่ารากผมตายไปแล้ว PRP จะไม่สามารถปลูกสร้างรากผมใหม่ขึ้นมาได้

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ PRP?

  1. Androgenetic Alopecia (AGA): ผมร่วงจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ที่ยังมีรากผมอยู่
  2. Telogen Effluvium: ภาวะผมร่วงทั่วๆ ศีรษะ จากความเครียด, หลังคลอดบุตร, การลดน้ำหนัก หรือหลังหายป่วย ซึ่งรากผมต้องการการฟื้นฟูเร่งด่วน

ใครบ้างที่ “ไม่แนะนำ” ให้ทำ (เพราะอาจไม่ได้ผล)

  1. Scarring Alopecia: ผมร่วงแบบมีแผลเป็น ที่รากผมถูกทำลายถาวร
  2. Alopecia Areata: ผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกันทำลายรากผม (โรคนี้ต้องรักษาระบบภูมิคุ้มกัน PRP อาจไม่ใช่ทางเลือกแรก)

ความถี่ในการรักษาที่แนะนำ

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และคุ้มค่า แนะนำโปรแกรมการรักษาดังนี้:

  • ระยะเริ่มต้น (Loading Dose): ควรฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ (1 เดือน) ต่อครั้ง เพื่อกระตุ้นรากผมอย่างเข้มข้น
  • ระยะคงสภาพ (Maintenance): หลังจากจบคอร์สแรก แนะนำให้กลับมาฉีดกระตุ้นซ้ำทุกๆ 3-4 เดือน เพื่อรักษาสภาพเส้นผมให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ข้อดี vs ข้อเสีย ของ PRP

ข้อดี

  • ความปลอดภัย: เพราะใช้เลือดของตัวเอง ช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาเรื่องการแพ้สารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอม
  • ไม่มีแผลผ่าตัด: หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อเสีย

  • เจ็บเล็กน้อย: อาจมีความรู้สึกเจ็บขณะฉีด แม้จะมีการประคบเย็นหรือยาชาช่วย
  • ต้องทำต่อเนื่อง: ไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ ต้องอาศัยวินัยในการมารักษาตามนัด และมีค่าใช้จ่าย
  • ผลลัพธ์แตกต่างกัน: การตอบสนองขึ้นอยู่กับคุณภาพเลือดและสภาพรากผมของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเอง

ก่อนทำ

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและเกร็ดเลือดสมบูรณ์
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มาก (1.5 – 2 ลิตร) เพื่อให้เลือดไม่ข้นหนืดเกินไป เจาะง่าย
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
  • งดยากลุ่ม NSAIDs (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน) อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจรบกวนการทำงานของเกร็ดเลือด หรือวิตามินที่ผสมในน้ำมัน

หลังทำ

  • ห้ามสระผมหลังทำ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ Growth Factors ซึมเข้าสู่รากผมเต็มที่
  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด ความร้อน หรือซาวน่า ในช่วง 2-3 วันแรก
  • งดการทำเคมีผม (ย้อม, ดัด, ยืด) ประมาณ 1 สัปดาห์
  • หากมีอาการปวดระบม สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้

การทำ PRP เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบำรุงเส้นผมและยืดอายุรากผมให้แข็งแรง แต่ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนว่าสภาพปัญหาของคุณเหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้หรือไม่

ที่ ฮารุคลินิก (Haru Clinic) คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่เป็นจริง ตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

สนใจประเมินสภาพเส้นผมหรือปรึกษาเรื่อง PRP ติดต่อเราได้ทันที

บทความโดย:

พญ.วิภาวัน วัธนะนัย (หมอวุ้น)

  • เลขที่ใบอนุญาต ว.54669
  • Diplomate American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) 2025
  • International Society of Hair Restoration Surgeons (ISHRS) Fellowship in Hair Restoration Surgery 2022-2023
  • แพทย์ปลูกผมประจำ ฮารุคลินิก คลินิกศัลยกรรมความงาม โคราช

Scroll to Top